Special Report - Offshore Stocks

สหรัฐและอิหร่านสามารถตกลงกันได้และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุสเร็วๆนี้

15 Jun 26 6:31 AM
shutterstock_1705866649 (1)
สรุปสาระสำคัญ

การบรรลุข้อตกลงสันติภาพและการลงนามครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน (รวมถึงการประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อเศรษฐกิจมหภาค ที่ลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเราเน้นไปที่กลุ่มเทคโนโลยี ท่อเงเที่ยวและเน้นกำลังซื้อเป็นหลักว่าจะมีการฟื้นตัวได้เร็ว

การตกลงกันได้และเปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อการลงทุนใน 3 มิติหลัก

  • ห่วงโซ่อุปทานของน้ำมันคลี่คลาย โดยน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากอ่าวเปอร์เซียกลับเข้าสู่ตลาดโลก รวมถึงการทยอยปลดล็อกคว่ำบาตรให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้น กดดันให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
  • เงินเฟ้อทั่วโลกชะลอตัวลง ซึ่งต้นทุนการขนส่ง และต้นทุนพลังงานที่ลดลง ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
  • นโยบายการเงินผ่อนคลายขึ้น เมื่อเงินเฟ้อไม่ใช่ภัยคุกคามหลัก ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ปรับตัวลดลงตาม และความเสี่ยงของพันธบัตรสหรัฐที่ลดลงทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากแรงเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย

 

ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดใน 2 ภาพหลัก

  • ตลาดคลายความกังวลในระยะสั้น สินทรัพย์เสี่ยงจะปรับตัวเพิ่มขึ้นและอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนกลุ่มเล่น (พลังงานถูกลง, ดอกเบี้ยลง, ดอลลาร์อ่อน)
  • ตลาดจะดูภาพระยะกลางเชิงปัจจัยพื้นฐานและการฟื้นตัวของโครงสร้างพลังงาน

 

เรามองถึงบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก 4 ธีมหลักได้แก่ 1) ราคาพลังงานที่ลดลง 2) ราคาทองคำที่ปรับเพิ่มขึ้น 3) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง 4) ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า

 

1) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก "ราคาพลังงานที่ลดลง"

ผู้ชนะคือผู้บริโภคและคนใช้พลังงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค ขณะที่พบังงานต้นน้ำและกลุ่มพลังงานที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นและอุปทานที่ชะงัก จะเสียประโยชน์

  • กลุ่มสายการบิน ราคาน้ำมันลง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง (30–40% ของต้นทุนรวม) ลดลง ทำให้การฟื้นตัวเร็วเมื่ออัตราการบรรทุกยังดี

 

  บริษัทที่เกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้ประโยชน์
สหรัฐฯ DAL (Delta), UAL (United), AAL (American), LUV (Southwest), ALK (Alaska) Fuel cost เป็น cost ใหญ่สุด ลดลงเร็วกว่าราคาตั๋ว ทำให้อัตราการทำกำไรขยาย, กระแสเงินสดดีขึ้น
ยุโรป RYAAY (Ryanair), EZJ LN (easyJet), IAG LN (British Airways group), LHA GR (Lufthansa), AF FP (Air France‑KLM) สายการบินยุโรปใช้เส้นทางไกลจำนวนมาก ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลงหนุนกำไร โดยเฉพาะ low-cost ที่เก็บ yield ได้ค่อนข้างดี
เอเชีย 9202 JP (ANA), 9201 JP (JAL), 003490 KS (Korean Air), 020560 KS (Asiana), 0753 HK (Air China), 1055 HK (China Southern), 0670 HK (China Eastern) น้ำมันลงทำให้ต้นทุนลด โดยเฉพาะสายการบิน LCC  sensitivity ต่อราคาน้ำมันสูง

 

  • กลุ่มท่องเที่ยว ราคาน้ำมันลงทำให้ค่าเดินทางถูกลง และเมื่อสงครามคลี่คลาย ความต้องการท่องเที่ยวทางไกลฟื้นต่อเนื่อง

 

  บริษัทที่เกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้ประโยชน์
สหรัฐฯ MAR (Marriott), HLT (Hilton), BKNG (Booking), EXPE (Expedia), CCL (Carnival), RCL (Royal Caribbean) ต้นทุนเดินทางลดลงกระตุ้นการท่องเที่ยว, ราคาห้อง/แพ็กเกจยังปรับลงช้ากว่าต้นทุนทำให้อัตราการทำกำไรดีขึ้น
ยุโรป IHG LN (InterContinental Hotels), ACC FP (Accor), TUI LN (TUI), EZJ/IAG (ผ่าน holiday packages) ราคาน้ำมันและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลดลง  การเดินทางระยะไกล Europe–Asia/US ฟื้น, tour operator และเครือโรงแรมได้อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น
เอเชีย SATS SP (สนามบิน/สายการบิน), OTA จีน/เอเชีย เช่น Trip.com (TCOM), 1179 HK (H-World) สนามบินและโรงแรมได้ทั้งปริมาณการเดินทางและค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่ม, ราคาน้ำมันลงลดแรงกดดันต้ทุนฝั่งสายการบิน ทำให้การเดินทางกลับมาเยอะขึ้น

 

  • กลุ่มโลจิสติกส์ ดีเซล/น้ำมันเป็น 30–40% ของต้นทุนบริษัท logistic หลายแห่ง เมื่อราคาน้ำมันลงทำให้อัตราการทำกำไรขั้นต้นฟื้นเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่ปริมาณการขนส่งยังทรงตัว

 

  บริษัทที่เกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้ประโยชน์
สหรัฐฯ FDX (FedEx), UPS (UPS), JBHT (J.B. Hunt), XPO, ODFL (Old Dominion), AMZN (Amazon) Fuel surcharge อาจปรับลงช้ากว่าราคาน้ำมัน ทำให้อัตราการทำกำไรดีขึ้น ปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
ยุโรป DHL GR (DHL Group), KNIN SW (Kuehne+Nagel), DSV DC (DSV), WISE LN (Wise – remittance ได้อ้อมจากต้นทุนโอน/เดินทางต่ำ) ต้นทุนการขนส่งทางอากาศ/ทางบกระดับโลกลดลง, เส้นทางยุโรป–เอเชียผ่านตะวันออกกลางปลอดภัยและต้นทุนต่ำลง
เอเชีย 9101 JP (NYK), 9104 JP (MOL), 9107 JP (K Line), 1919 HK (Cosco Shipping), SF Holding (002352 SZ), JD Logistic (2618 HK), ZTO Express (2057 HK) ราคาน้ำมันลงลดต้นทุนเรือ/รถ, แม้ราคาค่าระวางอาจปรับ แต่ช่วงแรกไม่เร็ว ทำให้อัตราการทำกำไรดีขึ้น, ปริมาณการค้าโลกฟื้นเมื่อสงครามคลี่คลาย

 

  • กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ราคาพลังงานลงทำให้ต้นทุนทุกอย่างลดลง ค่าไฟ, ค่าขนส่งถูกลง ค่าใช้จ่ายเดินทางลดลง ทำให้คนมีกำลังซื้อเยอะขึ้น ทำให้กลุ่ม consumer discretionary และค้าปลีกได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง

 

  บริษัทที่เกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้ประโยชน์
สหรัฐฯ WMT (Walmart), COST (Costco), TGT (Target), MCD (McDonald’s), SBUX (Starbucks) ต้นทุน logistics/แพ็กเกจจิ้งลดลง, ลูกค้ามีกำลังซื้อสูงขึ้นจากค่าครองชีพด้านพลังงานที่ลดลง ทำให้ปริมาณและการซื้อดีขึ้น
ยุโรป TSCO LN (Tesco), CA FP (Carrefour ), ITX SM ( Inditex), HM‑B SS (H&M), MC FP (LVMH) ผู้บริโภคยุโรปมีต้นทุนพลังงานเป็นสัดส่วนสูง, พลังงานถูกลงช่วยกำลังซื้อ ทำให้ retail/F&B/แฟชั่นได้รับอานิสงส์ พร้อมต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานที่ต่ำลง
เอเชีย Seven & i (3382 JP), Aeon (8267 JP), Li Ning (2331 HK), Anta Sport (2020 HK), China Mengniu (2319 HK), Yum China (9987 HK) งกลุ่มค้าปลีก‑ห้างและสินค้าอุปโภคบริโภคได้ประโยชน์ทั้งจากต้นทุนขนส่งลดลงและมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ

 

 

2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก "ราคาทองคำเพิ่มขึ้น" ในระยะสั้น

การที่สหรัฐฯ-อิหร่านตกลงกันได้ จะลดความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากสงครามในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงยาว หากข้อตกลงนี้ทำให้ ดอลลาร์อ่อนค่าลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (Real Yield) ปรับตัวลดลง ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

 

 

  บริษัทที่เกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้ประโยชน์
สหรัฐ / อเมริกาเหนือ Newmont Corporation (NEM), Barrick Gold (GOLD) ผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก มีอัตรากำไรขยายตัวแบบดีทุกครั้งที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือต้นทุนหน้าเหมือง
ยุโรป Fresnillo (FRES.L), Endeavour Mining (EDV LN) บริษัทเหล่านี้มีเหมืองในแอฟริกา/ละตินอเมริกา แต่จดทะเบียนในยุโรป/UK; ราคาหุ้นตอบสนองเชิงบวกเมื่อราคาทองโลกขึ้นเพราะรายได้เป็น USD และต้นทุนจำนวนมากเป็น local currency
เอเชีย Zijin Mining (2899.HK), Northern Star (NST AU), Evolution Mining (EVN AU) Zijin Mining (จีน) เป็นหนึ่งในผู้บริหารจัดการเหมืองทองคำและทองแดงที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศจีนที่แข็งแกร่งและการสะสมทองคำของธนาคารกลาง ส่วนออสเตรเลียเป็น hub เหมืองทองรายใหญ่ของโลก

 

 

3) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก "อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง"

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง (จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง) ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่ม Growth และกลุ่มเทคโนโลยี ที่มี Valuation อิงกับกระแสเงินสดในอนาคต รวมถึงกลุ่มปันผลสูง (Dividend Play) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ต้นทุนทางการเงินจะลดลง

 

 

  บริษัทที่เกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้ประโยชน์
สหรัฐ MSFT, GOOGL, NVDA, AVGO, AMD, INTC, MRVL, CRM, PLTR, NOW, PANW, CRWD หุ้นกลุ่ม Tech สหรัฐเป็นสินทรัพย์ที่มี Duration ยาว (สร้างกระแสเงินสดในอนาคต) เมื่อ Yield ลดลง ค่า Discount Rate จะลดลงทันที ทำให้มูลค่าที่แท้จริง ของหุ้นเติบโตเหล่านี้ถูกปรับขึ้นเพิ่มขึ้น
HD, LOW, PFE, VZ, T, AMT, DUK, SO บริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Yield ที่ลดลงเป็นพวกบริษัทที่มีเงินปันผลสูงและกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เมื่อ Yield ลดลงอุปสงค์จะเพิ่มขึ้น รวมไปถึงกลุ่มสาธารณูปโภคที่ได้ทั้งเงินปันผลและ Yield ลดลง
ยุโรป ASML, BESI (BE Semiconductor), Infineon (IFX), SAP หุ้นกลุ่ม Tech ยุโรปเป็นสินทรัพย์ที่มี Duration ยาว (สร้างกระแสเงินสดในอนาคต) เมื่อ Yield ลดลง ค่า Discount Rate จะลดลงทันที ทำให้มูลค่าที่แท้จริง ของหุ้นเติบโตเหล่านี้ถูกปรับขึ้นเพิ่มขึ้น
Iberdrola, Enel, Orsted, Vestas เน้นไปที่กลุ่มสาธารณูปโภคที่ได้ทั้งเงินปันผลและ Yield ลดลง
เอเชีย Samsung, SK Hynix, TSMC, MediaTek (2454 TT), Tokyo Electron (8035 JP), Advantest (6857 JP), Tencent (700 HK), Alibaba (9988 HK),  หุ้นกลุ่ม Tech เอเชียเป็นสินทรัพย์ที่มี Duration ยาว (สร้างกระแสเงินสดในอนาคต) เมื่อ Yield ลดลง ค่า Discount Rate จะลดลงทันที ทำให้มูลค่าที่แท้จริง ของหุ้นเติบโตเหล่านี้ถูกปรับขึ้นเพิ่มขึ้น

 

 

4) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก "ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า"

เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า หุ้นกลุ่มข้ามชาติ (Multinationals) ของสหรัฐจะรับรู้รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นดอลลาร์แล้วสูงขึ้น ส่วนหุ้นในตลาดเกิดใหม่ในเอเชียจะดึงดูดกระแสเงินทุนไหลเข้า 

 

  บริษัทที่เกี่ยวข้อง เหตุผลหลักที่ได้ประโยชน์
สหรัฐ AAPL, MSFT, GOOGL, META, AMZN, NVDA รายได้ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ เมื่อดอลลาร์อ่อน รายได้ต่างประเทศแปลงกลับเป็น USD สูงขึ้น (FX translation gain) และสินค้า/บริการมีความสามารถแข่งขันด้านราคาดีขึ้นในสายตาลูกค้าต่างชาติ
KO, PEP, PG, MCD, SBUX, NKE แบรนด์ระดับโลกที่ขายทั่วโลก; ดอลลาร์อ่อนทำให้ราคาสินค้าเป็นสกุลท้องถิ่น “ถูกลง” และเมื่อแปลงยอดขายกลับเป็นดอลลาร์ ตัวเลขรายได้/กำไรดูดีขึ้น
CAT, DE, HON, GE, RTX, BA เป็นผู้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม/เครื่องบินรายใหญ่ ดอลลาร์อ่อนช่วยคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ (ราคาแข่งขันได้ขึ้น) และเพิ่มมูลค่า order backlog ที่คิดเป็นสกุลอื่นเมื่อแปลงกลับเป็น USD
ยุโรป LVMH, Hermes, Richemont กระแสเงินลงทุนโลกมักไหลออกจาก US ไปหายุโรป/EM เมื่อดอลลาร์อ่อน ทำให้หุ้นยุโรปโดยเฉพาะ luxury ปรับเพิ่มขึ้น; ขณะเดียวกันลูกค้า EM/EU ซื้อสินค้าแบรนด์หรูได้ง่ายขึ้นเมื่อรายได้สกุลอื่นแข็งเมื่อเทียบกับดอลลาร์
Siemens, Schneider Electric, Airbus, ABB, SAP บริษัทเหล่านี้ขายสินค้า/บริการทั่วโลก ได้ประโยชน์จากกระแสเงินไหลเข้ายุโรป และจากอุปสงค์ที่ดีขึ้นในตลาดเกิดใหม่ที่ได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อน
เอเชีย Samsung, SK Hynix, TSMC, MediaTek (2454 TT), Tencent (700 HK), Alibaba (9988 HK) ดอลลาร์อ่อนมักมาพร้อมกระแสเงินข้าตลาดเกิดใหม่/เอเชีย และดัชนี tech เอเชียให้ผลตอบแทนดี เมื่อค่าเงินเอเชียแข็งขึ้นเทียบดอลลาร์ แต่อาจจะเสียประโยชน์จากค่าเงินประเทศตัวเองแข็งค่า
Toyota, Honda, Sony, Keyence ดอลลาร์อ่อนช่วยให้ EM/เอเชียมีภาระหนี้ดอลลาร์ลดลงและอุปสงค์ภายในประเทศดีขึ้น ส่งผลให้สินค้าส่งออกจากเอเชีย (รถยนต์, electronics, อาหาร) ได้ทั้งกำลังซื้อจากคู่ค้า

 

 

มุมมองของ INVX

  1. เรามองว่าการเจรจาตกลงกันได้เป็นทางออกที่ดีที่สุดและช่วยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงได้ดี
  2. เรามองว่าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ระดับ US$80-85/barrel ซึ่งจะช่วยคลายแรงกดดันเงินเฟ้อและ Yield มีแนวโน้มลดลงซึ่งจะเป็นภาพที่ดีต่อการลงทุน ซึ่งจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะสั้น
  3. ข้อตกลงระหว่างอิหร่านและสหรัฐยังไม่มีรายละเอียดมาก หากว่าเกิดการเปลี่ยนใจในอนาคตก็จะกระทบกับการลงทุนไม่มากเพราะความเลวร้ายที่สุดของสงครามได้ผ่านไปแล้ว
  4. กลุ่มสายการบินเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับคนรับความเสี่ยงได้สูง หุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง
  5. จากความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง เรามองเป็นบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี (GOOGL, AMZN, NVDA, MSFT, TSMC) กลุ่มท่องเที่ยว (BKNG, Trip.com) และกลุ่มกำลังซื้อ (LVMH, WMT, COST, NKE, KO)
  6. ระมัดระวังกลุ่มพลังงานและกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5