Company History

Murata Manufacturing Co., Ltd ผู้ผลิตตัวเก็บประจุ MLCC รายใหญ่ที่สุดในโลก ชิ้นส่วนสำคัญของเซิร์ฟเวอร์ AI

31 Jul 26 2:04 PM
murata
สรุปสาระสำคัญ

Murata Manufacturing Co., Ltd. (6981.T) ตั้งอยู่ที่เมืองนางาโอกาเคียว จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้ผลิตชิปหรือสินค้าสำเร็จรูป แต่ผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็กที่อยู่ภายในโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ คอมพิวเตอร์ และเซิร์ฟเวอร์เกือบทุกเครื่องบนโลก แล้วขายให้บริษัทที่นำไปประกอบเป็นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอีกที ผลิตภัณฑ์หลักของ Murata คือตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น (Multilayer Ceramic Capacitor หรือ MLCC) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานที่เก็บและปล่อยประจุไฟฟ้าเพื่อรักษาความเสถียรของกระแสไฟในวงจร Murata ครองส่วนแบ่งตลาด MLCC ทั่วโลกราวกว่า 40% ตามข้อมูลของ TrendForce (19 มี.ค. 2026) สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องมักมี MLCC ของ Murata ติดตั้งอยู่หลายร้อยชิ้น ขณะที่เซิร์ฟเวอร์ AI ที่ติดตั้งครบชุดหนึ่งเครื่องอาจต้องใช้มากถึงหลายพันชิ้น เนื่องจากต้องรองรับโหลดไฟฟ้าและการระบายความร้อนที่สูงกว่ามาก

ประวัติและความเป็นมาของ Murata 

Murata ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 1944 โดย Akira Murata ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นจากกิจการส่วนตัวขนาดเล็กที่ผลิตตัวเก็บประจุเซรามิก (Ceramic Capacitor) ป้อนให้เครื่องรับวิทยุในยุคนั้น ก่อนจะแปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัดในเดือนธันวาคม 1950 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านเยน (JPY) พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น Murata Manufacturing Co., Ltd. จากนั้นย้ายสำนักงานใหญ่มาที่เมืองนางาโอกาเคียว จังหวัดเกียวโต ในเดือนกุมภาพันธ์ 1961 ซึ่งยังเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่จนถึงปัจจุบัน

 

ด้านการเข้าตลาดทุน Murata จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โอซากาเมื่อเดือนมีนาคม 1963 ตามด้วยตลาดหลักทรัพย์โตเกียวในเดือนธันวาคม 1969 ก่อนเลื่อนขึ้นสู่กระดานหลัก (First Section) ของทั้งสองตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ 1970 และย้ายเข้าสู่กระดาน Prime Market ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียวในเดือนเมษายน 2022 หลังตลาดปรับโครงสร้างกระดานซื้อขายใหม่ ปัจจุบันซื้อขายด้วยรหัสหลักทรัพย์ 6981 ซึ่งเป็นสินทรัพย์อ้างอิงของ MURATA23 โดยตรง

ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าออกนอกญี่ปุ่น Murata ตั้งบริษัทขายในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1965 และตั้งฐานผลิตในจีนที่เมืองอู๋ซีในปี 1994

 

ขณะที่ผลิตภัณฑ์ขยายจากตัวเก็บประจุชิ้นเดียวไปสู่กลุ่มโมดูลที่ซับซ้อนขึ้น โดยในทศวรรษ 1980 บริษัทพัฒนาอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณความถี่จากเซรามิก CERALOCK และเริ่มผลิตตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้นแบบชิป (Chip MLCC) ที่ประกอบลงแผงวงจรด้วยเครื่องจักรได้ ซึ่งกลายเป็นรูปแบบสินค้าหลักของบริษัทมาจนถึงทุกวันนี้

 

ในอดีตการเติบโตของ Murata ผูกกับวัฏจักรการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก เนื่องจากโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์ที่รวมชิ้นส่วนของมูราตะไว้อย่างหนาแน่น แต่ในช่วงหลังธุรกิจเริ่มกระจายไปสู่ตลาดใหม่ โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ชิ้นส่วนไฟฟ้าต่อเครื่องมากกว่าโทรศัพท์หลายเท่า รวมถึงตลาดอิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์จากระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS หรือ Advanced Driver-Assistance Systems)

 

 

โครงสร้างรายได้และธุรกิจหลัก

Murata แบ่งรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ (Operating Segment) ซึ่งเป็นโครงสร้างการรายงานตามมาตรฐาน IFRS 8 ออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ Components, Devices and Modules และ Others ดังนี้

 

Screenshot-2026-07-31-142204.png

 

1. ชิ้นส่วน (Components)

ราว 63.3% หรือ 1,159,734 ล้านเยน (JPY) เป็นกลุ่มชิ้นส่วนพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดของ Murata เติบโต 12.3% เมื่อเทียบปีก่อน แบ่งเป็น

  • ตัวเก็บประจุ รวม MLCC 936,418 ล้านเยน (JPY) ชิ้นส่วนเก็บและปล่อยประจุไฟฟ้าเพื่อรักษาความเสถียรของกระแสไฟในวงจร ซึ่ง Murata ครองส่วนแบ่งตลาดโลกราวกว่า 40%
  • ตัวเหนี่ยวนำและตัวกรอง EMI 223,316 ล้านเยน (JPY) ช่วยกรองสัญญาณรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้าระหว่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

 

2. โมดูล (Devices and Modules)

ราว 35.8% หรือ 655,966 ล้านเยน (JPY) เป็นกลุ่มอุปกรณ์และโมดูลสำเร็จรูปที่เชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนและการสื่อสาร หดตัว 6% ในปีเดียวกัน แบ่งเป็น

  • อุปกรณ์ความถี่สูงและโมดูลสื่อสาร 394,829 ล้านเยน (JPY) ครอบคลุมโมดูลความถี่สูงและโมดูลเชื่อมต่อไร้สายสำหรับ Wi-Fi บลูทูธ และเครือข่ายมือถือ
  • แบตเตอรี่และโมดูลจ่ายไฟ 154,063 ล้านเยน (JPY) ครอบคลุมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโมดูลจ่ายไฟ
  • อุปกรณ์ฟังก์ชันพิเศษ 107,074 ล้านเยน (JPY) ครอบคลุมเซนเซอร์และอุปกรณ์จับเวลา (Resonator)

 

3. อื่น ๆ (Others)

ราว 0.8% หรือ 15,156 ล้านเยน (JPY) เป็นส่วนงานขนาดเล็กที่มูราตะรายงานรวมไว้ด้วยกัน แบ่งเป็น

  • ธุรกิจโซลูชัน ผลิตภัณฑ์การแพทย์ และเครื่องจักร 15,156 ล้านเยน (JPY) มูราตะเปิดเผยเฉพาะยอดรวมของกลุ่มนี้ ไม่ได้แยกตัวเลขรายธุรกิจย่อย

 

ทิศทางของสองกลุ่มหลักแตกต่างกันชัดเจน โดยกลุ่มชิ้นส่วนพื้นฐานที่ป้อนให้ทั้งเซิร์ฟเวอร์และยานยนต์ยังเติบโต

ขณะที่กลุ่มโมดูลซึ่งพึ่งพาสมาร์ทโฟนหดตัวลงในปีเดียวกัน คู่แข่งในตลาด MLCC ได้แก่ TDK และ Samsung Electro-Mechanics จากเกาหลีใต้ซึ่งถูกรายงานอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้ผลิต MLCC อันดับ 2 ของโลกรองจาก Murata รวมถึง Taiyo Yuden จากญี่ปุ่น และ Yageo จากไต้หวัน

 

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค รายได้กระจายอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ราว 47% (865,007 ล้านเยน) เอเชียและอื่น ๆราว 21% (376,197 ล้านเยน) ทวีปอเมริการาว 17% (303,849 ล้านเยน) ยุโรปราว 8% (153,038 ล้านเยน) และญี่ปุ่นราว 7% (132,765 ล้านเยน)

 

Screenshot-2026-07-31-142234.png

 

จีนแผ่นดินใหญ่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของมูราตะ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้รวม โดยรายได้ถูกจัดสรรตามที่ตั้งของลูกค้า ไม่ใช่ตามฐานการผลิต

 

 

จุดเด่นของ Murata

  • ครองส่วนแบ่งตลาด MLCC ทั่วโลกราวกว่า 40% ตามข้อมูลของ TrendForce (19 มี.ค. 2026)
  • กลุ่ม Components เติบโต 12.3% ต่อปี มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 26.8%
  • รายได้กลุ่ม Computers ที่เชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์ AI เติบโตเร็วที่สุดที่ 28.4% ต่อปี
  • ตั้งเป้ารายได้ 2,000,000 ล้านเยน (JPY) และอัตรากำไร 18% ขึ้นไปภายในปี FY2027

 

กลยุทธ์และโอกาสการเติบโต

1. ดีมานด์ชิ้นส่วนจากเซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ AI

เซิร์ฟเวอร์ AI ต้องใช้ชิ้นส่วนไฟฟ้า โดยเฉพาะตัวเก็บประจุ ตัวเหนี่ยวนำ และตัวกรอง EMI ในปริมาณมากกว่าสมาร์ทโฟนหรือพีซีหลายเท่า เนื่องจากต้องรองรับโหลดไฟฟ้าและความร้อนที่สูงกว่า ข้อมูลรายได้แยกตามการใช้งาน (Application) ของ Murata ในปี FY2025 (สิ้นสุด มี.ค. 2026) แสดงให้เห็นว่ากลุ่ม Computers ซึ่งครอบคลุมดีมานด์จากเซิร์ฟเวอร์ AI เติบโต 28.4% เมื่อเทียบปีก่อน เร็วที่สุดในบรรดาทุกกลุ่มการใช้งาน ขณะที่กลุ่ม Components ในมุมมองการแบ่งตามธุรกิจก็เติบโต 12.3% ในปีเดียวกัน สะท้อนว่าดีมานด์จากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเข้ามาชดเชยความอ่อนแอของธุรกิจสมาร์ทโฟนที่ชะลอตัว

 

2. การเติบโตของอิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์และระบบ ADAS

อิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์ โดยเฉพาะระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS หรือ Advanced Driver-Assistance Systems) เป็นอีกปัจจัยเชิงโครงสร้างที่หนุนดีมานด์ชิ้นส่วนของ Murata แม้อัตราการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าล้วนจะชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา รถยนต์ที่ติดตั้งระบบ ADAS ยังต้องใช้ตัวเก็บประจุและตัวกรองสัญญาณรบกวนในปริมาณสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ทำให้ตลาดยานยนต์ยังเป็นโอกาสเติบโตต่อเนื่องคู่ขนานไปกับตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI

 

3. เป้าหมายตามแผน Medium-Term Direction 2027

ภายใต้แผน Medium-Term Direction 2027 Murata ระบุการเติบโตของอิเล็กทรอนิกส์จากแรงหนุนของ AI เป็นนโยบายหลักข้อแรกจากทั้งหมด 3 ข้อ พร้อมตั้งเป้ารายได้ 2,000,000 ล้านเยน (JPY) และอัตรากำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 18% ภายในปี FY2027 ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง สำหรับปี FY2026 (สิ้นสุด มี.ค. 2027) มูราตะให้เป้าหมายรายได้ที่ 1,960,000 ล้านเยน (JPY) เพิ่มขึ้น 7.1% และกำไรจากการดำเนินงาน 380,000 ล้านเยน (JPY) เพิ่มขึ้น 34.8% ภายใต้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ 150 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ

 

 

ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

ธุรกิจกลุ่มอุปกรณ์ความถี่สูงและโมดูลสื่อสารซึ่งเชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนหดตัว 11.0% เมื่อเทียบปีก่อน เหลือ 394,829 ล้านเยน (JPY) ในปี FY2025 (สิ้นสุด มี.ค. 2026) และมูราตะบันทึกการด้อยค่าค่าความนิยมมูลค่า 43,798 ล้านเยน (JPY) ในธุรกิจตัวกรองคลื่นความถี่ SAW เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีความถี่สูงในตลาดโทรคมนาคมล่าช้ากว่าที่คาดไว้ อีกทั้งมูราตะยังเปิดเผยเหตุการณ์การเข้าถึงระบบไอทีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบุคคลภายนอก โดยระบุว่าระบบการผลิตไม่ได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบทางการเงินในอนาคตได้

 

นอกจากนี้ ธุรกิจตัวเก็บประจุซึ่งรวม MLCC เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของรายได้ที่ 51% และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงกว่า 26.8% ทำให้กำไรรวมของมูราตะอ่อนไหวต่อวัฏจักรราคาและสต็อกสินค้าของตลาด MLCC ซึ่งเคยเกิดภาวะอุปสงค์พุ่งสูงในปี 2020 ถึง 2021 ตามด้วยการปรับฐานสินค้าคงคลังในปี 2022 ตามข้อมูลอุตสาหกรรม

 

ขณะเดียวกัน รายได้จากจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดถึง 47% ของรายได้รวม หรือ 865,007 ล้านเยน (JPY) ในปี FY2025 (สิ้นสุด มี.ค. 2026) แม้ว่าสัดส่วนนี้ลดลงจากราวกว่า 60% ในปี 2021 แต่มูราตะยังต้องเผชิญความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบแรร์เอิร์ธจากจีน ซึ่ง Murata เองยอมรับว่าอาจไม่สามารถทดแทนแหล่งวัตถุดิบจากจีนได้ทั้งหมด

 

 

สนใจลงทุนในหุ้น Murata Manufacturing Co., Ltd. (6981.T, MURATA23) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน

 

คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5