DR23

SoftBank บริษัทโฮลดิ้งสุดแหวกแนวที่ไม่ได้ประกอบกิจการธนาคารแต่อย่างใด

17 Jul 26 10:29 PM
cover_softbank_v1
สรุปสาระสำคัญ

SoftBank Group ไม่ใช่ธนาคารตามชื่อ แต่คือบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนด้านเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ และเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 2.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้การนำของ มาซาโยชิ ซัน (Masayoshi Son) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัทปรับกลยุทธ์มาแล้ว 4 ยุค ตั้งแต่ผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ สู่นักลงทุนแบบ Venture Capital (เงินร่วมลงทุน) เข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคม และลงทุนในสตาร์ทอัพผ่านกองทุน Vision Funds

ปัจจุบันบริษัทโฟกัสที่การถือครองห่วงโซ่คุณค่า AI ทั้งสาย แทนการลงทุนแบบแยกรายดีล โดยลงทุนครบทั้ง 4 ชั้น ได้แก่

1. ชิปและสถาปัตยกรรม ผ่านหุ้น Arm Holdings ที่ออกแบบชิปอยู่ในอุปกรณ์หลายพันล้านเครื่อง
2. โมเดล AI ขั้นพื้นฐาน ผ่านการจับมือ OpenAI เจ้าของ ChatGPT
3. ดาต้าเซ็นเตอร์ ผ่านโครงการ Stargate ร่วมกับ OpenAI และ Oracle
4. พลังงาน ที่ซันมองว่าเป็นเพดานการเติบโตของ AI (คาดใช้ไฟถึง 3 เทราวัตต์ในปี 2040)

ทั้งหมดนี้หนุนหลังด้วยกระแสเงินสดจาก SoftBank Corp. บริษัทโทรคมนาคมที่มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 31.77 ล้านราย พร้อมแพลตฟอร์ม Yahoo! Japan และ LINE ทำหน้าที่เป็น Cash Cow (ธุรกิจสร้างเงินสดหลัก) ป้อนทุนให้การลงทุนระยะยาว หากวิสัยทัศน์ของซันแม่นยำ SoftBank อาจก้าวขึ้นเป็นผู้ถือครองระบบนิเวศ AI ที่เบ็ดเสร็จที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีโลก

บริษัทโฮลดิ้งด้านเทคโนโลยีที่ไม่ได้ประกอบกิจการธนาคารแต่อย่างใด

เมื่อได้ยินชื่อ SoftBank นักลงทุนจำนวนไม่น้อยมักเข้าใจผิดว่าเป็นสถาบันการเงินหรือธนาคาร พาณิชย์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งแม้ว่าความเข้าใจดังกล่าวจะเป็นเรื่องที่ฟังดูสมเหตุสมผลจาก ชื่อของบริษัท แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย

 

แม้ว่า SoftBank จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคา ตลาด (Market Capitalization) สูงกว่า 2.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ทว่าบริษัทแห่งนี้กลับ ไม่ได้ประกอบธุรกิจธนาคารเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน SoftBank Group สามารถนิยามได้ดี ที่สุดว่าเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนด้านเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ (Strategic Technology Holding and Investment Company) โดยมีพอร์ตโฟลิโอการลงทุนที่ครอบคลุมตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI), โทรคมนาคม, เซมิคอนดักเตอร์, ซอฟต์แวร์, พลังงาน ไปจนถึงธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital)

 

ภายใต้การนำทัพของ มาซาโยชิ ซัน (Masayoshi Son) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทได้ทรานส์ฟอร์มและปรับเปลี่ยนโครงสร้างรวมถึงกลยุทธ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตักตวงผลประโยชน์จากเมกะเทรนด์เทคโนโลยี (Emerging Technological Trends) ที่กำลังอุบัติขึ้น และในปัจจุบัน จุดโฟกัสของบริษัทได้มุ่งเน้นไปที่ระบบนิเวศ AI อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นเซกเตอร์ที่ มาซาโยชิ ซัน เชื่อมั่นว่าจะกลายเป็นฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ เศรษฐกิจโลกในยุคถัดไป

 

Softbank_pic01.png

SoftBank Group ลงทุนครอบคลุมห้าโดเมนหลัก โดยมี มาซาโยชิ ซัน เป็นผู้กำหนดทิศทาง

 

ย้อนรอยประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการ

จุดเริ่มต้นของ SoftBank ต้องย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 1980 โดย มาซาโยชิ ซัน ได้ก่อตั้ง บริษัทขึ้นในฐานะธุรกิจจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ในประเทศญี่ปุ่น ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งล้วนสะท้อน ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของซันต่อทิศทางและอนาคตของเทคโนโลยีโลก

 

จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ SoftBank ได้ค่อยๆ ยกระดับตัวเองขึ้นเป็น นักลงทุนในธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital หรือ VC) และขยายอาณาจักรเข้าสู่ธุรกิจ โทรคมนาคมผ่านการควบรวมกิจการครั้งใหญ่และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

 

จากนั้นในเวลาต่อมา บริษัทเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการดำเนินกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกใน สตาร์ทอัพเทคโนโลยีที่มีอัตราการเติบโตสูงผ่านกองทุน Vision Funds ส่งผลให้ SoftBank ก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในนักลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก

และในวันนี้ SoftBank ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์อีกครั้ง ปัจจุบันบริษัทกลับมุ่งเน้นไปที่การสร้าง โอกาสรับผลตอบแทนครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Value Chain) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ที่ทะเยอทะยานที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท และสะท้อนถึงความเชื่ออันแรงกล้าของซันที่ว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่กำหนดทิศทาง ของโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

 

Softbank_pic02.png

สี่ยุคเชิงกลยุทธ์ของ SoftBank ตั้งแต่ผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์จนถึงห่วงโซ่คุณค่า AI

 

กลยุทธ์การยึดครองห่วงโซ่อุปทาน AI

บริษัทลงทุนทั่วไปมักกระจายเงินเป็นรายดีลแบบเอกเทศ (Isolated Bets) แต่ SoftBank เลือกอีกทาง คือลงทุนให้ครบทุกชั้นของระบบนิเวศ AI ตั้งแต่พลังงานที่ป้อนไฟ ไปจนถึงโมเดล ที่ผู้ใช้สัมผัสจริง เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการเติบโตตลอดทั้งห่วงโซ่ ไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่ง

 

Softbank_pic03.png

สี่ชั้นของห่วงโซ่คุณค่า AI ที่ SoftBank เข้าไปถือครอง เรียงจากรากฐานขึ้นสู่ปลายทางการใช้งาน

 

สถาปัตยกรรมและชิปเซมิคอนดักเตอร์: ขุมพลังจาก Arm Holdings

  • ผู้ออกแบบแต่ไม่ผลิต Arm ขายพิมพ์เขียวสถาปัตยกรรมหน่วยประมวลผล ไม่ได้เปิดโรงงานผลิตชิปเอง
  • รายได้จากค่าสิทธิ์ (Licensing) เก็บจากผู้ผลิตชิปที่นำแบบไปพัฒนาต่อ
  • อยู่ในอุปกรณ์หลายพันล้านเครื่อง ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์

เมื่อ AI ถูกฝังเข้าไปในสินค้าของผู้บริโภคและองค์กรมากขึ้น ความต้องการหน่วยประมวลผล ที่แรงขึ้นแต่กินไฟน้อยลงก็เพิ่มตาม ซึ่งเป็นโจทย์ที่สถาปัตยกรรมของ Arm ตอบได้ดี การถือหุ้นใน Arm จึงทำให้ SoftBank ยืนอยู่ที่รากฐานของระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์โลก และได้ประโยชน์ไม่ว่าผู้ผลิตชิปรายใดจะเป็นผู้ชนะ

 

 

โมเดลปัญญาประดิษฐ์ขั้นพื้นฐาน: การจับมือกับ OpenAI

  • พันธมิตรกับ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ที่จุดกระแสความสนใจ AI ไปทั่วโลก
  • ลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการเข้าถึงโมเดล AI ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก

ฮาร์ดแวร์เป็นเพียงครึ่งเดียวของสมการ SoftBank จึงขยับขึ้นมาที่ชั้นซอฟต์แวร์ด้วย และเมื่อทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคหันมาใช้ Generative AI เร็วขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็รับประโยชน์โดยตรงจากโมเดลที่เป็นขุมพลังอยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชันเหล่านั้น ซึ่งสะท้อนมุมมองของ มาซาโยชิ ซัน ที่ว่าโมเดล AI ขั้นสูงจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของแทบทุกอุตสาหกรรม

 

โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์

  • ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล ทั้งการฝึก (Training) และการรันโมเดล AI ขั้นสูง
  • ร่วมลงทุนใน Stargate Project จับมือ OpenAI และ Oracle สร้าง AI Data Center เจเนอเรชันถัดไป

ยิ่งการใช้งาน AI ขยายตัว ความต้องการขีดความสามารถในการประมวลผล (Computing Capacity) ก็ยิ่งพุ่งตาม การลงไปสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เองทำให้ SoftBank เก็บผลตอบแทนจากความต้องการนี้ได้โดยตรง แทนที่จะฝากความหวังไว้กับซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว

 

พลังงาน: เชื้อเพลิงขับเคลื่อนวัฏจักรการเติบโตครั้งใหญ่

  • 3 เทราวัตต์ (Terawatts) ภายในปี 2040 คือปริมาณไฟที่ซันคาดว่า AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะใช้
  • 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน SB Energy อัดฉีดเมื่อมกราคม 2026 ผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ในสหรัฐฯ
  • สนใจพลังงานแห่งอนาคต เช่น นิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion)

นี่คือแง่มุมที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด เพราะถ้าไฟไม่พอ ดาต้าเซ็นเตอร์ก็เดินไม่ได้ ไม่ว่าชิปจะแรงแค่ไหน ซันจึงมองว่าพลังงานคือเพดานที่จำกัดการเติบโตของ AI ในระยะยาว และการลงทุนในโรงไฟฟ้าและพลังงานสะอาดตั้งแต่วันนี้ ก็คือการซื้อพื้นที่ให้ทุกชั้นที่อยู่ข้างบนเติบโตต่อไปได้

 

ขุมทรัพย์สร้างกระแสเงินสดหลักของกลุ่มบริษัท

แม้ว่าข่าวการลงทุนในสมรภูมิ AI ของ SoftBank Group มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชน และนักลงทุนอยู่เสมอ ทว่ากลยุทธ์อันทะเยอทะยานเหล่านี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยหากขาดแหล่ง กระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอและมั่นคง ซึ่งฐานรากแนวรับที่แข็งแกร่งนี้มาจาก SoftBank Corp. บริษัทย่อยด้านโทรคมนาคมภายใต้ร่มเงาของ SoftBank Group นั่นเอง

 

ทั้งนี้ SoftBank Corp. เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โซลูชันสำหรับองค์กร และบริการโทรคมนาคมอื่นๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนราว 31.77 ล้านราย จากเลขหมายรวมทั้งสิ้นกว่า 54.8 ล้านเลขหมาย ส่งผลให้การดำเนินงานดังกล่าว สามารถ สร้างกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้และมีความสม่ำเสมอ ทำหน้าที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงหลัก ในการ สนับสนุนกิจกรรมการลงทุนของบริษัทแม่

 

ในหลายๆ มิติ SoftBank Corp. จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรสร้างเงินสด (Cash Cow) ให้แก่เครือบริษัท คอยสนับสนุนเงินทุนให้กับเป้าหมายการลงทุนระยะยาวของบริษัทแม่ พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพ (Stability) ในระดับที่การลงทุนในธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Investments) เพียงอย่างเดียวไม่สามารถมอบให้ได้

 

นอกเหนือจากธุรกิจโทรคมนาคมแล้ว SoftBank Corp. ยังเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มดิจิทัล ยักษ์ใหญ่อย่าง Yahoo! Japan และ LINE ซึ่งเป็นสองบริการอินเทอร์เน็ตที่มีอิทธิพลสูง ในประเทศญี่ปุ่น การครอบครองธุรกิจเหล่านี้ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงส่วนแบ่งในตลาดโฆษณาออนไลน์ สื่อดิจิทัล แพลตฟอร์มรับส่งข้อความ และบริการอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ซึ่งช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานรายได้ที่เกิดขึ้นประจำ (Recurring Revenue Base) ได้เป็นอย่างดี

 

Softbank_pic04.png

 

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว SoftBank Group ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่แหวกแนวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สุดในตลาดทุนโลก จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงธุรกิจจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์รายย่อย ได้ทรานส์ฟอร์มไปสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Technology Conglomerate) ที่ทรงอิทธิพล โดยมีการลงทุนกระจายตัวในทุกอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ โทรคมนาคม ไปจนถึงพลังงาน

 

กลยุทธ์การลงทุนที่กว้างขวางและเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งนี้ ทำให้ SoftBank แตกต่างจากบริษัทโฮลดิ้งแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง SoftBank กำลังประกอบจิ๊กซอว์ระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากวัฏจักรการเติบโตระยะยาวของ AI และหากวิสัยทัศน์ของ มาซาโยชิ ซัน ถูกต้องแม่นยำ SoftBank อาจไม่ใช่เป็นเพียงผู้ร่วมลงทุนในคลื่นปฏิวัติ AI (AI Revolution) เท่านั้น แต่อาจก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ครอบคลุมและเบ็ดเสร็จที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์เทคโนโลยีโลก

 

 

สนใจลงทุนในหุ้น SoftBank Group (SOFTBANK23, 9984.T) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน

 

คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5