
DR ไม่ได้มีแค่หุ้นเติบโต แต่ยังมี DR ที่อ้างอิงหุ้นและ ETF ซึ่งมีการจ่ายเงินปันผล ช่วยเพิ่มโอกาสรับกระแสเงินสดระหว่างการลงทุนควบคู่กับการเติบโตของเงินลงทุน โดยสามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ Stable Income: CHMOBILE23 (6.52%), HSHD23 (6.12%), CMBANK23 (4.68%), HKEX23 (3.27%), AIA23 (2.57%) เหมาะกับผู้ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ, Steady Growth: ANTA23 (3.40%), NINTENDO23 (3.01%), TME23 (2.70%), POPMART23 (1.60%) สำหรับผู้ที่ต้องการทั้งการเติบโตและเงินปันผล และ High Potential Growth: CATL23 (1.28%) สำหรับผู้ที่เชื่อในการเติบโตระยะยาว แม้ปัจจุบันจ่ายเงินปันผลไม่สูง ทั้งนี้ Dividend Yield เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาคุณภาพธุรกิจ ความเสี่ยง และศึกษาผลิตภัณฑ์ DR ก่อนตัดสินใจลงทุน
เมื่อพูดถึง DR หลายคนมักนึกถึงหุ้น AI หุ้นเทคโนโลยี หรือหุ้นที่เน้นการเติบโตเป็นหลัก จึงทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า หากลงทุน DR จะต้องหวังผลตอบแทน (Capital Gain) จากราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว
แต่ในความเป็นจริง ยังมี DR อีกหลายตัวที่อ้างอิงบริษัทหรือ ETF ซึ่งมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับกระแสเงินสดระหว่างการถือครองควบคู่ไปกับการเติบโตของเงินลงทุน
แน่นอนว่า เงินปันผลไม่ใช่เหตุผลเดียวในการเลือกลงทุน แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างพอร์ตระยะยาว การมีธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดและมีนโยบายคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ
จากข้อมูลล่าสุดของ DR23 พบว่ามีหลายหลักทรัพย์ที่มี อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยตัวที่มี Dividend Yield สูงที่สุดอยู่ที่ 6.52% และเมื่อพิจารณาตามลักษณะธุรกิจ จะเห็นได้ว่าหลักทรัพย์แต่ละกลุ่มมีจุดเด่นและตอบโจทย์นักลงทุนแตกต่างกัน ตั้งแต่ธุรกิจที่เน้นกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ไปจนถึงบริษัทที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตควบคู่กับการจ่ายเงินปันผล


เหมาะกับ: นักลงทุนที่ต้องการสร้างพอร์ตระยะยาว เน้นธุรกิจมั่นคง และมีโอกาสรับกระแสเงินสดระหว่างการถือครอง

เหมาะกับ: นักลงทุนที่ต้องการสร้างพอร์ตระยะยาว เน้นธุรกิจที่ยังมีศักยภาพเติบโต พร้อมมีโอกาสได้รับเงินปันผลระหว่างทาง

เหมาะกับ: นักลงทุนที่เชื่อในเมกะเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมมองหาธุรกิจที่ยังมีศักยภาพเติบโตสูง แม้ปัจจุบันจะจ่ายเงินปันผลในระดับไม่สูงก็ตาม
หลายคนเวลาเลือกหุ้นปันผล มักเริ่มจากการดูว่า Dividend Yield ตัวไหนสูงที่สุด แต่ในความเป็นจริง หุ้นปันผลก็มีหลายประเภท และแต่ละประเภทก็ตอบโจทย์นักลงทุนไม่เหมือนกัน
สุดท้ายแล้ว หุ้นปันผลที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่หุ้นที่จ่ายปันผลสูงที่สุด แต่เป็นหุ้นที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของเรา เพราะบางคนต้องการกระแสเงินสดในวันนี้ ขณะที่บางคนยอมรับเงินปันผลที่น้อยกว่า เพื่อให้บริษัทนำกำไรไปต่อยอดธุรกิจและสร้างการเติบโตในระยะยาว
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง