
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค หลังนักลงทุนกลับมากังวลว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยปัจจุบันตลาดเริ่มมองว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ในเดือน ธ.ค. อย่างไรก็ตาม INVX ยังเชื่อว่า Fed จะยังไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะเดียวกัน IPO ของ SpaceX ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลก อาจดูดซับสภาพคล่องบางส่วนออกจากสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดคริปโท
ด้านราคา Bitcoin ปรับตัวลดลง 14% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ 59,110 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ปรับตัวลดลงราว 15% ทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ 1,505 ดอลลาร์ สะท้อนภาวการณ์ลงทุนที่ยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง
ข้อมูล On-chain เริ่มสะท้อนว่า Bitcoin กำลังเข้าใกล้ระดับที่ในอดีตมักพบในช่วงการปรับฐาน โดย MVRV Z-Score ปรับตัวลงสู่โซนมูลค่าต่ำกว่าพื้นฐาน ขณะที่ Realized Price ที่ 53,600 ดอลลาร์ยังเป็นระดับต้นทุนเฉลี่ยสำคัญของตลาด อย่างไรก็ตาม MVRV ที่ลดลงต่ำกว่าจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ บ่งชี้ว่ากระบวนการปรับฐานและการล้างแรงเก็งกำไรในตลาดอาจยังไม่สิ้นสุด
ด้านพัฒนาการเชิงนโยบาย บริษัทและองค์กรในอุตสาหกรรมคริปโทกว่า 200 แห่ง ได้ร่วมผลักดันให้วุฒิสภาสหรัฐฯ นำร่างกฎหมาย Clarity Act เข้าสู่การลงมติเต็มคณะ สะท้อนความต้องการกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนมากขึ้น แม้ร่างกฎหมายได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย แต่อุปสรรคสำคัญยังคงอยู่ที่ข้อกังวลด้านจริยธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างครอบครัวประธานาบดีทรัมป์กับอุตสาหกรรมคริปโท
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ต้องติดตามตัวแรกคือ Producer Price Index (PPI) หรือ ดัชนีราคาผู้ผลิต ของเดือน พ.ค. ที่จะรายงานในวันที่ 11 มิ.ย. โดยตลาดคาดว่าจะเติบโต 0.7% MoM โดยถ้าออกมาสูงกว่าตลาดคาดจะสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม
ตัวเลขที่สองคือตัวเลข Retail Sales หรือ ยอดค้าปลีกของเดือน พ.ค. ที่จะรายงานในวันที่ 17 มิ.ย. โดยเรามองว่าในสัปดาห์หน้าตลาดจะให้น้ำหนักกับตัวเลขนี้มากที่สุด ซึ่งในกรณีที่ออกมาสูง (จะเป็นผลลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล) หรือต่ำกว่าตลาดคาดจะสร้างความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่มากกว่า PPI

Source : Tradingview as of 10 June 2026

Source : In to the Cryptoverse as og 9 June 2026
ตัวชี้วัดนี้ใช้วัดสัดส่วน Bitcoin ทั้งหมดในระบบที่กำลังอยู่ในสถานะ “กำไร” และ “ขาดทุน” เมื่อเทียบกับราคาที่เหรียญแต่ละหน่วยถูกเคลื่อนย้ายครั้งล่าสุด โดยช่วยสะท้อนภาพรวมของความรู้สึกและสถานะทางการเงินของผู้ถือ Bitcoin ทั้งตลาด
ข้อมูลล่าสุด แสดงให้เห็นว่าสัดส่วน Bitcoin ที่อยู่ในกำไรและขาดทุนกำลังเข้าใกล้ระดับ 50/50 ซึ่งหมายความว่าผู้ถือเหรียญประมาณครึ่งหนึ่งกำลังมีกำไร ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในภาวะขาดทุน สะท้อนว่าตลาดได้ปรับฐานลงมาจนแรงกดดันจากฝั่งผู้ถือเริ่มกระจายตัวมากขึ้น
ภาพรวมสะท้อนว่าตลาด Bitcoin อาจผ่านช่วงแรกของการปรับฐานมาแล้ว แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบนี้ เนื่องจากในอดีตจุดต่ำสุดมักเกิดขึ้นหลังจากสัญญาณดังกล่าวปรากฏ ขณะที่แรงเก็งกำไรส่วนหนึ่งได้ถูกล้างออกจากระบบไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏสัญญาณที่ชัดเจนเพียงพอที่จะยืนยันว่ากระบวนการปรับฐานได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์.

Source : Fidelity Digital Asset as of 7 June 2026
MVRV Z-Score เป็นตัวชี้วัด On-chain ที่เปรียบเทียบมูลค่าตลาดของ Bitcoin กับมูลค่าต้นทุนเฉลี่ยของเหรียญทั้งเครือข่าย (Realized Value) เพื่อประเมินว่าตลาดอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไปหรือซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน โดยในอดีตค่าที่อยู่ในระดับต่ำมักเกิดขึ้นในช่วงตลาดหมีหรือช่วงปลายของการปรับฐาน
ล่าสุด MVRV Z-Score ปรับตัวลงเข้าใกล้โซนที่ในอดีตมักถูกมองว่าเป็นระดับ Undervalued ขณะที่ Realized Price ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 53,600 ดอลลาร์ สะท้อนต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งตลาดตามข้อมูล On-chain และถือเป็นระดับสำคัญที่นักลงทุนกำลังจับตา
ข้อมูล On-chain สะท้อนว่าตลาดอาจผ่านช่วงแรกของการปรับฐานมาแล้ว และกำลังเคลื่อนเข้าสู่ระดับที่ในอดีตมักพบในช่วงกลางถึงปลายของการปรับฐาน อย่างไรก็ตาม MVRV ได้ปรับตัวลงต่ำกว่าจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่ากระบวนการลดความร้อนแรงและการปรับฐานของตลาดยังดำเนินอยู่ ดังนั้น แม้ราคาจะเริ่มเข้าใกล้ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งตลาด แต่สัญญาณในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบนี้ไปแล้ว.
บริษัทและองค์กรในอุตสาหกรรมคริปโทกว่า 200 แห่ง รวมถึง Coinbase, Ripple, Kraken, Circle และ Binance.US ได้ร่วมลงนามในจดหมายถึงวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อเรียกร้องให้นำร่างกฎหมาย Clarity Act เข้าสู่การลงมติเต็มคณะ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่อุตสาหกรรมเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง
Clarity Act ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมืองในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาแล้ว และได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญยังคงอยู่ที่ข้อกังวลด้านจริยธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างครอบครัว Trump กับอุตสาหกรรมคริปโท ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการพิจารณาในขั้นต่อไป
การผลักดัน Clarity Act สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมในการผลักดันกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ หากร่างกฎหมายสามารถผ่านการลงมติได้ อาจช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน และสนับสนุนการพัฒนาของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมคริปโทในเชิงโครงสร้าง.

Source : InnovestX research as of 10 June 2026
ภาพรายสัปดาห์ ราคาแกว่งลงต่อเนื่องหลังหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ร่วงลงสู่โซน Bearish ส่วน MACD กำลังจะลงมาตัด Signal Line และยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ประเมินว่าหากราคาหลุดต่ำกว่าฐานเดิมจะเป็นสัญญาณลบ และมีแนวโน้มลงต่อทดสอบกรอบล่าง Downtrend Channel หากไม่หลุดอาจเห็นการรีบาวด์ระยะสั้น แต่กรอบบนจำกัด
แนวรับ: 59,000-55,000 ดอลลาร์
แนวต้าน: 69,000-73,000 ดอลลาร์

Source : InnovestX research as of 10 June 2026
ภาพรายสัปดาห์ ราคาปรับลงหลุด Low ก่อนหน้า และกำลังทดสอบฐานเดิม ขณะที่ RSI ร่วงลงสู่โซน Bearish ใกล้แตะ Oversold ส่วน MACD ตัด Signal Line ลงมา และอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ประเมินว่าหากราคาหลุดต่ำกว่าฐานเดิมจะเป็นสัญญาณลบ และมีแนวโน้มลงต่อหาจุดต่ำในรอบกว่า 3 ปี หากไม่หลุดอาจเห็นการรีบาวด์ระยะสั้น แต่กรอบบนจำกัด
แนวรับ: 1,500-1,400 ดอลลาร์
แนวต้าน: 1,950-2,100 ดอลลาร์
|
Date |
Events |
|
17 June 2026 |
Retail Sale (MoM) (May) Core Retail Sales (MoM) (May) |
|
18 June 2026 |
Fed Interest Rate Decision Initial Jobless Claims |
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้