StockMarketStrategy
Special Report - Thai Stocksกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น...เน้นหุ้น Laggard ในธีม Earnings & Foreign Underowned Playกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น...เน้นหุ้น Laggard ในธีม Earnings & Foreign Underowned Playแม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะยังถูกกดดันจากปัจจัย Overhang อาทิ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลก และความเสี่ยงจากกำแพงภาษีศุลกากรสหรัฐฯ แต่ InnovestX มองว่า SET ได้ซึมซับความเสี่ยงดังกล่าวไปแล้วระดับหนึ่ง ทำให้ดัชนียังมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อ เพียงแต่มี Upside จำกัด หลังหุ้นกลุ่มที่เคยนำตลาดเริ่มมี Valuation ตึงตัว ส่งผลให้ความน่าสนใจในมิติของ Risk/Reward ลดลง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนในช่วงสั้นนี้ จึงแนะนำสลับเข้าลงทุนในหุ้น Laggard ที่ระดับราคายังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่มีแนวโน้มกำไรดีแทน ผ่าน 2 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ดังนี้ 1) Earnings Play เน้นหุ้นที่คาดจะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ พร้อมทั้ง 2H26 คาดกำไรยังโตแข็งแกร่งทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ ADVANC CPN GULF PR9 SCGP TIDLOR และ 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่มีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU
22 Jul 26|By InnovestX Research
Special Report (Global Strategy)
Special Report - Global Strategyตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่ม AI Chip โดยหุ้นเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน ปรับตัวลดลงแรงกว่า 3% ยังแนะนำกระจายการลงทุนออกจากกลุ่ม AI Infrastructureตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่ม AI Chip โดยหุ้นเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน ปรับตัวลดลงแรงกว่า 3% ยังแนะนำกระจายการลงทุนออกจากกลุ่ม AI Infrastructureตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่ม AI Chip โดยหุ้นเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน ปรับตัวลดลงแรงกว่า 3% ยังแนะนำกระจายการลงทุนออกจากกลุ่ม AI Infrastructure   by INVX Investment Strategy & Research วันที่ 17 กรกฎาคม 2569   สรุปสถานการณ์   ตลาดหุ้นหลักทั่วโลกปรับตัวลงแรงในวันศุกร์ จากแรงขายทำกำไรและการลดความเสี่ยงในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI ที่เป็นผู้นำตลาดในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่ม “AI winners” ทั้งผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการคลาวด์/ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ถูกขายออกพร้อมกัน ทำให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวานนี้ โดยบรรยากาศการลงทุนดังกล่าวได้ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย โดยดัชนี NIKKEI 225 ปรับตัวลดลงราว -4% ขณะที่ CSI 300 และ Hang Seng Tech ปรับตัวลดลงราว -3.6% และ -4.6% ตามลำดับ โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความกังวลของนักลงทุนว่าการประเมินมูลค่า (valuation) ของหุ้นกลุ่ม AI อาจตึงตัวเกินไปเมื่อเทียบกับมุมมองกำไรในระยะถัดไป ท่ามกลางสภาพดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก   มีรายงานจาก Financial times ระบุว่านักลงทุนสถาบันและกองทุนเชิงปริมาณบางส่วนมีการลดน้ำหนัก (de-risking / de-grossing) ในธีม AI ส่งผลให้มีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัวที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี จนทำให้ตลาดโดยรวมลงมาพร้อมกัน นอกจากนี้ สัญญาณการหมุนกลุ่ม (sector rotation) จากหุ้นเทคโนโลยีความเสี่ยงสูง ไปสู่หุ้นป้องกันความเสี่ยง (defensives) และตราสารหนี้ระยะสั้นเริ่มชัดเจนขึ้น สะท้อนภาพ sentiment ที่เปลี่ยนจาก risk-on ไปเป็น risk-off ในระยะสั้น ขณะเดียวกัน ดัชนีความผันผวน (เช่น VIX) มีการขยับขึ้นจากระดับต่ำก่อนหน้า แสดงถึงความต้องการซื้อประกันความเสี่ยงของนักลงทุนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ trade AI กำลังร้อนแรง
17 Jul 26|By InnovestX Wealth Products & Strategy
SCC1
Thai Stock UpdateSCC: รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 มากกว่าที่เราและตลาดคาดมากจากกำไรธุรกิจ Chemical ที่มากกว่าคาดSCC: รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 มากกว่าที่เราและตลาดคาดมากจากกำไรธุรกิจ Chemical ที่มากกว่าคาด SCC รายงานกำไรสุทธิ 11,535 ล้านบาท ใน 2Q26 มากกว่าที่เราและตลาดที่คาดไว้ประมาณ 8 พันล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจ Chemical ที่ดีกว่าที่เราคาด จากที่บริษัทสามารถขึ้นราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นจาก HVA products ที่มี margin สูง และลูกค้าเต็มใจจ่ายเพื่อต้องการผลิตภัณฑ์สำรองไว้ ในช่วงที่สถานการณ์ความไม่แน่นอนของการจัดหาวัตถุดิบหลักน้ำมัน Naphtha ทั้งนี้ Core earnings เพิ่มขึ้น 250% YoY และ 500% QoQ มาจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ ธุรกิจซีเมนต์ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ที่สามารถปรับราคาขายขึ้นชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตามเรามองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 3Q26 จะชะลอตัวลง QoQ จาก HDPE spread ตอนนี้ปรับตัวลดลงมาเหลือเพียง 258 เหรียญต่อตัน (3Q26QTD: 317 เหรียญต่อตัน -24% YoY และ -40% QoQ) โดยเราจึงยังคงมองว่าสถานการณ์กำไรที่สูงขึ้นมากใน 2Q26 ของ SCC ยังเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว ทั้งนี้ SCC จะมีจัดประชุมนักวิเคราะห์วันพรุ่งนี้ เราจะ update อีกครั้งหลังจบประชุม โดยรวมยังคงแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมายปลายปี 2026 อยู่ที่ 268 บาท อิง SOTP valuation 
SCC.BK
22 Jul 26|By InnovestX Research
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ Evening Brief
Evening BriefEvening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 22 ก.ค. 2569Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 22 ก.ค. 25691. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลง นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังรอดูรายงานงบกลุ่มเทคฯ และความคุ้มค่าในการลงทุน AI 2. ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่ง 3% แตะระดับสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ หลังการปะทะระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง3. จับตางบ Alphabet คืนนี้ BofA คาดอาจเพิ่มงบลงทุนปี 69 สูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับอุปสงค์ AI 4. Tesla จ่อรายงานภาวะ Cash Burn ครั้งแรกในรอบสองปี เหตุทุ่มงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และหุ่นยนต์สูง 5. Airbus SE ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 7% หลังอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนขนาดใหญ่ 5 พันล้านยูโรภายใน 3 ปี6. SET Index -0.82% จากสงครามในตะวันออกกลางที่กลับมากดดัน พร้อมกับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ
22 Jul 26|By INVX
DigitalAssetWeekly
Digital Asset TradingDigital Asset Weekly Technical - 22 ก.ค. 2569Digital Asset Weekly Technical - 22 ก.ค. 2569 ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดคริปโทเคอร์เรนซีแกว่งขึ้นเล็กน้อย โดย BTCUSD แกว่งขึ้นราว 2% ส่วน ETHUSD ขยับขึ้นราว 2% BTCUSD ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวขึ้นมาใกล้ถึงแนวต้านย่อยกรอบบน sideways บริเวณ US$ 68,000 หากราคาขึ้น breakout แนวต้านย่อยกรอบบนขึ้นไปได้ จะเปิด upside ในการปรับขึ้นต่อบริเวณ US$ 70,500 แต่หากยังไม่ผ่าน คาดราคาย่อตัวลงและแกว่งตัวในกรอบ แนวรับบริเวณ US$ 60,500 ETHUSD ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวไต่ระดับขึ้นจากจุดต่ำเดิมและขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ขึ้นไปได้แล้ว หากราคายังยืนได้ ประเมินราคาปรับขึ้นได้ต่อทดสอบ US$ 2,200 แต่หากย่อตัวลงมา อาจเห็นการลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ US$ 1,700
22 Jul 26|By InnovestX Research
Digital Asset
Crypto Weekly Pulseรีบาวด์หรือแค่เด้ง? เจาะ 4 สัญญาณสำคัญของตลาดคริปโทในสัปดาห์นี้รีบาวด์หรือแค่เด้ง? เจาะ 4 สัญญาณสำคัญของตลาดคริปโทในสัปดาห์นี้ สินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้น แม้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวแข็งแกร่ง สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับแนวโน้มสภาพคล่องและทิศทางนโยบายการเงินมากกว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ Bitcoin ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 66,400 ดอลลาร์ หลังเคลื่อนไหวในกรอบ 61,800–66,400 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ 1,750–1,940 ดอลลาร์   Fear & Greed Index ฟื้นจาก Extreme Fear สู่ Fear สะท้อนแรงขายเริ่มลดลงและความเชื่อมั่นทยอยกลับมา แต่ยังต้องติดตาม ETF Flows และการยืนเหนือแนวต้านของ Bitcoin เพื่อยืนยันการฟื้นตัว   Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้า 5 วันติดต่อกัน รวม 727 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ETF ยังมีเงินเข้า สะท้อนความสนใจจากสถาบันเริ่มกลับมา สนับสนุนภาพการรีบาวด์ของตลาด   Bitcoin ยังยืนเหนือ 200-Week SMA และกำลังทดสอบ Bear Market Resistance Band หากผ่านได้ มีโอกาสเพิ่มโมเมนตัมขาขึ้น แต่หากไม่ผ่าน อาจแกว่งสะสมกำลังต่อ   Robinhood เปิดตัว Robinhood Chain รองรับ Tokenized Stocks และ ETFs สะท้อนการเชื่อมตลาดทุนกับบล็อกเชนมากขึ้น และตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว
22 Jul 26|By InnovestX Wealth Products & Strategy
1of10
Daily Strategy
อัปเดตข้อมูลข่าวสารรายวัน พร้อมกลยุทธ์การลงทุนครอบคลุมทุกสินทรัพย์
Stock Strategy
กลยุทธ์การลงทุนหุ้นรายตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมคำแนะนำการลงทุน
Stock News Update & Comments
ทันสถานการณ์กับข่าวสารหุ้น พร้อมความเห็นจากนักวิเคาาะห์
Multi-asset Strategy
Economics
อัปเดตภาพรวมเศรษฐกิจ นโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และความเห็นต่อสถานการณ์ดังกล่าว
FinMarket
Macro Making SenseMacro 101: ตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องรู้Macro 101: ตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องรู้ตอนที่ 3 — ตลาดการเงิน (Financial Markets): ชีพจรเศรษฐกิจแบบ Real Time สองตอนที่ผ่านมา เราคุยกันเรื่อง GDP ที่เปรียบเหมือน "ใบสรุปยอดขายของทั้งประเทศ" และเงินเฟ้อที่เป็น "เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเศรษฐกิจ" แต่ตัวเลขทั้งสองมีจุดอ่อนร่วมกันข้อหนึ่ง คือ "ความล่าช้า" GDP ประกาศเป็นรายไตรมาส และกว่าจะออกก็ล่วงเลยไปแล้วราวหนึ่งถึงสองเดือนหลังไตรมาสนั้นจบลง ส่วนเงินเฟ้อแม้จะออกเป็นรายเดือน ก็ยังเป็นการบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เปรียบเสมือนการขับรถโดยมองกระจกหลัง แต่มีตัวเลขอีกกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวทุกวัน ทุกชั่วโมง หรือแม้แต่ทุกวินาที นั่นคือ ตัวเลขตลาดการเงิน (financial market data) ทั้งดัชนีตลาดหุ้น ผลตอบแทนพันธบัตร ราคาน้ำมัน และราคาโภคภัณฑ์ ตัวเลขกลุ่มนี้ไม่เพียงสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังสะท้อน "ความคาดหวังต่ออนาคต" ของนักลงทุนนับล้านคนทั่วโลกที่เอาเงินจริงมาเดิมพันกับมุมมองของตนเอง จึงเป็นเครื่องมือจับชีพจรเศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนที่ทันเหตุการณ์กว่าตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคใด ๆ
20 Jul 26|By InnovestX Research
Weekly Update
Investment Outlook