ตลาดหุ้นเวียดนามกำลังรอผลการพิจารณายกระดับจาก FTSE Russell จากตลาดชายขอบ (Frontier Market) สู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งจะประกาศในวันที่ 8 เมษายน 2025 การยกระดับนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการยกระดับคือการนำระบบซื้อขาย KRX (Korea Exchange) มาใช้ในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดให้ทันสมัย ทั้งกลไกการซื้อขาย ระบบบริหารความเสี่ยง และการขยายเครื่องมือการลงทุน เช่น การขายชอร์ตและตราสารอนุพันธ์
ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามกำลังรอการประเมินจาก FTSE Russell ในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งมีกำหนดการเผยแพร่ในวันที่ 8 เมษายน 2025 เพื่อพิจารณาการปรับสถานะขึ้นเป็นตลาดเกิดใหม่ (FTSE Emerging Market) คาดว่าหากได้รับพิจารณาเชิงบวก จะทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีโอกาสถูกยกระดับสู่ Emerging Market ภายในปีนี้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมสภาพคล่องของตลาดและกระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลเวียดนามก็ได้มีพัฒนาการในเรื่องนี้มาโดยตลอด เนื่องจากถูกกำหนดเป็นหนึ่งใน KPI สำคัญของทีมงานที่เกี่ยวข้อง
โดยล่าสุดเวียดนามจะมีการใช้ระบบ KRX Trading System ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานในเดือนเมษายน 2025 จะช่วยให้การซื้อขายมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดเวลาการดำเนินการ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดหุ้นเวียดนามให้พร้อมต่อการอัพเกรดสถานะตลาด รวมถึงมีปัจจัยเชิงบวกอื่นๆ ที่สนับสนุนการลงทุนในหุ้นเวียดนาม ดังนี้
ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการนำแพลตฟอร์มซื้อขาย KRX มาใช้ ระบบใหม่นี้พัฒนาโดย Korea Exchange (KRX) เพื่อปรับปรุงกลไกการซื้อขาย เพิ่มประสิทธิภาพตลาด และปรับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของเวียดนามให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่นานรัฐบาลก็เพิ่งมีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ให้นักลงทุนสถาบันต่างชาติสามารถลงทุนในหุ้นเวียดนามโดยที่ไม่ต้อง pre-fund ได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ KRX จะนำมาซึ่งการปรับปรุงที่สำคัญหลายประการ ได้แก่:
• กลไกการซื้อขายที่ทันสมัยขึ้น: ระบบใหม่ช่วยเพิ่มความเร็วในการจับคู่คำสั่งซื้อขาย และรองรับปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้น
• การบริหารความเสี่ยงและระบบ Clearing ที่มีประสิทธิภาพ: ระบบ Central Counterparty Clearing (CCP) ช่วยลดความเสี่ยงจากคู่สัญญาและเสริมสร้างเสถียรภาพให้ตลาด
• การขยายขอบเขตเครื่องมือการลงทุน: รองรับการขายชอร์ต (Short Selling) และตราสารอนุพันธ์ (Options) เพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน
• ความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น: ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของตลาดและลดโอกาสในการทำธุรกรรมที่ไม่เป็นธรรม
บริษัทขนาดใหญ่เตรียม IPO ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเวียดนาม
ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากแผนการเข้าจดทะเบียน IPO ของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Vinpearl บริษัทในเครือ Vingroup ที่ดำเนินธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และความบันเทิง และ Bách Hóa Xanh ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ในเครือ Mobile World Group การที่บริษัทเหล่านี้เข้าตลาดสะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อเศรษฐกิจเศรษฐกิจเวียดนาม โดยที่จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพิ่มความหลากหลายของหุ้นในตลาด และสนับสนุนการขยายตัวของภาคธุรกิจในเวียดนามอีกเช่นกัน
Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Vinpearl, Inside Retail
เวียดนามกำลังเร่งดำเนินการเพื่อยกระดับสถานะจากตลาดชายขอบ (Frontier Market) ไปสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) การนำระบบ KRX มาใช้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ เนื่องจากช่วยแก้ไขข้อจำกัดบางประการที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการได้รับการจัดอันดับโดยสถาบันการเงินระดับโลก เช่น MSCI และ FTSE Russell เป็นต้น การนำระบบ KRX มาใช้และการชำระบัญชีโดยไม่ต้องวางเงินล่วงหน้า (Non-Prefunding Solution: NPS) ในปีที่ผ่านมา จะทำให้ตลาดมีความคล่องตัวมากขึ้น และลดข้อจำกัดในการทำธุรกรรมของนักลงทุนต่างชาติ
Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, KRX, Bloomberg as of 10 March 2025
รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าการเติบโตของ GDP ที่ 8% ในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างภาครัฐและเสริมสร้างแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ ทางด้าน นายกรัฐมนตรีเวียดนาม Pham Minh Chinh ได้ประกาศแผนระยะยาวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน โดยคาดหวังให้เวียดนามสามารถบรรลุอัตราการเติบโตแบบสองหลัก (Double-Digit Growth) ภายในปี 2026 – 2030 ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับสูงมาก (คล้ายกับไทยในยุครุ่งเรือง) และถือเป็นการแสดงท่าทีที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น
Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 8 March 2025
เมื่อเวียดนามเดินหน้าพัฒนาตลาดทุน และระบบ KRX ที่นำมาใช้จะช่วยเปิดประตูให้กับนักลงทุนต่างชาติ และเสริมสร้างการบูรณาการของตลาดกับระบบการเงินโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและทำให้กระบวนการกำหนดราคาหลักทรัพย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาลเวียดนามยังคงมุ่งมั่นดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของตลาดเกิดใหม่ และดึงดูดนักลงทุนสถาบันมากขึ้น
Event: ตลาดหุ้นเวียดนามมีโอกาสได้รับการประเมินในเชิงบวกในช่วงการทบทวนเดือนมีนาคมจาก FTSE และอาจประกาศอัปเกรดในเดือนกันยายนสู่ FTSE Emerging Market
Fundamental: กำไรเติบโตดีและ Valuation อยู่ในระดับถูก รวมถึงเศรษฐกิจแข็งแกร่งล่าสุดรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้า GDP โต 8% ปี 2025
Technical: แนวโน้มทางเทคนิคบ่งชี้ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ล่าสุดดัชนีราคาปรับตัวทะลุบริเวณ 1,300 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านที่สำคัญ มีโอกาสปรับตัวทดสอบ 1,400 – 1,450 จุด
กองทุนแนะนำ: PRINCIPAL VNEQ-A ลงทุนตรงในหุ้นเวียดนาม โดดเด่นด้านการคัดเลือกหุ้นเวียดนามที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีธรรมาภิบาล