Company History

Oracle บริษัทฐานข้อมูลองค์กรที่ผันตัวสู่ผู้ให้บริการคลาวด์ AI

31 Jul 26 5:29 PM
orcl2.
สรุปสาระสำคัญ

Oracle ก่อตั้งขึ้นในปี 1977 โดย Larry Ellison สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Austin รัฐ Texas สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในบริษัทซอฟต์แวร์องค์กรรายใหญ่ที่สุดของโลก ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของบริษัทคือ Oracle Database ซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล (Database) ที่ทำหน้าที่เหมือนตู้เก็บเอกสารดิจิทัลขนาดใหญ่ จัดเก็บข้อมูลสำคัญขององค์กร เช่น บัญชีลูกค้า ธุรกรรมการเงิน และสินค้าคงคลัง ให้หลายโปรแกรมและพนักงานเข้าถึงพร้อมกันได้โดยข้อมูลไม่เสียหาย ธนาคาร สายการบิน ผู้ค้าปลีก และหน่วยงานรัฐจำนวนมากทั่วโลกใช้ฐาน

 

ข้อมูล Oracle เป็นระบบบันทึกข้อมูลหลักในการดำเนินธุรกิจมานานหลายทศวรรษ ปัจจุบัน Oracle ขยายธุรกิจสู่การให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับประมวลผล AI ผ่านหน่วยธุรกิจ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) มีพนักงานกว่า 141,000 คนทั่วโลก และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE สหรัฐฯ

ประวัติและความเป็นมาของ Oracle

Oracle ก่อตั้งขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 1977 ก่อนย้ายสำนักงานใหญ่มาที่เมือง Austin รัฐ Texas ในปี 2020 ซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล Oracle Database กลายเป็นระบบมาตรฐานที่องค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้บันทึกข้อมูลธุรกรรมที่ซับซ้อน และเนื่องจากการเปลี่ยนระบบมีต้นทุนสูงและความเสี่ยงสูง ลูกค้าจึงผูกพันกับ Oracle ต่อเนื่องยาวนาน

 

Oracle ส่งมอบเทคโนโลยีให้ลูกค้าผ่านสามช่องทาง ซึ่งเป็นสามส่วนงานหลักของบริษัทด้วย ได้แก่ Cloud and software (บริการคลาวด์และซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิก รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งในเครื่องของลูกค้าเอง) Hardware (เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และระบบ Engineered Systems) และ Services (งานที่ปรึกษาและบริการสนับสนุนทางเทคนิค) ภายในกลุ่ม Cloud and software แบ่งเป็นสองกลุ่มย่อยคือ Oracle Cloud Applications (OCA) ซอฟต์แวร์ธุรกิจสำเร็จรูปแบบสมัครสมาชิก เช่น ระบบบัญชี (ERP) ระบบบุคคล (HCM) และระบบขาย แข่งขันกับ Salesforce และ Workday โดยตรง กับ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) บริการให้เช่าพลังประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และเครือข่ายผ่านคลาวด์ ลูกค้าที่ใช้ OCI คือการเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ NVIDIA และ AMD สำหรับฝึกฝนและใช้งานโมเดล AI แทนการซื้อและดูแลเครื่องเอง

 

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในธุรกิจของ Oracle ช่วงสองปีงบการเงินที่ผ่านมาคือความเร็วของการเปลี่ยนผ่านสู่คลาวด์ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจคลาวด์เพิ่มขึ้นจาก 37% ของรายได้รวมในปีงบการเงิน 2024 สู่ 43% ในปีงบการเงิน 2025 และ 51% ในปีงบการเงิน 2026 ซึ่งเป็นปีแรกที่คลาวด์มีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของรายได้รวมทั้งบริษัท ภายในกลุ่มนี้ OCI เติบโตเร็วกว่า OCA มาก และแซงขึ้นเป็นสัดส่วนใหญ่กว่าภายในกลุ่มคลาวด์เป็นครั้งแรกในปีงบการเงิน 2026

 

 

โครงสร้างรายได้และธุรกิจหลัก

รายได้ของ Oracle แบ่งตามที่บริษัทนำเสนอในงบกำไรขาดทุนออกเป็นสี่กลุ่มหลัก ดังนี้

 

Screenshot-2026-07-31-172754.png

 

1. Cloud (บริการคลาวด์)

ราว 51% หรือ 33,989 ล้านดอลลาร์ (USD) รวมบริการให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลผ่าน Oracle Cloud Infrastructure (OCI) และซอฟต์แวร์ธุรกิจสำเร็จรูปแบบสมัครสมาชิกผ่าน Oracle Cloud Applications (OCA)

 

2. Software (ซอฟต์แวร์และค่าบริการดูแลระบบ)

ราว 36% หรือ 24,541 ล้านดอลลาร์ (USD) เป็นรายได้จากใบอนุญาตซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งในเครื่องของลูกค้าเองและค่าบริการดูแลระบบต่อเนื่อง

 

3. Services (บริการที่ปรึกษาและสนับสนุน)

ราว 8% หรือ 5,743 ล้านดอลลาร์ (USD) ครอบคลุมงานที่ปรึกษาและบริการสนับสนุนทางเทคนิคให้ลูกค้าองค์กร

 

4. Hardware (ฮาร์ดแวร์)

ราว 5% หรือ 3,084 ล้านดอลลาร์ (USD) ครอบคลุมเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และระบบ Engineered Systems

 

หากแยกย่อยกลุ่ม Cloud ตามประเภทบริการ OCI เติบโต 76.9% ในปีงบการเงิน 2026 เร็วกว่า OCA ที่เติบโตเพียง 11% เกือบเจ็ดเท่า และแซง OCA ขึ้นเป็นสัดส่วนใหญ่กว่าภายในกลุ่มคลาวด์เป็นครั้งแรกที่ 53% ต่อ 47% ขณะที่รายได้ซอฟต์แวร์ใบอนุญาตแบบติดตั้งเครื่องลูกค้า (License) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจดั้งเดิม กลับหดตัว 8.9% สะท้อนว่าลูกค้าเลือกเช่าใช้งานผ่านคลาวด์มากขึ้นแทนการซื้อขาด ในภาพรวมทั้งบริษัท รายได้รวมปีงบการเงิน 2026 เติบโต 17.3% และกำไรจากการดำเนินงานเติบโต 16.6% สอดคล้องกัน สะท้อนว่าการเติบโตของรายได้แปลงเป็นกำไรจากการดำเนินงานได้จริง

 

Screenshot-2026-07-31-172806.png

 

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค รายได้กระจายอยู่ใน Americas (ทวีปอเมริกา) ราว 66% (44,478 ล้านดอลลาร์) EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ราว 23% (15,297 ล้านดอลลาร์) และ Asia Pacific (เอเชียแปซิฟิก) ราว 11% (7,582 ล้านดอลลาร์)

 

Americas เติบโตเร็วที่สุดที่ 22% ในปีงบการเงิน 2026 และคิดเป็น 88% ของการเติบโตรายได้รวมทั้งบริษัทเมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ สะท้อนว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI รอบนี้กระจุกตัวอยู่ในฝั่งดีมานด์สหรัฐฯ เป็นหลัก โดยสหรัฐฯ ประเทศเดียวมีรายได้ 39,835 ล้านดอลลาร์ (USD) คิดเป็น 59% ของรายได้รวมทั้งบริษัท เพิ่มขึ้นจาก 32,075 ล้านดอลลาร์ (USD) ในปีงบการเงิน 2025

 

 

จุดเด่นของ Oracle

  • คลาวด์มีสัดส่วนรายได้เกินครึ่งของบริษัทเป็นครั้งแรกที่ 51% ในปีงบการเงิน 2026
  • Oracle Cloud Infrastructure (OCI) เติบโต 76.9% เร็วกว่า Oracle Cloud Applications (OCA) เกือบเจ็ดเท่า
  • แบ็กล็อกสัญญาที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้ (Remaining Performance Obligations หรือ RPO) เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวภายในปีเดียว จากสัญญาโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่
  • รายได้รวมเติบโต 17.3% และกำไรจากการดำเนินงานเติบโต 16.6% สอดคล้องกันในปีงบการเงิน 2026

 

 

กลยุทธ์และโอกาสการเติบโต

1. สัญญา AI ระยะยาวที่รอทยอยแปลงเป็นรายได้

RPO ของ Oracle อยู่ที่ 638,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปีงบการเงิน 2026 เพิ่มขึ้นจาก 138,000 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า สะท้อนมูลค่าสัญญาที่บริษัทรอทยอยรับรู้เป็นรายได้ โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นแล้ว

Oracle คาดว่าจะรับรู้ RPO เป็นรายได้ประมาณ 12% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และอีก 34% ในช่วงเดือนที่ 13–36 หมายความว่ากว่าครึ่งของแบ็กล็อกจะยังไม่ถูกแปลงเป็นรายได้ภายในสามปีแรก ขณะที่บริษัทคาดว่าสัดส่วนการรับรู้รายได้ในช่วงดังกล่าวจะทยอยเพิ่มขึ้นในหลายไตรมาสข้างหน้า

 

การเพิ่มขึ้นของ RPO ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากสัญญาโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่หลายรายการ โดยหนึ่งในข้อตกลงสำคัญที่มีรายงานคือการให้บริการกำลังประมวลผลแก่ OpenAI มูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลาราวห้าปี

 

2. ลงทุนขยายศูนย์ข้อมูลรองรับดีมานด์ AI

เพื่อรองรับสัญญาที่รับมาแล้ว Oracle เพิ่มการลงทุนขยายกำลังการผลิต (Capital expenditure) เกือบสามเท่าในปีงบการเงิน 2026 เป็น 55,700 ล้านดอลลาร์ จาก 21,200 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินถาวรสุทธิในงบดุลเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 43,500 ล้านดอลลาร์ สู่ 100,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีเดียว สะท้อนการเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการเช่าคอมพิวเตอร์ AI ที่มีอยู่ในมือแล้ว

 

3. วางตำแหน่งเป็นผู้เล่นคลาวด์ระดับโลกรายที่สี่

Oracle เป็นบริษัทฐานข้อมูลองค์กรอายุเกือบ 50 ปี ที่นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมบางรายเริ่มเรียกว่าเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ระดับโลก (Hyperscaler) รายที่สี่ ควบคู่กับ Amazon Web Services ของ Amazon Microsoft Azure ของ Microsoft และ Google Cloud ของ Alphabet ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักสามรายเดิมของตลาด OCI ของ Oracle ยังเปิดให้ใช้งานร่วมกับคลาวด์ของคู่แข่งเหล่านี้ในรูปแบบ Multicloud นอกจากนี้ Oracle ยังระบุ IBM เป็นคู่แข่งโดยตรงทั้งในธุรกิจฐานข้อมูลองค์กร มิดเดิลแวร์ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ทับซ้อนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

Oracle ระดมทุนขยายศูนย์ข้อมูลด้วยหนี้เป็นหลัก กระแสเงินสดอิสระ (Free cash flow) พลิกติดลบ 23,700 ล้านดอลลาร์ในปีงบการเงิน 2026 จากเดิมใกล้เคียงจุดคุ้มทุน หนี้สินรวมเพิ่มเป็น 129,500 ล้านดอลลาร์ เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 43,100 ล้านดอลลาร์ วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 S&P Global Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงหนึ่งขั้นจาก BBB สู่ BBB- สูงกว่าระดับ Junk เพียงขั้นเดียว

 

นอกจากนี้ Oracle ระบุเพียงว่าไม่มีลูกค้ารายใดคิดเป็น 10% ขึ้นไปของรายได้ที่รับรู้แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนลูกค้าภายในแบ็กล็อก RPO สื่อการเงินหลายสำนักที่อ้างอิงข้อมูลจาก S&P Global Ratings รายงานว่าแบ็กล็อกกระจุกตัวอยู่กับลูกค้า AI ไม่กี่ราย โดยมี OpenAI เป็นรายใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลจากรายงานข่าว ไม่ใช่การเปิดเผยของ Oracle เอง หากดีมานด์หรือความสามารถในการจ่ายเงินของลูกค้ารายนี้ไม่เป็นไปตามคาด แบ็กล็อกส่วนใหญ่อาจไม่แปลงเป็นรายได้ตามที่ตลาดคาดหวัง

 

ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นของ Oracle ลดลงจาก 70.5% ในปีงบการเงิน 2025 สู่ 65.8% ในปีงบการเงิน 2026 เพราะธุรกิจ OCI ที่อัตรากำไรต่ำกว่าเติบโตเร็วกว่าธุรกิจซอฟต์แวร์ใบอนุญาตที่อัตรากำไรสูงกว่ามาก สะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่ปัจจัยชั่วคราว

 

 

สนใจลงทุนในหุ้น Oracle Corporation (ORCL, ORCL23) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน

 

คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5