พอร์ตสินทรัพย์ให้เช่าของ LH จะมีขนาดใหญ่ขึ้นผ่านการเพิ่มโรงแรมระดับลักชัวรีแห่งใหม่ขนาด 512 ห้อง (เปิดให้บริการวันที่ 1 เม.ย. 2568) เข้ามาในพอร์ต จากประมาณการของเรา การมีโรงแรมใหม่ดังกล่าวเพิ่มเข้ามาจะทำให้รายได้จากการให้เช่าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 33% ของรายได้รวมในปี 2568 โดยมูลค่าจะเพิ่มขึ้น 1% (รวมการขายสินทรัพย์หนึ่งรายการใน 4Q67 และอีกสามรายการในปี 2568) ในขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และกำไรจะอ่อนตัวลงใน 1Q68 จากนั้นจะเพิ่มขึ้นใน 2Q68 ตามการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ไว้ที่ 5.3 พันลบ. (-2.2%) ซึ่งยังไม่รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ามา เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ LH โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 6.00 บาท/หุ้น อ้างอิง PE เฉลี่ยที่ 13.3 เท่า LH ประกาศจ่ายจ่ายเงินปันผลสำหรับงวด 4Q67 ที่ 0.17 บาท/หุ้น (XD วันที่ 30 เม.ย.) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.95%
LH จะเพิ่มโรงแรมแห่งใหม่เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอใน 2Q68 LH กำลังจะเปิดโรงแรมแห่งใหม่ “Grande Centre Point Lumphini” ซึ่งเป็นโรงแรมระดับลักชัวรีขนาด 512 ห้อง โดยมีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 8,000 บาท/คืน โครงการนี้เป็นโครงการแบบ mixed-use ที่มีพื้นที่สำนักงานด้วย LH ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักในปี 2568 ที่ 30-40% และจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับอย่างน้อย 80% ในปี 2569 LH ใช้เงินลงทุน 4.8 พันลบ. ในโรงแรมแห่งนี้ และจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรสุทธิอยู่ที่อัตราการเข้าพัก 60% ด้วยเหตุนี้ เราจึงคาดว่าการดำเนินงานโรงแรมจะมีกำไรในปี 2569 หลังจากสร้างรายได้ ~500 ลบ. ในปี 2568 LH มีโรงแรมอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะเปิดให้บริการในอีก 3 ปีข้างหน้า ได้แก่ Grande Centre Point Prestige Ratchadimri ขนาด 509 ห้อง จะเปิดให้บริการใน 1Q69, Grande Centre Point Voyage Pattaya (โรงแรมธีม) ขนาด 494 ห้อง จะเปิดให้บริการในปี 2570 และ Grande Centre Point Chinatown ขนาด 357 ห้อง จะเปิดให้บริการในปี 2571
คงประมาณการปี 2568 โรงแรมใหม่จะสร้างรายได้จากการให้เช่าตั้งแต่ 2Q68 เป็นต้นไป LH ตั้งเป้ารายได้การให้เช่ารวมในปี 2568 ที่ 9.2 พันลบ. (+1%) เติบโตเพียงเล็กน้อยเนื่องจากใน 4Q67 มีการศูนย์การค้าแห่งหนึ่งให้กับ REIT ของบริษัท และบริษัทยังขายอาคารอพาร์ตเมนต์ 3 แห่งในสหรัฐฯ (1 แห่งใน 1H68 และอีก 2 แห่งใน 2H68) ปัจจุบัน LH มี backlog มูลค่า 9.25 พันลบ. โดย 17% มาจากโครงการแนวราบซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2568 และส่วนที่เหลืออีก 83% มาจากคอนโดซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569-2570 เราคงประมาณการรายได้ปี 2568 ไว้ที่ 2.77 หมื่นลบ. (+11.5%) โดย 67% เป็นรายได้จากขายอสังหาริมทรัพย์ และ 33% เป็นรายได้จากการเช่า เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2568 ที่ 5.3 พันลบ. (-2.2%) โดยที่ยังไม่ได้รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์ประมาณ 1 พันลบ. เข้ามาไว้ในประมาณการ เราคาดว่ากำไร 1Q68 จะลดลง YoY และ QoQ จากนั้นจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2Q68 เนื่องจากอุปสงค์ฟื้นตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV
ความเสี่ยง ESG ที่สำคัญ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน: การบริหารสินค้าคงเหลือกลุ่มบ้านเดี่ยวและและคอนโดลักชัวรี่ ความเสี่ยงด้าน ESG: LH ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ในระดับ AA โดยได้รับการเลื่อนระดับขึ้นจากระดับ A ในปี 2566 เนื่องจาก LH ตั้งเป้าที่จะคงความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปีพ.ศ. 2608 และดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนมากขึ้น
LH’s rental portfolio is getting a nice boost via the addition of a new luxury 512-key hotel, opening on April 1. By our calculations, this will bring rental revenue up to 33% of total revenue in 2025, with value growing 1% (with divestment of one asset in 4Q24 and three more in 2025). Revenue from real estate for sales and earnings will slip in 1Q25 then rise in 2Q25 in response to the easing in LTV. We maintain our net profit forecast at Bt5.3bn (-2.2%), not including gain from asset divestment. We stay Neutral with a 2025 TP of Bt6.00 based on average PER of 13.3x. 4Q24 DPS has been announced at Bt0.17, XD on April 30, giving yield of 3.95%.
New hotel to be added to portfolio in 2Q25. LH is opening a new hotel “Grande Centre Point Lumphini”, a 512-key luxury hotel with average room rate starting at Bt8,000/night; this is a mixed-use project, also offering office space. LH targets 2025 occupancy rate at 30-40%, ramping up to at least 80% in 2026. It invested Bt4.8bn in the hotel and breakeven at the net profit level is at an occupancy rate of 60%. On this basis, we expect hotel operations to be in the black in 2026 after generating revenue of ~Bt500mn in 2025F. LH has three more hotels under construction to come on line over the next three years: the 509-key Grande Centre Point Prestige Ratchadamri, opening in 1Q26, the 494-key Grande Centre Point Voyage Pattaya (a theme hotel), opening in 2027 and the 357-key Grande Centre Point Chinatown, opening in 2028.
Maintain 2025 forecast. The new hotel will generate rental revenue from 2Q25 on. LH targets total rental revenue in 2025F of Bt9.2bn (+1%), only small growth since in 4Q24 one shopping mall was divested to its REIT and it also sold three apartment buildings in the US, one in 1H25 and two in 2H25. LH has current backlog of Bt9.25bn, 17% in low-rise, which will be booked as revenue in 2025, and 83% in condos, to be booked over 2026-2027. We maintain our 2025 revenue forecast of Bt27.7bn (+11.5%), 67% from real estate sales, underwriting revenue growth of 17%; 33% will be rental revenue. Not including a possible Bt1bn gain from asset divestment, we forecast net profit at Bt5.3bn (-2.2%). We expect 1Q25F earnings to fall YoY and QoQ, then rise from 2Q25 as demand recovers, backed by LTV easing.
ESG key risk. Operational risk: Inventory management in SDH and luxury condos. ESG risk: LH was listed in SET ESG ratings as AA in 2024, moved up from A in 2023 as it aims to remain the leader in Thailand’s real estate development business with targeted net zero emissions by 2065 upon greater implementation of sustainable products.
Download PDF Click > LH250326_E.pdf