Digital Assets Weekly Pulse

Bitcoin ยังไม่เจอจุดต่ำสุด ตามสถิตจะใช้เวลา 50-60 สัปดาห์ ตอนนี้เพียง 35 สัปดาห์

17 Jun 26 1:43 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • สินทรัพย์ดิจิทัลฟื้นตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ช่วยลดความกังวลด้านพลังงานและเงินเฟ้อ Bitcoin ปรับขึ้นจาก 60,755 ดอลลาร์ สู่ 65,800 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ฟื้นตัวจาก 1,600 ดอลลาร์ สู่ 1,730 ดอลลาร์ สะท้อนการกลับมาของแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยง

 

  • ข้อมูล Realized Profit & Loss สะท้อนว่าตลาด Bitcoin ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน แม้แรงขายขาดทุนยังมีอยู่ แต่ลดลงจาก 0 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 1.1 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่าแรงขายจากนักลงทุนระยะสั้นเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

 

  • Bitcoin มักใช้เวลาประมาณ 50–60 สัปดาห์ในการปรับฐานหลังทำจุดสูงสุด ขณะที่รอบปัจจุบันผ่านไปเพียง 35 สัปดาห์เท่านั้น ประกอบกับแรงซื้อใหม่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน สะท้อนว่าตลาดอาจยังอยู่ในช่วงสร้างฐาน และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผ่านจุดต่ำสุดของรอบนี้แล้ว

 

  • Strategy ยังคงสะสม Bitcoin และถือครองรวมกว่า 846,000 BTC อย่างไรก็ตาม บริษัทนำเงินเพียง 100 ล้านดอลลาร์จากเงินระดมทุน 209 ล้านดอลลาร์ไปซื้อ Bitcoin สะท้อนมุมมองเชิงบวกระยะยาว แต่ยังคงบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้แรงหนุนด้านอุปสงค์ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะยืนยันตลาดกระทิงรอบใหม่

 

  • ประเด็นที่ต้องติดตาม : ผลของการประชุม Fed จะเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนต้องติดตาม โดยสิ่งที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงครั้งแรกของประธาน Fed คนใหม่และ Dot Plot ขณะที่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเซ็นสัญญาข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งอาจสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สินทรัพย์ดิจิทัลฟื้นตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ซึ่งอาจช่วยยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากกว่า 3 เดือน และนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก เนื่องจากลดความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

 

Bitcoin ปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดบริเวณ 60,755 ดอลลาร์ สู่ระดับประมาณ 65,800 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ฟื้นตัวจากระดับ 1,600 ดอลลาร์ สู่ประมาณ 1,730 ดอลลาร์ สะท้อนการกลับมาของแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงหลังความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลาย

 

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

 

ผลของการประชุม Fed จะเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนต้องติดตามในสัปดาห์หน้า โดย ณ วันที่เขียนบทความนี้เรายังไม่ทราบถึงผลของการประชุม แต่ทั้ง INVX และตลาดคาดว่าจะเป็นการคงดอกเบี้ย ทำให้สิ่งที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงครั้งแรกของประธาน Fed ท่านใหม่คือคุณ Kevin Warsh และ Dot Plot โดยถ้าโทนเป็นไปแนวทางที่ Dovish มากขึ้นหรือเป็นการทำให้ตลาดเชื่อว่าโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยปลายปีลดลง เราคาดว่าจะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับมุมมองของ INVX ว่า Fed จะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

 

อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามคือการเซ็นสัญญาข้อตกลงการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. ซึ่งถ้าผ่านไปได้ด้วยดีจะสร้าง Sentiment เชิงบวกเล็กน้อยต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลได้เนื่องจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลจะรับรู้ข่าวดีเรื่องนี้ไปแล้วบางส่วน

 

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-06-17-114844.png

Source : Tradingview as of 17 June 2026

 

 

Key Highlight 1  : แรงขายขาดทุนเริ่มคลี่คลาย แต่ Bitcoin ยังไม่พ้นช่วงปรับฐาน

 

WhatsApp-Image-2026-06-17-at-10.48.04.jpeg

Source : Checkonchain as of 16 June 2026

 

1. Realized Profit & Loss บอกอะไรกับตลาด Bitcoin?

 

Realized Profit & Loss คือการวัดกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงเมื่อมีการขาย Bitcoin ออกมา ช่วยสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนและภาวะอารมณ์ของตลาดในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงที่เกิดการ Capitulation หรือการยอมขายขาดทุนจำนวนมาก

 

2. สถานการณ์ปัจจุบัน

 

นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ตลาด Bitcoin เผชิญการขายขาดทุนครั้งใหญ่มาแล้ว 3 รอบ ได้แก่

  • พ.ย. 2568: Realized Loss ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์
  • ก.พ. 2569: Realized Loss พุ่งสู่ 2.0 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดของรอบนี้
  • มิ.ย. 2569: Realized Loss ลดลงเหลือ 1.1 พันล้านดอลลาร์

แม้จะยังมีแรงขายขาดทุนเกิดขึ้น แต่ขนาดของการขาดทุนในรอบล่าสุดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สะท้อนว่านักลงทุนที่มีความเชื่อมั่นต่ำหรือ Weak Hands ถูกคัดออกจากตลาดไปแล้วส่วนหนึ่ง

 

3. สัญญาณนี้บอกอะไร?

  • การเกิด Realized Loss ขนาดใหญ่ทั้ง 3 รอบเกิดขึ้นหลังตลาดปรับฐานลงแรง สะท้อนภาวะ Capitulation ของนักลงทุนระยะสั้น
  • ขนาด Realized Loss รอบล่าสุดลดลงจาก 2.0 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 1.1 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่าแรงขายจาก Weak Hands เริ่มลดลง
  • อย่างไรก็ตาม การลดลงของแรงขายไม่ได้หมายความว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เพราะในอดีตตลาดหมีมักต้องใช้เวลาสร้างฐานก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น
  • ปัจจุบันยังไม่เห็นการฟื้นตัวของอุปสงค์อย่างชัดเจน ทั้งจาก ETF และนักลงทุนสถาบัน

โดยสรุป ข้อมูล Realized Profit & Loss สะท้อนว่าตลาด Bitcoin ยังอยู่ในช่วงปรับฐานและสร้างฐานราคา แม้แรงขายขาดทุนจะเริ่มลดลง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดของรอบนี้แล้ว การกลับมาของแรงซื้อใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการยืนยันทิศทางในระยะถัดไป

 

 

Key Highlight 2  : Bitcoin ผ่านมาเพียง 35 สัปดาห์ของตลาดหมี ขณะที่สถิติชี้จุดต่ำสุดมักเกิดหลัง 50–60 สัปดาห์

 

ChatGPT-Image-Jun-17,-2026,-10_48_53-AM.png

Source : TradingView as of 17 June 2026

 

1. โครงสร้างและวัฏจักรของ Bitcoin คืออะไร?

 

Bitcoin มักเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักร โดยหลังจากทำจุดสูงสุดของรอบ (Cycle Top) ตลาดจะเข้าสู่ช่วงปรับฐานหรือขาลง ก่อนจะสร้างจุดต่ำสุดและเริ่มรอบใหม่ ในอดีตช่วงขาลงของ Bitcoin มักใช้เวลาประมาณ 50-60 สัปดาห์ในการปรับฐาน

 

2. สถานการณ์ปัจจุบัน

 

ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ในช่วงปรับฐานประมาณ 35 สัปดาห์นับจากจุดสูงสุดรอบล่าสุด ซึ่งยังสั้นกว่าค่าเฉลี่ยของรอบก่อน ๆ ขณะเดียวกันข้อมูล On-chain สะท้อนว่ายังมีนักลงทุนบางส่วนขายขาดทุนออกจากตลาด และแรงซื้อใหม่ยังไม่ได้กลับมาแข็งแกร่งอย่างชัดเจน

 

3. สัญญาณบอกอะไร?

 

ภาพรวมยังชี้ว่าตลาดอยู่ในช่วงขาลงมากกว่าการกลับเข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว การที่ระยะเวลาการปรับฐานยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ประกอบกับแรงซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน สะท้อนว่าตลาดอาจยังไม่ผ่านจุดต่ำสุดสุดท้าย นักลงทุนจึงควรติดตามสัญญาณการกลับมาของอุปสงค์และเม็ดเงินใหม่อย่างใกล้ชิด

 

 

Key Highlight 3  : Strategy ระดมทุน 209 ล้านดอลลาร์ แต่ใช้ซื้อ Bitcoin เพียงครึ่งเดียว สะท้อนอะไรกับตลาด

 

Screenshot-2026-06-17-105237.png

Source : Strategy as of  17 June 2026

 

1. สาระสำคัญ

 

Strategy (MSTR) ยังคงเดินหน้าสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 8–14 มิถุนายน 2569 บริษัทขายหุ้นผ่านโครงการ At-the-Market (ATM) ได้เงินสุทธิ 209 ล้านดอลลาร์ และนำเงินส่วนหนึ่งประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ ไปซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 1,587 BTC ที่ราคาเฉลี่ย 63,024 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

ปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin รวม 846,842 BTC คิดเป็นมูลค่าต้นทุนรวมกว่า 64,000 ล้านดอลลาร์ และยังมีวงเงินระดมทุนผ่านการออกหุ้นเหลืออีกกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทมีเงินสดสำรองประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับภาระดอกเบี้ยและเงินปันผล

 

2. สัญญาณนี้บอกอะไรกับตลาด

 

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า Strategy ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ซื้อ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของตลาด และยังมองว่าระดับราคาปัจจุบันมีความน่าสนใจสำหรับการสะสมในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาคือบริษัทใช้เงินซื้อ Bitcoin เพียงประมาณครึ่งหนึ่งของเงินที่ระดมทุนได้ในรอบนี้ สะท้อนความระมัดระวังมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นของผู้เล่นรายใหญ่ยังเป็นบวก แต่ยังไม่ถึงระดับเร่งสะสมอย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้แรงหนุนด้านอุปสงค์ต่อราคา Bitcoin อาจยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะยืนยันการกลับเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่

 

 

มุมมองด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-06-17-135325.png

Source : InnovestX Research as of 17 June 2026


ภาพรายสัปดาห์ ราคาดีดรีบาวด์ขึ้นหลังไม่หลุดต่ำกว่าฐานเดิม ขณะที่ RSI หักหัวขึ้นแต่ยังอยู่ในโซน Bearish ส่วน MACD ลงมาสัมผัสกับ Signal Line และยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ประเมินว่าเป็นการฟื้นตัวระยะสั้น แนวต้านยังจำกัดบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ แต่หาก Breakout ผ่านขึ้นไปได้จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นในการปรับขึ้นได้ต่อเพื่อทดสอบกรอบบน Downtrend Channel

 

แนวรับ: 62,000-59,000 ดอลลาร์

แนวต้าน: 69,500-73,500 ดอลลาร์

 

 

ETH

 

Screenshot-2026-06-17-135336.png

Source : InnovestX Research as of 17 June 2026

 

ภาพรายสัปดาห์ ราคารีบาวด์ขึ้นหลังไม่หลุดต่ำกว่าฐานเดิม ขณะที่ RSI หักหัวขึ้นแต่ยังอยู่ในโซน Bearish ส่วน MACD ลงมาสัมผัสเส้น Signal Line และอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ประเมินว่าเป็นการรีบาวด์ระยะสั้น กรอบบนจำกัดที่เส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ แต่หาก Breakout ขึ้นไปได้จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นในการปรับขึ้นได้ต่อเพื่อทดสอบกรอบบน Sideways

 

แนวรับ: 1,550-1,450 ดอลลาร์

แนวต้าน: 2,000-2,300 ดอลลาร์

 

 

Factors to Watch

 

Date

Events

23 June 2026

Service PMI (Jun)

Manufacturing PMI (Jun)

25 June 2026

Core PCE Price Index (YoY) (May)

Core PCE Price Index (MoM) (May)

GDP (QoQ) (Q1)

Initial Jobless Claims

 

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5