PDF Available  
Global Morning Routine

Global Morning Routine - 1 เม.ย. 2568

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|1 Apr 25 10:43 AM
สรุปสาระสำคัญ

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงนำโดยตลาดหุ้นโซนเอชียหลัง ปธน.ทรัมป์เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เม.ย. และเตรียมมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งภาพนี้ทำให้ความกังวลสงครามการค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแรงกดดันและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น

บทสรุป

 

  • กระแสเงินในวันที่ 28 มี.ค. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน ตลาดรอความชัดเจนต่อแนวโน้มการขึ้นภาษีของสหรัฐในวันที่ 2 เม.ย. 3) มีแรงซื้อในตลาดยุโรปจากแนวโน้มลดดอกเบี้ยของ ECB ต่อเนื่องแต่กระแสเงินเริ่มลดลง 4) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีผันผวน มีแรงซื้อในกลุ่ม Semiconductor, Cloud และกลุ่ม AI แต่มีแรงขายในกลุ่ม Software 5) มีแรงขายในหุ้นขนาดเล็กและกลุ่ม Consumer Discretionary จากภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง 6) กลุ่มการเงินมีแรงขายจากความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มสูงขึ้น

  • ทรัมป์ประกาศจะเริ่มใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) กับ "ทุกประเทศ" ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าจะ Target แค่กลุ่มคู่ค้า อย่างไรก็ดีเราแนะติดตามรายละเอียดเพิ่มในวัน Liberation Day  2 เม.ย. 25 ขณะที่ทางการจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรี เพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งภาพรวมนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ทำให้ตลาดผันผวนได้ในระยะสั้น

  • Apple มีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้นหลังพัฒนา AI Feature ที่คลอบคลุมขึ้นและยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนมีสัญญาณการฟื้นตัว อย่างไรก็ดีแรงกดดันจากการแข่งขันแบรนด์จีนยังดำเนินอยู่สะท้อนจากส่วนแบ่งการตลาดแบรนด์ต่างประเทศที่ลดลงในจีน ซึ่งเรามองว่าแม้ Downside จะจำกัด แต่ Upside ก็มีแรงกดดันเช่นกัน ทำให้เราแนะติดตาม iPhone16e ว่าจะช่วยหนุนการเติบโตได้หรือไม่

  • PMI ภาคการผลิตและบริการของจีนปรับตัวขึ้นใน มี.ค. แต่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าโดยเฉพาะจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่อาจกระทบการส่งออก ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 11%YoY จากอุปสงค์อ่อนแอ ด้านยอดค้าปลีกฮ่องกงหดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลกดดันต่อผลประกอบการของบริษัท เช่น Anta Sport, Li Ning, Chow Tai Fook และ LVMH ใน 1Q25

  • กำไรสุทธิของธนาคารจีน 4Q24 ดีกว่าคาด จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและการตั้งสำรองที่ลดลง แม้ NPL เพิ่มขึ้น 6-7% YoY แต่ต่ำกว่าคาด ธนาคารขนาดใหญ่เร่งตัดหนี้เสียในภาคอสังหาฯ ตามนโยบายรัฐ อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม NIM ที่ลดลงและ NPL ที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันกำไรและ Valuation ของกลุ่มธนาคารจีนในระยะถัดไป

  • รัฐบาลจีนออกมาตรการพัฒนา 5 เมืองเป็นศูนย์กลางการบริโภคระดับโลก โดยเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยว ขยายมาตรการยกเว้นวีซ่า พัฒนา e-wallet ต่างประเทศ และส่งเสริมร้านค้าปลอดภาษี รวมถึงใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data ยกระดับการค้าปลีกและบริการท่องเที่ยว คาดหนุนกลุ่มโรงแรม (H World Group), OTA (Trip.com), ระบบชำระเงิน (Tencent) และ AI (Tencent, Alibaba)

  • เราประเมินว่าตลาดยังคงมีความผันผวนจากความเสี่ยงเศรษฐกิจและสงครามการค้าซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายของทรัมป์ โดยเราแนะติดตามรายละเอียดที่ชัดเจนในวัน Liberation Day ที่  2 เม.ย. 25 ซึ่งภาพนี้มีส่วนทำให้ตลาดยังผันผวนได้ในระยะสั้น เราจึงแนะ 1) ตั้งรับเป็นสำคัญโดยแนะ  VZ (TP: 46.7 USD) ที่ PE ต่ำและ Div Yield สูง  2) อยู่ในกลุ่มตลาดจีนที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่าง Tencent (TP: 616 HKD)

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5