
Dell Technologies ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดย Michael Dell ซึ่งยังดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารจนถึงปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Round Rock รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา มีพนักงานกว่า 97,000 คนทั่วโลก บริษัทแบ่งธุรกิจเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Solutions Group หรือ ISG) ซึ่งดูแลเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล (storage) และอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับองค์กร และกลุ่มลูกค้าบุคคล (Client Solutions Group หรือ CSG) ซึ่งเป็นธุรกิจพีซี โน้ตบุ๊ก และจอภาพดั้งเดิม จุดที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุดในปัจจุบันคือเซิร์ฟเวอร์ AI (AI-optimized servers) ซึ่งเป็นเครื่องแร็กสเกลที่บรรจุชิปกราฟิกประมวลผล (GPU) จาก NVIDIA และ AMD เป็นหลัก โดย Dell ปิดคำสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI ได้กว่า 64,000 ล้านดอลลาร์ตลอดปีงบการเงิน 2026 (สิ้นสุด ม.ค. 2026)
Dell ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดยใช้รูปแบบการผลิตตามคำสั่งซื้อและขายตรงถึงลูกค้า (build-to-order, direct-to-customer) ซึ่งช่วยให้บริษัทข้ามพ่อค้าคนกลางในธุรกิจค้าปลีกได้ตั้งแต่ยุคแรก ในปี 2013 Michael Dell ร่วมกับกองทุน Silver Lake Partners นำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ผ่านการซื้อกิจการด้วยเงินกู้ (leveraged buyout) มูลค่า 24,900 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ในปี 2016 Dell จะเข้าซื้อกิจการ EMC Corporation ผู้นำด้านระบบจัดเก็บข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้วยมูลค่า 67,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นดีลควบรวมกิจการเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในขณะนั้น บริษัทกลับเข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อีกครั้งในเดือนธันวาคม 2018 ภายใต้ชื่อ Dell Technologies Inc. โดยยังคงโครงสร้างหุ้นสองประเภทจากยุคที่เป็นบริษัทเอกชน กล่าวคือ Michael Dell และกองทุนในเครือ Silver Lake ถือหุ้นคิดเป็นสัดส่วนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจราว 53.8% แต่มีอำนาจโหวตสูงถึง 91.7% ณ วันที่ 9 มีนาคม 2026 เนื่องจากหุ้นกลุ่ม Class A และ Class B มีสิทธิโหวตหุ้นละ 10 เสียง ขณะที่หุ้น Class C ที่ซื้อขายในตลาดมีสิทธิโหวตเพียงหุ้นละ 1 เสียง
ธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ AI ภายใต้กลุ่ม ISG เติบโตจากสัดส่วนที่แทบไม่มีนัยสำคัญเมื่อสองปีงบการเงินก่อน ขึ้นมาเป็น 22% ของรายได้รวมทั้งบริษัทในปีงบการเงิน 2026 โดย Dell เรียกระบบแร็กสเกลของตนว่า IR (Integrated Rack) ซึ่งออกแบบมาสำหรับชิปกราฟิกรุ่น Blackwell ของ NVIDIA (NVDA23) เป็นหลัก เหตุการณ์สำคัญล่าสุดคือในเดือนกรกฎาคม 2025 Dell เป็นบริษัทแรกที่ส่งมอบระบบแร็กสเกล GB300 NVL72 รุ่นใหม่ล่าสุดของ NVIDIA ให้ลูกค้า โดยลูกค้ารายแรกคือ CoreWeave (CRWV23) ซึ่งอยู่ใน DR23 ชุดเดียวกัน สะท้อนความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ระหว่างสองบริษัทในธีม AI และเซมิคอนดักเตอร์
รายได้ของ Dell ในปีงบการเงิน 2026 มาจากสองกลุ่มธุรกิจหลักที่บริษัทรายงานแยก โดยกลุ่ม ISG ที่รวมเซิร์ฟเวอร์ AI มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นครั้งแรก ขณะที่กลุ่ม CSG ยังเป็นฐานรายได้สำคัญจากธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

สัดส่วนข้างต้นคิดจากรายได้สองกลุ่มธุรกิจหลักรวมกัน 111,810 ล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้รวมทั้งบริษัทอยู่ที่ 113,538 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนต่างอีก 1,728 ล้านดอลลาร์ มาจากกลุ่มองค์กรกลางและอื่น ๆ (Corporate and other) ซึ่งไม่ใช่ส่วนงานที่รายงานแยก ประกอบไปด้วยธุรกิจขายต่อผลิตภัณฑ์ VMware ที่กำลังทยอยยุติ และ Secureworks ก่อนการขายกิจการ
รายได้รวมของ Dell เติบโต 19% เป็น 113,538 ล้านดอลลาร์ในปีงบการเงิน 2026 จากแรงหนุนของเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ขยายตัวเร็ว ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Operating income) เติบโต 31% เป็น 8,149 ล้านดอลลาร์ เร็วกว่าอัตราการเติบโตของรายได้

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค รายได้กระจายอยู่ในสหรัฐอเมริกา (United States) ราว 56% (63,140 ล้านดอลลาร์) และต่างประเทศ (Foreign countries) ราว 44% (50,398 ล้านดอลลาร์)
Dell เปิดเผยรายได้แยกตามที่ตั้งลูกค้าเพียงสองกลุ่มคือสหรัฐฯ และต่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขดอลลาร์ชุดเดียวที่รายงาน
ข้อมูลเชิงคุณภาพเพิ่มเติมว่ารายได้กว่า 65% ของกลุ่ม ISG และกว่า 60% ของกลุ่ม CSG มาจากภูมิภาคอเมริกา (Americas) ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ใน EMEA และ APJ (เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น) สะท้อนว่าฐานลูกค้าหลักของ Dell ยังกระจุกตัวในสหรัฐฯ มากกว่าคู่แข่งบางรายที่มีสัดส่วนรายได้จากเอเชียสูงกว่า
1. คำสั่งซื้อและ backlog เซิร์ฟเวอร์ AI ที่รอทยอยส่งมอบ
Dell ปิดคำสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI (orders) ได้กว่า 64,000 ล้านดอลลาร์ตลอดปีงบการเงิน 2026 และส่งมอบสินค้าจริง (shipments) แล้วกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน ซึ่งตรงกับรายได้เซิร์ฟเวอร์ AI ที่รับรู้จริง 24,683 ล้านดอลลาร์ในตารางข้างต้น ส่วนคำสั่งซื้อที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (backlog) อยู่ที่ 43,000 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มกราคม 2026
สำหรับปีงบการเงิน 2027 Dell ให้แนวทาง (guidance) รายได้เซิร์ฟเวอร์ AI ไว้ที่ราว 50,000 ล้านดอลลาร์ หรือเติบโตราว 103% ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ ไม่ใช่ผลประกอบการจริง
2. ผู้ประกอบระบบแร็กสเกล ไม่ใช่ผู้ออกแบบชิป AI
Dell ไม่ได้ออกแบบชิปประมวลผล AI ด้วยตนเอง แต่ทำหน้าที่ประกอบ จัดหาเงินทุน และส่งมอบแร็กเซิร์ฟเวอร์ที่บรรจุชิปกราฟิกจาก NVIDIA (NVDA23) เป็นหลัก และบางส่วนจาก AMD (AMD23) รวมถึงใช้ชิปเครือข่ายจาก Broadcom (AVGO23) ในระบบเชื่อมต่อของแร็ก ตำแหน่งนี้ทำให้ Dell ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI โดยไม่ต้องแข่งขันโดยตรงกับผู้ออกแบบชิป
3. ธุรกิจพีซีที่ยังมีขนาดใหญ่และกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
แม้เซิร์ฟเวอร์ AI จะเป็นจุดสนใจหลัก แต่กลุ่ม CSG ซึ่งเป็นธุรกิจพีซียังคงมีสัดส่วนรายได้ราว 45% ของรายได้รวมทั้งบริษัทในปีงบการเงิน 2026 ทำให้ Dell มีฐานรายได้ที่กระจายตัวมากกว่าบริษัทเซิร์ฟเวอร์ AI แบบเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้เผชิญแรงกดดันต้นทุนหน่วยความจำร่วมกับกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ AI เช่นกัน ตามรายละเอียดในความเสี่ยงด้านล่าง
อัตรากำไรของ Dell ถูกกดดันจากสัดส่วนเซิร์ฟเวอร์ AI ที่เพิ่มขึ้นแล้วในปีงบการเงิน 2026 ไม่ใช่ความเสี่ยงในอนาคตเพียงอย่างเดียว อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง 220 basis points เหลือ 20.0% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่ม ISG ลดลง 110 basis points เหลือ 11.7% ซึ่ง Dell ระบุว่าเกิดจากการเปลี่ยนสัดส่วนสินค้าไปทางเซิร์ฟเวอร์ AI โดยตรง
นอกจากนี้ ลูกค้ารายเดียวคิดเป็นสัดส่วน 12% ของรายได้รวมทั้งบริษัทในปีงบการเงิน 2026 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบอย่างน้อยสามปีงบการเงินที่มีลูกค้ารายใดรายหนึ่งมีสัดส่วนถึง 10% ขึ้นไป โดยรายได้เกือบทั้งหมดจากลูกค้ารายนี้มาจากกลุ่ม ISG และ Dell ไม่เปิดเผยชื่อลูกค้ารายดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ธุรกิจพีซี (CSG) เผชิญวัฏจักรการเปลี่ยนเครื่องที่ยืดออก และรายได้กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (Consumer) หดตัว 8% ในปีงบการเงิน 2026 ขณะที่ Dell มีส่วนแบ่งตลาดพีซีโลกอันดับสามที่ 15.7% ตามข้อมูล IDC ไตรมาส 1 ปีปฏิทิน 2026 ตามหลัง Lenovo ที่ครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่ง 25.2%
อีกทั้ง ต้นทุนชิ้นส่วนและหน่วยความจำ (memory) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าสู่ปีปฏิทิน 2026 Dell ระบุว่าคาดการณ์ต้นทุนชิ้นส่วนจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีงบการเงิน 2027 และตามรายงานภายหลังปิดปีบัญชี ราคาหน่วยความจำ DRAM ปรับขึ้นกว่า 5 เท่าตัวในช่วงหกเดือน ส่งผลให้ Dell ต้องปรับราคาสินค้ากลุ่มพีซีขึ้น 15-20% ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งกระทบทั้งกลุ่ม CSG และ ISG พร้อมกัน
สุดท้าย Dell และบริษัทในเครือมีภาระหนี้สินรวมประมาณ 31,500 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มกราคม 2026 โดย Dell ระบุว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานส่วนใหญ่ถูกใช้ชำระดอกเบี้ยและภาระหนี้ ซึ่งลดเงินทุนที่เหลือสำหรับวัตถุประสงค์อื่น
สนใจลงทุนในหุ้น Dell Technologies Inc. (DELL, DELL23) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน
คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน