PDF Available  
สวัสดีตอนเช้า

สวัสดีตอนเช้า - 1 เม.ย. 2568

1 Apr 25 8:15 AM
สรุปสาระสำคัญ

คาด SET แกว่ง Sideways-up ดัชนีน่าจะฟื้นตัวขึ้นได้บ้างหลังสะท้อนปัจจัยลบไปมาก รวมทั้งแรงหนุนจากกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น แต่กรอบบนยังจำกัด นลท. ยังระมัดระวังการลงทุนก่อนที่มาตรการภาษีตอบโต้และการขึ้นภาษีรถยนต์ของสหรัฐฯ จะประกาศใช้ 2 เม.ย. นี้ ประเมินแนวรับที่ 1155 - 1150 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1165 - 1170 จุด

ฟื้นกรอบจำกัด นับถอยหลังทรัมป์ขึ้นภาษี

 

ประเด็นสำคัญ

• 6 องค์กรด้านเศรษฐกิจและตลาดเงินแถลงเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ-ตลาดทุนหลังแผ่นดินไหว ตลท.รับกระทบตลาดหุ้นระยะสั้น ธปท. จับตาผลกระทบใกล้ชิด ห่วงกระทบอสังหาและท่องเที่ยวชั่วคราว 
• รมช. คลัง เผยผลกระทบจากแผ่นดินไหวต้องรอประเมินก่อนแต่เชื่อว่ากระทบระยะสั้น และมีผลต่อจีดีพีเล็กน้อย ส่วนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแจกเงินหมื่นให้กับผู้มีอายุ 16-20 ปี ยังคงเดินหน้าแจกตามไทม์ไลน์เดิม
• สสว. เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMESI) ก.พ. 2668 อยู่ที่ 52.1 ลดลงจาก 53.1 ใน ม.ค. จากภาคการผลิตที่ความเชื่อมั่นปรับตัวต่ำกว่าค่าฐานครั้งแรกในรอบ 6 เดือน
• ธปท. เผยภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ก.พ. 2568 ค่อนข้างชะลอลงจาก ม.ค. จากจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงไป อีกทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนลดลง 
• จีนเผยดัชนี PMI ภาคการผลิต มี.ค. ปรับขึ้นแตะ 50.5 จาก 50.2 ใน ก.พ. ทั้งนี้ดัชนี PMI มี.ค. ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามาตรการกระตุ้น ศก. จีนช่วยหนุน ศก. ให้ฟื้นตัว 
• ปธน.ทรัมป์เผยจะเรียกเก็บภาษี 25-50% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หากมองรัสเซียกำลังขัดขวางความพยายามในการยุติสงครามในยูเครน ส่งผลให้ตลาดกังวลอุปทานน้ำมันโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว
• ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าวันที่ 2 เม.ย.จะเป็นวันแห่งการปลดปล่อยของสหรัฐ โดยรัฐบาลจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% รวมทั้งเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ต่อทุกประเทศทั่วโลก

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน อาจมีแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสงครามการค้า หาก ปธน. ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีต่อเนื่องและมีการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าคาดจะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก และกดดันทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสทำนิวโลว์ อย่างไรดีหาก SET ปรับตัวลงไปในช่วง 1,100-1,130 จุด จะเป็นโอกาสลงทุน เนื่องจากมี Downside จำกัด ขณะที่พิจารณาเศรษฐกิจของจีนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงทั้งภาคการผลิตและบริการจากความไม่ชัดเจนของนโยบายภาษี แต่มองจะไม่แย่อย่างที่ตลาดกังวล ด้านเงินเฟ้อไทย มี.ค. น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. มากนัก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”  

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสงครามการค้า ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย ThaiESGX โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต 2) ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ 3) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ Div. Yield อย่างน้อย 3% หุ้น SET50 ที่ ADVANC BBL BDMS CPALL PTT และ SET100 BCH BTG
2. หุ้นปันผลคุณภาพดี โดย 1) สถิติจ่ายปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 20 ปี และ 2) คาดจ่ายปันผลจากกำไรปี 2567 หลังหักจ่ายระหว่างกาลแล้ว Div. Yield สูงเกิน 4% และ Div. Payout Ratio มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือทรงตัว แนะนำ KTB BBL KBANK
3. หุ้น Undervalued สำหรับลงทุน คัดเลือกหุ้น SET100 ที่คาดเป็นเป้าหมายของกองทุน โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต 2) มีความสามารถจ่ายดอกเบี้ยสูง 3) ซื้อขายที่ PER และ PBV 2568F ระดับต่ำกว่า -1SD 4) Div. Yield ปี 2568 อย่างน้อย 2% และ 5) มี SET ESG Rating ระดับ A-AAA แนะนำ MTC MINT AMATA BJC CPF 
4. Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้ผลบวกทางอ้อมจากเหตุแผ่นดินไหว HMPRO SCCC TRUE ADVANC STECON 2) Domestic Play หากกังวลสงครามการค้ารุนแรงขึ้น CPALL ADVANC TRUE BTG BCH และ 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากเข้าสู่ เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากสถิติให้ผลตอบแทนช่วง เม.ย. เฉลี่ย 2.8% ใน เม.ย. ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT CPALL) กลุ่มท่องเที่ยว (MINT) และกลุ่มการแพทย์ (BCH BDMS)

 

Daily top picks

PTT : มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของกองทุน ThaiESG เนื่องจากมี SETESG Rating ระดับ AAA อีกทั้งยังมีจุดแข็ง ดังนี้ 1) ปี 2568 คาดกำไรยังเติบโตได้ YoY 2) มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ 3) มีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2568 สูงราว 7%  

 

CPAXT : มองเป็นหุ้น Defensive ซึ่งเติบโตได้ต่อเนื่อง โดย 1Q68 คาดกำไรจะเติบโต YoY จากยอดขายสาขาเดิมและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ปี 2568 คาดกำไรจะเติบโตดีที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ที่ 18% ทั้งนี้หลังควบรวมกิจการคาด Synergy จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในปี 2568-70 อีกทั้งมีเงินปันผลจ่ายจากกำไร 2H67 ที่หุ้นละ 0.53 บาท (XD 8 เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield 2%

 

 

 

Limited recovery, countdown to Trump’s tariffs

 

The SET is expected to move sideways-up to recover after factoring in most of the negatives, aided by a push from Energy due to higher oil price. However, the upper bound is limited as investors are cautious ahead of the US reciprocal and auto tariffs, which take effect on Apr 2. Support is at 1155-1150 and a resistance at 1165-1170.

 

Today’s highlights

• Six economic and financial organizations issued a statement to state confidence in the economy and capital markets following the earthquake. The SET admits to a short-term impact on the stock market, while the BoT is closely monitoring the situation, with concerns about the temporary impact on real estate and tourism.
• The Deputy Finance Minister said that the earthquake's impact needs further assessment, it's likely to be short-term with minimal effect on GDP. The digital wallet program that will distribute Bt10,000 to those aged 16-20 will proceed according to the original timeline.
• The OSMEP reports the SME Sentiment Index (SMESI) for February 2025 stood at 52.1, down from 53.1 in January. This decline is attributed to the manufacturing sector, which saw confidence fall below baseline for the first time in six months.
• The BoT says economic and financial data in February 2025 slowed from January due to decreases in foreign tourists and revenue, as well as declines in industrial production and private investment.
• China's Manufacturing PMI for March rose to 50.5 from 50.2 in February. The March PMI expanded at its fastest rate in a year, signalling that China's economic stimulus measures are supporting recovery.
• Trump announced he will impose 25-50% tariffs on countries purchasing oil from Russia if he believes Russia is obstructing efforts to end the war in Ukraine. This has caused market concerns about potential global oil supply constraints.
• Trump says April 2 is "Liberation Day" for the US, announcing a 25% import tariff on automobiles and retaliatory customs duties against trading partners worldwide.

 

Strategy today

In the short term the SET is expected to be volatile and may see selling to avoid risk from the earthquake and the trade war. If Trump stands by his tariffs and trading partners make tit-for-tat responses, it will impact investment around the world and may pressure the Thai market to new lows. However, if the SET falls to 1100-1130, we see it as a buying opportunity due to limited downside, while China’s economy is expected to continue to recover. Although the US economy is expected to slow down in both manufacturing and services due to uncertainty, it is expected to be less damaged than feared by the market. Thailand inflation in Mar is not expected to determine the BoT’s policies. Investment strategy is "Selective Buy".

 

Trading today

The SET is expected to fluctuate from selling to avoid risk from the earthquake and the trade war. We recommend strategies across three themes and three trading ideas with positive individual factors:
1. Stocks expected to be targets of ThaiESGX: 1) 2025 profit expected to grow, 2) strong financial position and 3) steady dividends with yield at least 3% - on SET50 are ADVANC, BBL, BDMS, CPALL and PTT and on SET100 are BCH and BTG.
2. Dividend plays: 1) statistically, have paid dividends for the past 20 years, and 2) dividend yield expected at 4% (excluding interim dividend) and payout ratio stable or rising – KTB, BBL and KBANK.
3. Undervalued stocks in SET100 that are expected to be targets of mutual funds with: 1) 2025 profit expected to grow, 2) ability to service debt, 3) low valuation with PER and PBV 2025F below -1SD, 4) dividend yield of at least 2% and 5) SETESG Ratings of A-AAA – MTC, MINT, AMATA, BJC and CPF.
4. Trading Idea: For high risk-takers: 1) Stocks that benefit indirectly from the earthquake – HMPRO, SCCC, TRUE, ADVANC and STECON. 2) Domestic plays on rising trade war concerns – CPALL, ADVANC, TRUE, BTG and BCH. 3) Stocks that benefit from Songkran in April. Statistically, selected stocks give returns of 2.8% in Apr - Commerce (CPAXT, CPALL), Tourism (MINT) and Healthcare (BCH BDMS).

 

Daily top picks

PTT: PTT has a short-term catalyst from rising oil price. The stock is expected to be a target of ThaiESG fund as it has an SETESG Rating of AAA. The company has 1) forecast profit growth in 2025, 2) a strong balance sheet and 3) consistent dividend payment, with 2025 dividend yield estimated at 7%.

 

CPAXT: A defensive stock that is expected to continue growing. 1Q25 profit is expected to grow, backed by SSS growth and higher margin. 2025 profit is expected to grow 18%, outperforming peers, while synergy after acquisition is expected to be increasingly evident over 2025-2027. DPS on 2H24 profit is Bt0.53 (XD Apr 8), dividend yield of 2%.

 

Download EN version click >> Daily250401_E.pdf

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5