ก่อนไปคิดอะไร
• บริษัทมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2568 อย่างไร หลัง 4Q67 สร้างสถิติกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 99 ลบ. เติบโต 26.7%YoY ดีกว่าเราและตลาดคาดราว 20% โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายรวมที่เติบโต 31%YoY หลังยอดขายสาขาเดิมเติบโตเด่น 13.1%YoY จากความต้องการดูแลตัวเองที่มีมากขึ้นและการเพิ่มบริการใหม่ๆ อีกทั้งยังรับรู้ยอดขายจากสาขาใหม่ที่มีเพิ่มขึ้น 17 แห่งจาก 4Q66 นอกจากนี้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเป็น 54% จาก 53% ใน 4Q66 และมี SG&A/Sales ที่ 39.7% ลดลงจาก 40.7% ใน 4Q66 ดีเกินคาด เนื่องจากมีการคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น และสาขาใหม่ที่เปิดจำนวนมากถึง 13 แห่งใน 1H67 เริ่มพลิกมีกำไรหลังสร้างฐานลูกค้าได้แล้ว อีกทั้งรายได้จากศูนย์ศัลยกรรมและ L.A.B.X ยังเติบโตดี 56%YoY และ 76%YoY ตามลำดับ ทำให้เกิดผลประหยัดต่อขนาดมากขึ้น ส่งผลให้ปี 2567 KLINIQมีกำไรสุทธิ 322 ลบ. เติบโต 11.6%YoY ดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ราว 7%
หลังไปได้อะไร
• KLINIQ ตั้งเป้าปี 2568 มีรายได้รวมเติบโต 15-20%YoY หรือราว 3.5 พันลบ. เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมคาดจะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมความงามจากกระแสความต้องการดูแลตัวเองที่มีมากขึ้นและการเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น อาทิ บริการสเต็มเซลล์ปลูกผม อีกทั้งปลายปีก่อนได้เพิ่มทีมการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าต่างชาติในกลุ่ม Southeast Asia นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาต่อเนื่องเพื่อครอบคลุมลูกค้าทุกเพศทุกวัย โดยยังเน้นพื้นที่ที่มีกำลังซื้อ โดยปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขา 10 แห่ง แบ่งเป็นภายใต้แบรนด์ The Klinique 3 แห่ง, L.A.B.X 4 แห่ง และ L Clinic 3 แห่ง ซึ่งคาดทำให้สิ้นปี 2568 มีสาขารวม 83 แห่ง เพิ่มจาก 73 แห่งในปี 2567 พร้อมตั้งเป้ามีสาขาครบ 100 แห่งในปี 2570 ทั้งนี้แหล่งเงินทุน
• เรามองปี 2568 จะเป็นปีทองแห่งการเก็บเกี่ยวผลลงทุนขยายสาขาเชิงรุกถึง 32 แห่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566-67) ภายใต้แบรนด์ The Klinique, L.A.B.X, L Clinic, KLINIQ MedSpa และคลินิกศัลยกรรม ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้บริการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม เมื่อบวกกับปีนี้บริษัทยังมีแผนเพิ่มบริการใหม่ๆ และคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงทำให้เรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2568 จากเดิมราว 7% โดยภายใต้ประมาณการใหม่คาดปี 2568 KLINIQ จะมีกำไรสุทธิ 379 ลบ. เติบโต 17.5%YoY โดย 1Q-4Q68 คาดกำไรจะเติบโตได้ YoY ทุกไตรมาส ด้วยแรงหนุนจากการรับรู้ยอดขายจากสาขาใหม่ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม การคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น อีกทั้งผลการดำเนินงานของศูนย์ศัลยกรรมคาดจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
• ความเสี่ยงสำคัญ คือ มีภาวะการแข่งขันในธุรกิจมีสูง, พฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีการรักษาดูแลความงามเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่วนความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ความปลอดภัยและการรักษาข้อมูลการรักษาของผู้มาใช้บริการ (S) รวมทั้งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ถือหุ้นของบริษัทเกิน 50% (G)