What’s new? (SET)
- TU ประกาศแจ้ง SET ว่าตามที่มติบอร์ดที่ประชุมเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2024 เคยมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินนั้น ในการประชุมบอร์ด ในวันที่ 3 เม.ย. 2025 มีมติปรับเพิ่มวงเงินและจำนวนหุ้นซื้อคืนเพิ่มเติม เป็นวงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาท (จากเดิมไม่เกิน 3 พันล้านบาท) และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนเป็นไม่เกิน 445 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 10% ของหุ้นรวม (จากเดิมไม่เกิน 200 ล้านหุ้น หรือไม่เกินร้อยละ 4.5% หุ้นรวม) โดยกำหนดระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน ยังอยู่ในช่วง 2 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2025 ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงจะมีผลบังคับใช้วันที่ 8 เมษายน 2568
- โดยแหล่งที่มาของเงินในการซื้อหุ้นคืนมาจาก เงินสดจากการดำเนินงาน เงินปันผลรับและเงินกู้ยืมได้รับคืนจากบริษัทย่อย
Comment
- โดยปัจจุบันบริษัทมีการซื้อหุ้นคืนในรอบปัจจุบันไปแล้ว 151 ล้านหุ้น (34% ของวงเงินซื้อหุ้นคืนหลังปรับเพิ่มวงเงินรอบใหม่) มูลค่า 1.78 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการซื้อคืนเฉลี่ยที่ 11.8 บาท/หุ้น (10% สูงกว่าระดับราคาหุ้นปัจจุบันที่ 10.7 บาท/หุ้น สะท้อนโอกาสการทยอยซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมในระยะสั้นจนถึงการสิ้นระยะเวลาการซื้อหุ้นคืนในวันที่ 30 มิ.ย. 2025)
• เราประเมินว่าหาก TU มีการซื้อหุ้นคืนทั้งหมด 5 พันลบ. ในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมี net DE เพิ่มขึ้นมาเป็น 1.0 เท่า (จากเดิม 0.9 เท่า) ซึ่งใกล้เคียงกับกรอบ comfort net DE level ของบริษัทที่ 1.0-1.1 เท่า
• เรามองการที่ TU ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ จะช่วยป้องกันความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้น อย่างไรก็ดี ด้วยประเด็นผลประกอบการระยะสั้นของ TU ที่ยังน่าจะเจอค่าใช้จ่าย transformation ที่สูง รวมถึงเจอ earnings downside ที่เกี่ยวข้องกับอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้า (ทูน่าและอาหารสัตว์เลี้ยง) ไปยังประเทศสหรัฐ จะเป็นตัวกดดันไม่ให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นมากนัก
• เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ TU โดยมีราคาเป้าหมายที่ 14 บาท