DR

พามาส่อง 5 หุ้น DR23 ธีม Semiconductor ที่พุ่งแรงไม่ไหว ใครไม่อยากตกรถต้องอ่าน

By ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ|26 Jun 26 3:52 PM
Wealth1
สรุปสาระสำคัญ

พาไปรู้จัก 5 หุ้น DR23 กลุ่ม Semiconductor ที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI และสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ SNDK23, KIOXIA23, GIGA23, MICRON23 และ SEAGATE23

 

ทั้ง 5 บริษัทมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่ AI ตั้งแต่ ชิปหน่วยความจำ (Memory), SSD, NAND Flash, HBM ไปจนถึง ระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Cloud และ Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI ทำให้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุน AI Infrastructure ที่เร่งตัวทั่วโลก

 

ปัจจุบัน InnovestX มี DR23 มากกว่า 85 หลักทรัพย์ ครอบคลุมหลากหลายเมกะเทรนด์ระดับโลก ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นต่างประเทศได้สะดวกผ่านตลาดหุ้นไทย

วันนี้ InnovestX พามาส่อง 5 หุ้น DR23 กลุ่ม Semiconductor ที่โดดเด่นที่สุดในยุค AI หลายตัวทำกำไรได้หลายเท่าภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

 

ในวันที่หลายคนกำลังมองหาหุ้น AI นักลงทุนระดับโลกจำนวนไม่น้อยกลับกำลังมองลึกลงไปถึง “ผู้เล่นเบื้องหลัง” ที่ทำให้ AI ทำงานได้จริง ตั้งแต่หน่วยความจำ ระบบจัดเก็บข้อมูล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center เพราะทุกครั้งที่มีการใช้ AI เบื้องหลังต้องอาศัยชิปและข้อมูลมหาศาลในการประมวลผลอย่างต่อเนื่อง

 

ยิ่ง Big Tech เร่งลงทุนใน AI Infrastructure มากขึ้น บริษัทที่อยู่ใน AI Supply Chain ก็ยิ่งได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย และนี่คือเหตุผลที่หุ้น Semiconductor หลายตัวปรับขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา

 

บทความนี้จะพาไปดู 5 หุ้น DR23 ดาวเด่นแห่งยุค AI ว่าแต่ละบริษัททำธุรกิจอะไร รายได้หลักมาจากไหน จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ชนะตัวจริงของกระแส AI รอบนี้

 

last-pls-all-returnsemi-dr.png

 

หมายเหตุ : หุ้นบางตัวในรายการนี้เริ่มซื้อขายหลังต้นปี 2569 ผลตอบแทน YTD ของหุ้นต้นทางและผลตอบแทน Listing-to-Date ของ DR จึงคำนวณจากช่วงเวลาที่ต่างกัน ไม่สามารถเปรียบเทียบตัวเลขโดยตรงได้

 

 

อันดับ 1 : SNDK23 (SanDisk Corporation)

 

last2-pls-sndk23.png  

หลายคนอาจรู้จัก SanDisk จาก Memory Card หรือ Flash Drive แต่จริง ๆ แล้วบริษัทเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมจัดเก็บข้อมูลระดับโลก

 

ธุรกิจหลักของ SanDisk เริ่มต้นจากตลาด Client ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 56% ของรายได้ทั้งหมด โดยเป็น SSD และหน่วยความจำที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์คอมพิวติ้งต่าง ๆ ทั่วโลก ยิ่งผู้คนใช้งาน AI บน PC และอุปกรณ์ปลายทางมากขึ้น ความต้องการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงก็เพิ่มขึ้นตาม

 

อีกประมาณ 31% ของรายได้มาจากธุรกิจ Consumer ซึ่งเป็นสินค้าที่หลายคนคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น Memory Card, USB Flash Drive และ External Storage สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ SanDisk ที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก

 

แม้กลุ่ม Cloud จะมีสัดส่วนรายได้เพียงราว 13% แต่กลับเป็นธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในปัจจุบัน เพราะรายได้ส่วนนี้มาจาก Enterprise SSD และระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Data Center และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่

 

สิ่งที่นักลงทุนกำลังจับตาคือ AI ไม่ได้ต้องการเพียงชิปประมวลผล แต่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลเช่นกัน เมื่อผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ระดับโลก (Hyperscaler) และ Data Center ทั่วโลกเร่งลงทุน AI Infrastructure ความต้องการ SSD ระดับองค์กรจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

อันดับ 2 : KIOXIA23 (KIOXIA Holdings Corporation)

 

final-cry-kioxia23.png

 

หลายคนอาจมองว่า AI คือเรื่องของชิปประมวลผลอย่าง Nvidia แต่ความจริงแล้ว AI ไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ทุกครั้งที่มีการฝึกโมเดล AI สร้างข้อมูล หรือประมวลผลคำสั่ง จะมีข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกจัดเก็บและเรียกใช้งานอยู่เบื้องหลัง และนี่คือธุรกิจที่ KIOXIA เชี่ยวชาญ

 

KIOXIA เป็นหนึ่งในผู้ผลิต NAND Flash และ SSD รายสำคัญของโลกจากญี่ปุ่น โดยรายได้หลักกว่า 58% มาจากธุรกิจ SSD และ Storage Solutions ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่ใช้ใน Data Center, Cloud และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขององค์กรทั่วโลก

อีกเกือบ 30% ของรายได้มาจากกลุ่ม Smart Devices หรือหน่วยความจำที่ใช้ในสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่รายได้ส่วนที่เหลือมาจากการใช้งานหน่วยความจำในตลาดเฉพาะทางอื่น ๆ

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันการเติบโตของ AI ทำให้ Data Center ทั่วโลกต้องการทั้ง SSD และระบบจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ KIOXIA กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ AI Infrastructure

 

 

อันดับ 3 : GIGA23 (GigaDevice Semiconductor Inc.)

 

last-pls-giga23.png

 

GigaDevice Semiconductor เป็นผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์จากจีน ที่มีธุรกิจหลักด้านชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) ซึ่งสร้างรายได้ถึง 68.5% ของบริษัท โดยมีผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ NOR Flash, DRAM และ NAND Flash ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจ ไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) คิดเป็น 23.1% ของรายได้ สำหรับควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อัจฉริยะและระบบฝังตัว ขณะที่ ชิปเซนเซอร์ เช่น ชิปสแกนลายนิ้วมือและชิปสัมผัส สร้างรายได้ 4.7% และ ชิปอนาล็อก เช่น ชิปบริหารจัดการพลังงาน (Power Management IC / PMIC) และชิปบริหารจัดการแบตเตอรี่ มีสัดส่วน 3.7% ของรายได้

 

โดยรวม GigaDevice มีพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งหน่วยความจำ ชิปควบคุม และชิปบริหารพลังงาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบ AI ในยุคปัจจุบัน

 

GigaDevice จึงได้ประโยชน์จากการเติบโตของ AI ผ่านความต้องการชิปหน่วยความจำ, MCU และ PMIC ที่เป็นหัวใจของ AI Edge Devices, รถยนต์อัจฉริยะ และระบบอัตโนมัติยุคใหม่

 

 

อันดับ 4 : MICRON23 (Micron Technology, Inc.) 

 

last-pls2-mu23.png

 

Micron เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหน่วยความจำ DRAM และ NAND Flash รายใหญ่ของโลก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกใช้งานตั้งแต่ Data Center, Cloud, AI Server, สมาร์ตโฟน, คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงรถยนต์สมัยใหม่ ทำให้ Micron เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม AI และเศรษฐกิจดิจิทัล

 

รายได้สูงสุดราว 36% มาจาก Cloud Memory Business Unit ซึ่งพัฒนาหน่วยความจำสำหรับ Cloud และ AI Data Center ที่ต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาล ขณะที่อีก 32% มาจาก Mobile & Client Business Unit ซึ่งครอบคลุมสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์

อีก 19% มาจาก Core Data Center Business Unit สำหรับระบบเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานองค์กร ส่วนอีก 13% มาจาก Automotive & Embedded Business Unit ที่รองรับรถยนต์อัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และ IoT

 

จุดที่ทำให้ Micron ถูกจับตามองมากที่สุดคือการเป็นหนึ่งในผู้ผลิต HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำสำคัญที่อยู่คู่กับชิป AI รุ่นใหม่ ยิ่ง AI เติบโต ความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น และนี่คือเหตุผลที่ Micron กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของยุค AI Infrastructure

 

 

อันดับ 5 : SEAGATE23 (Seagate Technology Holdings PLC)

 

last2-pls-seagare23.png

 

Seagate เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรมจัดเก็บข้อมูลระดับโลก โดยเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดดิสก์ความจุสูง (HDD) และโซลูชันจัดเก็บข้อมูลสำหรับองค์กร จุดเด่นของบริษัทคือการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถจัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ในต้นทุนที่คุ้มค่า จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่

 

รายได้ของบริษัทเกือบ 80% มาจากกลุ่ม Data Center ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Seagate ลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้ให้บริการ Cloud และ Hyperscale Data Center ระดับโลกที่ต้องจัดเก็บข้อมูลมหาศาลจาก AI, Cloud Computing และ Big Data ทำให้ Seagate มีบทบาทเสมือน "โกดังเก็บข้อมูล" ของโลกดิจิทัล

 

อีกประมาณ 20% มาจากกลุ่ม Edge IoT ซึ่งครอบคลุมอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับระบบ Surveillance, Enterprise Edge, Network Storage รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค เช่น External Storage และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์

แม้หลายคนจะมองว่า SSD คืออนาคต แต่ในโลกของ Data Center ที่ต้องเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาล Nearline HDD ยังมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนต่อหน่วยความจุ ทำให้ยังเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่องค์กรขนาดใหญ่เลือกใช้

 

ยิ่ง AI สร้างข้อมูลมากขึ้นเท่าไร ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม และนี่คือเหตุผลที่ Seagate ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของยุค AI Infrastructure

 

 

DR23 จากทาง InnovestX ไว้ใจเรื่องการคัดหุ้นเด่นเติบโตได้หลายเท่า มาพร้อมกับ ธีม AI ทั่วโลก ทั้ง อเมริกา ฮ่องกง และญี่ปุ่น นึกถึงหุ้น AI ต้อง DR23 จากทาง InnovestX ไม่ใช่แค่นั้นยังมีมากกว่า 85 หุ้น ครอบคลุม ทุก mega trend ให้นักลงทุนไม่ตกรถแน่นอน

 

 

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง

 

 

Author
DR RHATSARUN TANAPAISANKIT
ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ

Head of Investment Strategy & Trading Product Specialist

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5