ข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลงจากความเสี่ยงสงครามการค้าที่เพิ่มขึ้น ภายหลังปธน. ทรัมป์ประกาศใช้ภาษีแบบต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ในอัตราที่สูงกว่าคาดแบ่งเป็น 2 ขั้น คือ 1) ภาษีรายประเทศโดยไทยจะถูกเก็บในอัตรา 36% และ 2) ประเทศอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในข้อ 1 จะถูกเก็บภาษี Broad base 10% นำไปสู่ความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว และมีความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มมากขึ้น ด้านตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง โดยตำแหน่งงานว่างเดือนกุมภาพันธ์ลดลงเหลือ 7.57 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่า แม้การจ้างงานภาคเอกชน ADP จะเพิ่มขึ้นในเดือน ม.ค. สูงกว่าคาด นอกจากนั้น PMI ภาคการผลิตของสหรัฐปรับลดลงสู่ระดับ 49.0 ในเดือน มี.ค. ต่ำกว่าคาด ขณะที่ภาคบริการเดือน มี.ค. ลดลงและต่ำกว่าคาดเช่นกัน ด้าน EU ประกาศพร้อมตอบโต้ภาษีนำเข้าจากสหรัฐที่มองว่าไม่เป็นธรรม สอดคล้องกับจีนที่สั่งให้บริษัทจีนจำกัดการลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมทันที โดยประกาศว่าจะตอบโต้หากไม่ได้รับการตอบสนอง กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง 5.4% หลังเผชิญกับความเสี่ยงภาษีที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธนาคารปรับลดลง 4.6% จากความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยหลังการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐ ในขณะที่กลุ่มเชิงรับเช่น สินค้าจำเป็นและสาธารณูปโภคปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% มองเป็นความผันผวนที่น้อยและผลกระทบจากภาษีที่จำกัด ตลาดหุ้นไทยลดลงกดดันทั้งจากผลกระทบแผ่นดินไหวในเมียนมา และการเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐสูงในอัตรา 36% กว่าคาดมาก ราคาน้ำมันอ่อนตัวแรงหลัง OPEC+ ประกาศเพิ่มการผลิตในเดือน พ.ค. อีก 4.41 แสนบาร์เรลต่อวันจากแผนเดิมที่ 1.38 แสนบาร์เรลและกังวลอุปสงค์ชะลอตัว
ตลาดหุ้นโลก
ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลงหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ของทรัมป์ที่มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงโดยเฉพาะหุ้นสหรัฐ ด้านจีนได้สั่งบริษัทจีนจำกัดการลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐ ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่าเศรษฐกิจเสี่ยงชะลอตัวและเงินเฟ้อสูง และประกาศว่าพร้อมที่จะตอบโต้เพิ่มเติมในมูลค่า 2.6 หมื่นล้านยูโร
ตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจาก (1) ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่มากขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) (2) ตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนของ ธปท. ที่เริ่มแย่ลง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว (3) เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กระทบกับความเชื่อมั่นภาคอสังหาฯ ขณะที่ (4)รัฐบาลตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐฯ นำโดยปลัดพาณิชย์ เพื่อรับมือสงครามการค้า
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับลดลงแรงที่ 4.01% ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 3.65% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 36 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงแรงที่ 1.89% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 1.56% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 13,416 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงจากสัปดาห์ก่อนสู่ 70.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กังวลเศรษฐกิจชะลอตัวหลังสหรัฐฯ ประกาศภาษีตอบโต้ และ OPEC+ มีมติเร่งการเพิ่มการผลิตลดลงผิดคาด ด้านราคาทองคำ (Spot) ปรับขึ้นสู่ 3,114.28 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนค่าลงที่ 101.8 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นที่ 146.3 เยน ด้านค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นที่ 1.11 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 34.08 บาท ขณะที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 7.27 หยวน