สำหรับ 4QFY67 เราคาดว่า AEONTS จะมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น แต่กำไรจะลดลงทั้ง QoQ (ไม่มีกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเหมือนในไตรมาสก่อนหน้า และอัตราภาษีที่แท้จริงสูงขึ้น) และ YoY (ECL เพิ่มขึ้นจากระดับที่ต่ำกว่าปกติใน 4QFY66) เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวกลับมาเติบโต 5% ในปี FY2568 หลักๆ เกิดจาก credit cost ที่ลดลงและรายได้หนี้สูญรับคืนที่ดี เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ AEONTS โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณภาพสินทรัพย์ที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เราปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 149 บาท มาอยู่ที่ 143 บาท เนื่องจากเราปรับ PBV เป้าหมายลดลงเพื่อสะท้อนการเติบโตระยะยาวที่ลดลงจากแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่อาจอ่อนแอกว่าคาด
พรีวิว 4QFY67: คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น แต่กำไรลดลง ข้อมูลจากการพูดคุยในช่วงเวลาสั้นๆ กับผู้บริหารของ AEONTS ทำให้เราทราบมาว่า AEONTS พบว่าทั้ง NPL และสินเชื่อ stage 2 ลดลงใน 4QFY67 (ธ.ค.-ก.พ.) จากการเก็บหนี้ได้ดีขึ้น เราคาดว่ากำไร 4QFY67 จะลดลง 14% QoQ และ 38% YoY มาอยู่ที่ 680 ลบ. โดยกำไรที่คาดว่าจะลดลง 14% QoQ ใน 4QFY67 นั้นอิงกับการคาดการณ์ว่า credit cost จะลดลง 66 bps จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น สินเชื่อจะอยู่ในระดับทรงตัว NIM จะลดลง 8 bps เพราะอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อลดลงและต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ไม่มีกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 94 ลบ. จากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยในเมียนมาเหมือนในไตรมาสก่อนหน้า และอัตราภาษีที่แท้จริงจะเพิ่มขึ้นกลับสู่ระดับปกติจาก 12% ใน 3QFY67 ในขณะที่กำไรที่คาดว่าจะลดลง 38% YoY ใน 4QFY67 หลักๆ เกิดจาก ECL ที่เพิ่มขึ้นจากระดับที่ต่ำกว่าปกติใน 4QFY66 (จากการผ่อนคลายเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้จากค้างชำระ 28 วัน เป็น 30 วัน)
คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น AEONTS พบว่าบริษัทเก็บหนี้ได้ดีขึ้นใน 4QFY67 ส่งผลทำให้ทั้ง NPL และสินเชื่อ stage 2 ลดลง เราคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี FY2568 ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง และ “คุณสู้ เราช่วย” ของ ธปท. เราคาดว่า credit cost จะลดลง 66 bps QoQ มาอยู่ที่ 7.29% ใน 4QFY67 และ 30 bps มาอยู่ที่ 8% ในปี FY2568
สินเชื่อเติบโตต่ำ เราคาดว่าสินเชื่อจะอยู่ในระดับทรงตัวใน 4QFY67 และหดตัวลง 2% ในปี FY2567 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มอัตราชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% นโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น และการตัดหนี้สูญมากขึ้น AEONTS วางแผนกลับมาขยายสินเชื่อในปี FY2568 เราคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 2% ในปี FY2568
NIM แคบลง เราคาดว่า NIM จะลดลง 30 bps ในปี FY2568 อันเป็นผลมาจาก: 1) มาตรการแก้หนี้เรื้อรังและ “คุณสู้ เราช่วย” ของ ธปท. และ 2) การให้เครดิตเงินคืนเทียบเท่าดอกเบี้ย 0.5% ของยอดค้างชำระสินเชื่อบัตรเครดิตใน 1H68 และ 0.25% ใน 2H68 สำหรับลูกหนี้ที่ผ่อนชำระขั้นต่ำมากกว่าหรือเท่ากับ 8%
แนวโน้มกำไรปี FY2568 เราคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 5% ในปี FY2568 หลักๆ ได้แรงหนุนจาก credit cost ที่ลดลง รายได้หนี้สูญรับคืนที่เติบโตอย่างยั่งยืนที่ระดับ 15% สินเชื่อที่เติบโตเล็กน้อยที่ 2% NIM ที่แคบลง 30 bps และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ในระดับทรงตัว
คงคำแนะนำ OUTPERFORM แต่ปรับราคาเป้าหมายลดลง เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ AEONTS โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณภาพสินทรัพย์ที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เราปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 149 บาท มาอยู่ที่ 143 บาท (PBV 1.3 เท่า หรือ PER 12.1 เท่า สำหรับปี FY2568) เนื่องจากเราปรับ PBV เป้าหมายลดลงเพื่อสะท้อนการเติบโตระยะยาวที่ลดลงจากแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่อาจอ่อนแอกว่าคาด
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง 2) ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบจากมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนของธปท. และ 3) ความเสี่ยง ESG ด้านการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct)
Improving asset quality
In 4QFY24, we expect improved asset quality but lower earnings both QoQ (no repeat of the one-off gain and higher effective tax rate) and YoY (higher ECL from the lower 4QFY23 than usual). We forecast a 5% earnings recovery in FY2025, backed by easing credit cost and good bad debt recovery. We maintain our Outperform rating, undergirded by expected improvement in asset quality, which we believe is a key share price driver. However, we cut TP to Bt143 from Bt149 as we de-rated PBV target to reflect lower L-T growth from the possibly poorer macro outlook than anticipated.
4QFY24 preview: Better asset quality but lower bottom line. A snap call with AEONTS management elicited the information that it saw a decrease in both NPLs and stage 2 loans in 4QFY24 (December-February) from better debt collection. We forecast 4QFY24 earnings to fall 14% QoQ and 38% YoY to Bt680mn. The expected 14% QoQ decrease in 4QFY24 earnings is based on a forecast of a 66 bps fall in credit cost from improving asset quality, mute loan growth, an 8 bps squeeze in NIM from lower loan yield and higher cost of funds, no repeat of the one-off Bt94mn gain on sale of investment in the Myanmar subsidiary and higher effective tax rate on a return to a normal effective tax rate from 12% in 3QFY24. The expected 38% YoY fall in 4QFY24 earnings is attributable to higher ECL from the lower-than-usual ECL in 4QFY23 brought by relaxing loan classification criteria from 28 days overdue to 30 days.
Improving asset quality. Debt collection was better in 4QFY24, leading to a fall in both NPLs and stage 2 loans. We expect continued improvement in FY2025, backed by the BoT’s persistent debt and “You Fight We Help” measures. We expect credit cost to fall 66 bps QoQ to 7.29% in 4QFY24 and 30 bps to 8% in FY2025.
Weak loan growth. We expect mute loan growth in 4QFY24 and a 2% contraction in loans in FY2024 due to a hike in minimum credit card payment to 8% from 5%, tighter credit and larger write-offs. AEONTS plans to resume growing loans in FY2025. We expect a modest pickup in loan growth to 2% in FY2025.
Narrowed NIM. We expect NIM to fall 30 bps in FY2025 as a result of: 1) the BoT’s persistent debt and “You Fight We Help” measures and 2) cash back of 0.5% interest on credit card loans in 1H25 and 0.25% in 2H25 for debtors who make the 8% minimum repayment.
FY2025 outlook. We expect earnings to rise 5% in FY2025, on lower credit cost, a sustainable 15% growth in bad debt recovery, modest 2% loan growth, a 30 bps narrowing in NIM and stable cost to income ratio.
Maintain Outperform with TP cut. We maintain our Outperform rating, backed by an expected improvement in asset quality, which we believe is a key share price driver. However, we cut TP to Bt143 (1.3x PBV or 12.1x PER for FY2025) from Bt149 as we de-rated PBV target to reflect lower L-T growth to accommodate a potentially weaker macro outlook than expected.
Key risks: 1) Asset quality risk from uneven economic recovery, 2) regulatory risk from the BoT’s household debt measures, and 3) ESG risk from market conduct.
Download EN version click >> AEONTS250327_E.pdf