MMS_Thai
Macro Making Senseสรุปสัมมนาประจำปีการนิคมฯ I-EA-T Fair 2026, ทิศทางการใช้จ่าย พรก. 4 แสนล้านบาท, บัญชีทรัมป์ (Trump Accounts) เปรียบเทียบกับ TISAสรุปสัมมนาประจำปีการนิคมฯ I-EA-T Fair 2026, ทิศทางการใช้จ่าย พรก. 4 แสนล้านบาท, บัญชีทรัมป์ (Trump Accounts) เปรียบเทียบกับ TISA งานสัมมนา I-EA-T Fair 2026 ภายใต้แนวคิด "One Mind, One I-EA-T Powering Global Industry" ซึ่งจัดโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยงานสัมมนาส่งสัญญาณว่าไทยกำลังเผชิญ "ภูมิทัศน์โลกใหม่" ที่ถูกกำหนดด้วยแรงขับสามด้าน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ การพลิกผันของปัญญาประดิษฐ์ และกระแสความยั่งยืน โดยช่วงแรกฉายภาพเชิงนโยบาย ผ่านสภาพัฒน์ฯ BOI EEC และ กนอ. ซึ่งย้ำว่าอาเซียนและไทยคือ "จุดสว่าง" ของการลงทุนโลกท่ามกลางยุทธศาสตร์ China+1 และปัจจัยชี้ขาดยุคใหม่มิใช่เพียงต้นทุน แต่คือความมั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่น ช่วงที่สองสะท้อนมุมมองภาคเอกชนระดับโลก จาก Delta, Murata และ BCG ที่ชี้ว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากแรงงานเข้มข้นสู่ทุนเข้มข้น โดยไทยต้องเร่งพัฒนาบุคลากรและไต่ระดับสู่การผลิตขั้นสูงอย่างการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงและโฟโตนิกส์ ส่วนช่วงสุดท้ายวางกรอบว่าการเปลี่ยนผ่านสีเขียว มิใช่ต้นทุนแต่คือเงื่อนไขการอยู่รอด ผ่านมุมมองของธนาคารโลก บพท. และ NFC ที่เน้นการให้เงินทุนแก่ "ระบบนิเวศ" เพื่อลดต้นทุนเงินทุนและรับมือมาตรการ CBAM ในส่วนของประเด็นศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีข้อสังเกตจากบางภาคส่วนว่าอาจไม่คุ้มค่าเนื่องจากจ้างงานต่ำ ใช้พลังงานสูง เกิดการรั่วไหลผ่านการนำเข้า InnovestX ประเมินว่าข้อสังเกตดังกล่าวมองข้ามประโยชน์เชิงโครงสร้าง เนื่องจากการมีโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลในประเทศจะลดทั้งความหน่วง ต้นทุน และอุปสรรคด้านอธิปไตยทางข้อมูล อีกทั้งยังเกื้อหนุนกับยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติและโครงการ Siam Silica ซึ่งหากสำเร็จจะยกระดับศักยภาพการเติบโตราว +0.15 ถึง +0.50 จุด และช่วย "เปลี่ยนเส้นทาง" การเติบโตของไทยจากภาวะไหลลงต่ำกว่า 2% ให้กลับมายืนเหนือระดับดังกล่าวได้ โดยสรุป INVX มองว่าไทยยังมีจุดแข็งพื้นฐานและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนโลก แต่อนาคตขึ้นอยู่กับสามเสาหลักที่ต้องเดินไปพร้อมกัน คือ โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต การพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศเทคโนโลยีขั้นสูง และการเปลี่ยนผ่านสีเขียวที่แข่งขันได้
13 Jul 26|By InnovestX Research
107032575-1647576733794-gettyimages-1239199045-RAFAPRESS_14032022-2730
Offshore Stock UpdateMETA: เร่งปิดจุดอ่อน AI ด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญ ทั้งโมเดล AI, การสร้างรายได้ และชิปของตัวเองMETA: เร่งปิดจุดอ่อน AI ด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญ ทั้งโมเดล AI, การสร้างรายได้ และชิปของตัวเอง Meta มีพัฒนาการเชิงบวกจากการเปิดตัว Muse Spark 1.1 ที่ยกระดับความสามารถด้านการเขียนโค้ด การใช้เครื่องมือ และการทำงานแบบ Agentic AI พร้อมเปิด Meta Model API ด้วยราคาเชิงรุกเพื่อดึงนักพัฒนาและเริ่มสร้างรายได้จากโมเดลโดยตรง ขณะเดียวกันการเตรียมผลิตชิป AI “Iris” ตั้งแต่เดือนก.ย. 2026 และขยายกำลังประมวลผลเป็น 14GW ในปี 2027 จะช่วยลดต้นทุน ลดการพึ่งพา Nvidia และรองรับทั้งบริการ AI ภายในกับลูกค้าภายนอก ทำให้ Meta กำลังสร้างห่วงโซ่ AI ครบตั้งแต่ชิป ศูนย์ข้อมูล โมเดล ไปจนถึง API และมีโอกาสเปลี่ยน AI จากต้นทุนก้อนใหญ่ไปสู่แหล่งรายได้ใหม่ในระยะยาว
10 Jul 26|By InnovestX Research
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ Evening Brief
Evening BriefEvening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 13 ก.ค. 2569Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 13 ก.ค. 25691. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัว รับแรงกดดันจากอิหร่านและหุ้นเทคฯ ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลงบไตรมาส 2 เต็มตัว2. อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz ดันน้ำมันพุ่ง เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและความผันผวนตลาดโลก3. ทองคำอ่อนตัว ขณะที่น้ำมันและ Bond Yield สูงขึ้น ก่อนตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ4. TSMC รายได้ไตรมาส 2 พุ่ง 36% จากดีมานด์ AI หนุนภาพบวกต่อซัพพลายเชนชิประยะยาวต่อเนื่อง5. หุ้น SK Hynix ร่วงแรงหลังเปิดซื้อขาย ADR สะท้อนแรงขายทำกำไรในหุ้นชิปที่ขึ้นมาร้อนแรงมาก6. SET พลิกปิดบวกช่วงบ่าย รับ Fund Flow หนุนต่อเนื่อง และตลาดเริ่มเก็งงบ 2Q69
13 Jul 26|By INVX
Inflation1
Macro Making SenseMacro 101: ตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องรู้Macro 101: ตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องรู้ตอนที่ 2 — เงินเฟ้อ (Inflation): อุณหภูมิของเศรษฐกิจ ที่ชี้ชะตาดอกเบี้ยและมูลค่าหุ้น ตอนที่แล้วเราคุยกันเรื่อง GDP ซึ่งเปรียบเหมือน "ใบสรุปยอดขายของทั้งประเทศ" แต่ใบสรุปยอดขายบอกได้แค่ว่าเราขายได้เท่าไร ไม่ได้บอกว่าเศรษฐกิจกำลัง "ร้อน" หรือ "เย็น" เกินไปหรือไม่ ตัวเลขที่ทำหน้าที่เป็นเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิของเศรษฐกิจ คือ เงินเฟ้อ (Inflation) ซึ่งเป็นตัวแปรที่กำหนดทั้งดอกเบี้ยนโยบาย ต้นทุนของทุกธุรกิจ และมูลค่าหุ้นในพอร์ตของเราโดยตรง   เงินเฟ้อคืออะไรกันแน่ เงินเฟ้อคือการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาในตะกร้าสินค้าและบริการที่กำหนดไว้โดยเปรียบเทียบกับราคาในช่วงก่อนหน้า โดยนิยมเทียบกับเดือนก่อน (%MoM) หรือเดือนเดียวกันของปีก่อน (%YoY) มากที่สุด โดยในตะกร้าดังกล่าวประกอบด้วยสินค้าและบริการที่ครัวเรือนใช้จริง ตั้งแต่ข้าวสาร เนื้อหมู ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ไปจนถึงค่าเช่าบ้าน โดยแต่ละรายการถูกถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนการใช้จ่ายจริงของครัวเรือน ดังนั้นเมื่อเราบอกว่า "เงินเฟ้อ 2.4%" จึงหมายความว่าตะกร้าใบเดิมที่เคยซื้อได้เมื่อปีที่แล้ว วันนี้ต้องจ่ายแพงขึ้นโดยเฉลี่ย 2.4% ไม่ได้แปลว่าของทุกอย่างแพงขึ้นเท่ากันหมด บางรายการอาจแพงขึ้นมาก บางรายการอาจถูกลงด้วยซ้ำ
13 Jul 26|By InnovestX Research
1of10
Daily Strategy
อัปเดตข้อมูลข่าวสารรายวัน พร้อมกลยุทธ์การลงทุนครอบคลุมทุกสินทรัพย์
Stock Strategy
กลยุทธ์การลงทุนหุ้นรายตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมคำแนะนำการลงทุน
Stock News Update & Comments
ทันสถานการณ์กับข่าวสารหุ้น พร้อมความเห็นจากนักวิเคาาะห์
Multi-asset Strategy
Economics
อัปเดตภาพรวมเศรษฐกิจ นโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และความเห็นต่อสถานการณ์ดังกล่าว
Inflation1
Macro Making SenseMacro 101: ตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องรู้Macro 101: ตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องรู้ตอนที่ 2 — เงินเฟ้อ (Inflation): อุณหภูมิของเศรษฐกิจ ที่ชี้ชะตาดอกเบี้ยและมูลค่าหุ้น ตอนที่แล้วเราคุยกันเรื่อง GDP ซึ่งเปรียบเหมือน "ใบสรุปยอดขายของทั้งประเทศ" แต่ใบสรุปยอดขายบอกได้แค่ว่าเราขายได้เท่าไร ไม่ได้บอกว่าเศรษฐกิจกำลัง "ร้อน" หรือ "เย็น" เกินไปหรือไม่ ตัวเลขที่ทำหน้าที่เป็นเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิของเศรษฐกิจ คือ เงินเฟ้อ (Inflation) ซึ่งเป็นตัวแปรที่กำหนดทั้งดอกเบี้ยนโยบาย ต้นทุนของทุกธุรกิจ และมูลค่าหุ้นในพอร์ตของเราโดยตรง   เงินเฟ้อคืออะไรกันแน่ เงินเฟ้อคือการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาในตะกร้าสินค้าและบริการที่กำหนดไว้โดยเปรียบเทียบกับราคาในช่วงก่อนหน้า โดยนิยมเทียบกับเดือนก่อน (%MoM) หรือเดือนเดียวกันของปีก่อน (%YoY) มากที่สุด โดยในตะกร้าดังกล่าวประกอบด้วยสินค้าและบริการที่ครัวเรือนใช้จริง ตั้งแต่ข้าวสาร เนื้อหมู ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ไปจนถึงค่าเช่าบ้าน โดยแต่ละรายการถูกถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนการใช้จ่ายจริงของครัวเรือน ดังนั้นเมื่อเราบอกว่า "เงินเฟ้อ 2.4%" จึงหมายความว่าตะกร้าใบเดิมที่เคยซื้อได้เมื่อปีที่แล้ว วันนี้ต้องจ่ายแพงขึ้นโดยเฉลี่ย 2.4% ไม่ได้แปลว่าของทุกอย่างแพงขึ้นเท่ากันหมด บางรายการอาจแพงขึ้นมาก บางรายการอาจถูกลงด้วยซ้ำ
13 Jul 26|By InnovestX Research
Weekly Update
Investment Outlook