Company History

AST SpaceMobile ผู้พัฒนาเครือข่ายดาวเทียม ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั่วไปได้โดยตรง

30 Jul 26 5:30 PM
asts jpeg
สรุปสาระสำคัญ

AST SpaceMobile คือบริษัทจากสหรัฐอเมริกาที่กำลังพัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์เซลลูลาร์ผ่านดาวเทียม (space-based cellular broadband) ซึ่งออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั่วไปที่ไม่ต้องดัดแปลงใดๆ ทั้งระบบ 2G, 4G-LTE และ 5G โดยไม่ต้องใช้เสาอากาศพิเศษ ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง และไม่ต้องสมัครแพ็กเกจแยกต่างหาก บริษัทไม่ได้ขายบริการตรงให้ผู้บริโภค แต่วางโมเดลธุรกิจเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ (Mobile Network Operators หรือ MNO) และแบ่งรายได้กันเมื่อบริการเริ่มเปิดใช้งานจริง ปัจจุบัน AST SpaceMobile มีพันธมิตร MNO กว่า 50 รายทั่วโลก ครอบคลุมผู้ใช้งานมือถือรวมกันเกือบ 3 พันล้านราย

ประวัติและความเป็นมาของ AST SpaceMobile

AST SpaceMobile ดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้าง Up-C โดยบริษัทดำเนินงานจริงคือ AST & Science, LLC และมี Abel Avellan ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ถืออำนาจควบคุมผ่านหุ้นกลุ่ม Class B และ Class C จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเซ็นสัญญาซื้อขายที่เป็นทางการ (definitive commercial agreements) กับ AT&T และ Verizon ครอบคลุมสหรัฐฯแผ่นดินใหญ่และฮาวาย กับ Vodafone ในยุโรปและสหราชอาณาจักรผ่านกิจการร่วมค้าชื่อ SatCo และกับ Saudi Telecom Company (STC) ในสัญญาระยะ 10 ปีครอบคลุมซาอุดีอาระเบียและตลาดใกล้เคียง โดย AT&T, Vodafone และ American Tower ยังเข้าถือหุ้นในบริษัทพร้อมสิทธิเสนอชื่อกรรมการ ด้านดาวเทียม บริษัทปล่อย BlueBird รุ่น Block 1 จำนวน 5 ดวงแรกในเดือนกันยายน 2024 ก่อนเริ่มปล่อยรุ่น Block 2 ที่ใหญ่ขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 ด้านคลื่นความถี่ ปี 2025 บริษัททำข้อตกลงกับ Ligado Networks และซื้อสิทธิ์คลื่น S-band ระดับ ITU priority เพื่อล็อกทรัพยากรไว้ล่วงหน้า

 

บริษัทเปิดเผยรายชื่อคู่แข่งโดยตรงว่าประกอบด้วย Starlink ของ SpaceX, Inmarsat, Globalstar, Thuraya, Iridium และ Skylo โดยจุดต่างสำคัญคือบริการของ AST ออกแบบให้รองรับอัตรารับส่งข้อมูลระดับบรอดแบนด์เต็มรูปแบบทั้งเสียง ข้อความ ข้อมูล และวิดีโอบนมือถือที่ไม่ต้องดัดแปลง ขณะที่บริการดาวเทียมเคลื่อนที่ (Mobile Satellite Service) ของคู่แข่งส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอัตราข้อมูลต่ำ เช่น การส่งข้อความฉุกเฉิน

 

 

โครงสร้างรายได้และธุรกิจหลัก

AST SpaceMobile รายงานผลดำเนินงานเป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจเดียว จึงไม่มีการแบ่งรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ มีเพียงการแยกตามประเภทรายได้ตามมาตรฐาน ASC 606 ดังตารางด้านล่าง

 

Screenshot-2026-07-30-234553.png

 

1. รายได้จากผลิตภัณฑ์ ราว 63% หรือ 44.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD) มาจากการขายอุปกรณ์ Gateway และซอฟต์แวร์ให้กับพันธมิตร MNO

 

2. รายได้จากบริการ ราว 37% หรือ 26.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD) มาจากงานทดสอบและพัฒนาที่รับจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯเป็นหลัก

 

รายได้ทั้งหมดข้างต้นมาจากการขายอุปกรณ์และงานภาครัฐเท่านั้น เนื่องจากบริการหลักของบริษัทคือ SpaceMobile Service ที่จะเชื่อมต่อมือถือโดยตรงยังไม่เปิดให้บริการจริงและยังไม่เคยรับรู้รายได้ ณ สิ้นปี FY2025 บริษัทมีหนี้สินตามสัญญา (contract liabilities) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินรับล่วงหน้าจาก MNO อยู่ 227.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรายการที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาที่เหลืออยู่ (remaining performance obligations) ราว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ราว 9% ภายใน 12 เดือนข้างหน้า โดยเป็นงานที่มีสัญญาผูกพันแล้วแต่ยังไม่ใช่รายได้ที่รับรู้จริง

 

 

จุดเด่นของ AST SpaceMobile

  • มีพันธมิตร MNO กว่า 50 รายทั่วโลก ครอบคลุมผู้ใช้งานมือถือรวมกันเกือบ 3 พันล้านราย
  • มีสัญญาซื้อขายที่เป็นทางการกับ AT&T, Verizon, Vodafone และ Saudi Telecom Company (STC)
  • AT&T, Vodafone และ American Tower เป็นทั้งลูกค้าและผู้ถือหุ้น ต่างจาก Starlink ของ SpaceX ที่หาพันธมิตร MNO จากภายนอกเพียงอย่างเดียว
  • ครอบครองสิทธิ์คลื่นความถี่ mid-band สูงสุด 45 MHz ในสหรัฐฯและแคนาดาผ่านดีล Ligado และคลื่น S-band อีกสูงสุด 60 MHz ทั่วโลก
  • มีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินสดที่มีข้อจำกัดรวม 2.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี FY2025

 

กลยุทธ์และโอกาสการเติบโต

1. การเดินหน้าติดตั้งดาวเทียม Block 2 สู่บริการเชิงพาณิชย์

AST เริ่มปล่อยดาวเทียม Block 2 ดวงแรกชื่อ BB6 ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งติดตั้งเสาอากาศแบบ Phased Array ขนาดราว 2,400 ตารางฟุต ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งบนวงโคจรระดับต่ำเชิงพาณิชย์ เดิมบริษัทวางแผนปล่อยดาวเทียม Block 2 เพิ่มอีก 45-60 ดวงภายในสิ้นปี 2026 มุ่งสู่กลุ่มดาวเทียมราว 90 ดวง แต่เหตุขัดข้องของจรวด New Glenn ของ Blue Origin ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 ทำให้กำหนดการเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์เลื่อนจากปลายปี 2026 ไปเป็นช่วงครึ่งแรกของปี 2027 โดยการปล่อยดาวเทียมชุดถัดไปจะกระจายไปยัง SpaceX, United Launch Alliance และ LVM3 ของอินเดียแทน

 

2. การล็อกคลื่นความถี่ผ่านดีล Ligado และสิทธิ์คลื่น S-band

ปี 2025 AST ทำข้อตกลงกับ Ligado Networks ซึ่งผ่านกระบวนการล้มละลายตามมาตรา Chapter 11 เพื่อสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ mid-band ระดับล่างสูงสุด 45 MHz ในสหรัฐฯและแคนาดาในระยะยาว พร้อมเข้าซื้อกิจการที่ถือสิทธิ์คลื่น S-band ระดับ ITU priority ช่วง 1980-2010 MHz และ 2170-2200 MHz ซึ่งเพิ่มคลื่นความถี่ mid-band ได้อีกสูงสุด 60 MHz ทั่วโลก คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรที่หายากและใช้เวลานานในการได้มา การล็อกสิทธิ์ไว้ล่วงหน้าจึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ AST มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันในระยะยาว

 

3. พันธมิตรผู้ให้บริการมือถือระดับโลกและรายได้คู่ขนานจากภาครัฐ

นอกจากสัญญากับ AT&T, Verizon, Vodafone และ STC แล้ว AST ยังมีรายได้จากงานทดสอบและพัฒนาให้หน่วยงานพัฒนาระบบอวกาศสหรัฐฯ (Space Development Agency) ซึ่งมีมูลค่าสัญญาสูงสุดราว 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ รวมถึงสัญญา SHIELD จากหน่วยงานป้องกันขีปนาวุธ (Missile Defense Agency) ธุรกิจคู่ขนานทั้งเชิงพาณิชย์และภาครัฐบนโครงสร้างพื้นฐานดาวเทียมชุดเดียวกัน ช่วยให้บริษัทสร้างรายได้บางส่วนได้ก่อนที่บริการ SpaceMobile เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบจะเริ่มต้น

 

 

ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

AST SpaceMobile ยังไม่มีรายได้จากบริการหลักอย่าง SpaceMobile Service เลยแม้แต่ดอลลาร์เดียว ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานปี FY2025 อยู่ที่ระดับมากกว่า 5 เท่าของรายได้รวม บริษัทเปิดเผยความเสี่ยงว่าหากไม่สามารถระดมทุนเพิ่มได้ในอนาคต อาจนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง (going concern) ซึ่งปัจจุบันยังเป็นเพียงการเปิดเผยความเสี่ยงมาตรฐาน ไม่ใช่ข้อสรุปจริงในงบการเงิน เนื่องจากบริษัทมีเงินสด 2.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี และระดมทุนเพิ่มอีก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2026

 

นอกจากนี้ จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักแบบเจือจาง (weighted-average diluted shares) เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปี FY2025 จาก 154.5 ล้านหุ้น เป็น 256.0 ล้านหุ้น และเพิ่มต่อเนื่องผ่านการขายหุ้นแบบ ATM การแปลงหุ้นกู้ และใบสำคัญแสดงสิทธิราคา 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นจำนวน 4.7 ล้านหน่วยที่ออกให้ Ligado ราคาหุ้นร่วงราว 13-17% ทันทีหลังประกาศหุ้นกู้แปลงสภาพในเดือนกรกฎาคม 2026 และร่วงรวมเกือบ 60% จากจุดสูงสุดปลายเดือนพฤษภาคม 2026

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านการปล่อยจรวดเกิดขึ้นจริงในปี 2026 เมื่อดาวเทียม BlueBird ดวงที่ 7 ถูกทำลายจากความล้มเหลวของจรวด New Glenn ของ Blue Origin เมื่อ 19 เม.ย. 2026 ตามด้วยเหตุระเบิดที่ฐานปล่อยจรวดเมื่อ 28 พ.ค. 2026 ทำให้กำหนดการเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์เลื่อนจากปลายปี 2026 ไปเป็นช่วงครึ่งแรกของปี 2027

 

 

สนใจลงทุนในหุ้น AST SpaceMobile, Inc. (ASTS, ASTS23) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน

 

คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5