
จักรวาลของ Elon Musk คือระบบนิเวศธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ Tesla ด้านพลังงานสะอาดและ AI, Neuralink ด้านเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ ไปจนถึง SpaceX ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศและการสื่อสาร
ปัจจุบัน SpaceX ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงบริษัทจรวด แต่กำลังสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink และพัฒนาเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำได้ (Reusable Rocket) ซึ่งช่วยสร้างข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและรายได้ประจำ พร้อมปูทางสู่การเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศ
ด้วยบทบาทที่เชื่อมโยงเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ทั้ง AI อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจอวกาศ
ทำให้ SpaceX กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา แม้ธุรกิจยังต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความเสี่ยง แต่หากเมกะเทรนด์เหล่านี้เติบโต อาณาจักรของ Elon Musk ก็อาจเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดในระยะยาว
เมื่อพูดถึง Elon Musk หลายคนอาจนึกถึง Tesla เป็นบริษัทแรก
แต่หากถามนักลงทุนทั่วโลกในวันนี้ บริษัทที่ถูกจับตามองมากที่สุด อาจไม่ใช่ Tesla หากเป็น SpaceX
เพราะบริษัทแห่งนี้ไม่ได้กำลังสร้างเพียง "จรวด" แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ในเดือนมิถุนายน 2026 SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อ SPCX ด้วยมูลค่าบริษัทกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งใน IPO ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดทุนทั่วโลก และทำให้ชื่อของ SpaceX กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนสนใจ ไม่ใช่เพราะบริษัทปล่อยจรวดได้มากที่สุด หากเป็นเพราะหลายคนมองว่า SpaceX คือหัวใจสำคัญของ "จักรวาล Elon Musk"
หากเปรียบแต่ละบริษัทเป็นชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ เช่น
แม้แต่ละบริษัทจะอยู่คนละอุตสาหกรรม แต่ทั้งหมดกำลังต่อภาพเดียวกัน นั่นคือการสร้างเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตของมนุษย์ในอนาคต
บทความนี้ InnovestX จะพาไปรู้จักโมเดลธุรกิจของ SpaceX พร้อมทำความเข้าใจว่า เหตุใดบริษัทแห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุด
ก่อนจะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก Elon Musk เป็นเด็กที่หลงใหลการอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์และนิยายไซไฟ เขามักตั้งคำถามอยู่เสมอว่า "เทคโนโลยีจะเปลี่ยนอนาคตของมนุษย์ได้อย่างไร"
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเขาร่วมก่อตั้ง Zip2 บริษัทซอฟต์แวร์ด้านแผนที่และไดเรกทอรีออนไลน์ ก่อนขายกิจการให้ Compaq ในปี 1999 จากนั้นก่อตั้ง X.com ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น PayPal และถูกซื้อกิจการโดย eBay ในปี 2002 ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Musk ได้รับเงินจากการขายหุ้นราว 180 ล้านดอลลาร์
แทนที่จะเก็บเงินไว้ใช้ เขากลับนำเงินเกือบทั้งหมดไปลงทุนใน Tesla และ SpaceX ซึ่งในเวลานั้นหลายคนมองว่าเป็นธุรกิจที่แทบไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จ จนทั้งสองบริษัทเกือบล้มละลายพร้อมกันในปี 2008
แต่การเดิมพันครั้งนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรธุรกิจที่ปัจจุบันหลายคนรู้จักในชื่อ "จักรวาลของ Elon Musk"

ถ้าถามว่าวันนี้ SpaceX ทำธุรกิจอะไร หลายคนคงตอบว่า "สร้างจรวด"
แต่คำตอบนั้นอาจถูกเพียงครึ่งเดียว
ลองทายดูว่า ในปี 2025 SpaceX ปล่อยจรวด Falcon 9 ทั้งหมด 165 ครั้ง
คุณคิดว่ามีกี่ครั้งที่เป็นการให้บริการลูกค้าภายนอก
หลายคนอาจตอบว่า "เกือบทั้งหมด"
แต่ความจริงแล้ว มีเพียงประมาณ 42 ครั้ง
ส่วนที่เหลือ บริษัทใช้ส่งดาวเทียมของตัวเองขึ้นสู่วงโคจร เพื่อขยายเครือข่าย Starlink ที่มีดาวเทียมใช้งานจริงมากกว่า 10,000 ดวง และให้บริการผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านรายในกว่า 160 ประเทศ
นั่นหมายความว่า วันนี้ SpaceX ไม่ได้สร้างจรวดเพื่อขายบริการปล่อยจรวดเพียงอย่างเดียว แต่กำลังใช้จรวดสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ตของตัวเอง
หลังเข้าจดทะเบียน บริษัทเปิดเผยโครงสร้างรายได้เป็นครั้งแรก โดย Starlink สร้างรายได้ประมาณ 61% ของรายได้ทั้งหมด ตามด้วยธุรกิจอวกาศ 22% และธุรกิจ AI ผ่าน xAI อีก 17%
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า รายได้หลักของ SpaceX ในวันนี้ไม่ได้มาจากการปล่อยจรวด แต่คือธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
ความได้เปรียบของ SpaceX ไม่ได้อยู่ที่การสร้างจรวดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเป็นเจ้าของทั้ง จรวด ดาวเทียม และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
หัวใจสำคัญคือ จรวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Rocket) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการส่งดาวเทียมลงอย่างมาก ทำให้บริษัทสามารถปล่อยดาวเทียมของตัวเองได้บ่อยและต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง
ลองนึกภาพว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมทั่วไป ต้องสร้างดาวเทียม แล้วจ้างบริษัทอื่นส่งขึ้นสู่อวกาศ
แต่ SpaceX ไม่ต้องทำเช่นนั้น
ทุกครั้งที่ Falcon 9 ปล่อยตัว บริษัทกำลังขยายเครือข่าย Starlink ของตัวเองไปพร้อมกัน
นี่คือเหตุผลที่ SpaceX สามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน สร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) และขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังพัฒนา Starship จรวดขนาดใหญ่ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ทั้งลำ หากสำเร็จ ต้นทุนการเดินทางสู่อวกาศอาจลดลงอีกหลายเท่า และอาจเปิดประตูสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ตั้งแต่การปล่อยดาวเทียม การสำรวจอวกาศ ไปจนถึงเศรษฐกิจอวกาศในอนาคต
แม้แต่ละบริษัทของ Elon Musk จะทำธุรกิจต่างกัน แต่ทั้งหมดกำลังสนับสนุนกัน
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าแต่ละบริษัทกำลังทำหน้าที่คนละส่วน แต่เชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศเดียว และ SpaceX คือแกนสำคัญที่เชื่อมโลก อวกาศ และ AI เข้าไว้ด้วยกัน
สิ่งที่นักลงทุนจำนวนมากกำลังติดตาม อาจไม่ใช่เพียงจำนวนจรวดที่ SpaceX ปล่อย หรือจำนวนรถที่ Tesla ขายได้ แต่คือการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจอวกาศ แม้ธุรกิจเหล่านี้ยังต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและมีความเสี่ยงสูง แต่หากเมกะเทรนด์เหล่านี้เติบโต อาณาจักรของ Elon Musk ก็อาจเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด
สนใจลงทุนในหุ้น SpaceX (SPCX,SPACEX23) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน
คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน