Digital Assets

Bitcoin กลับแตะ $70,000 ในรอบ 2 เดือน: 3 ปัจจัยหนุน เมื่อความหวังจากนโยบาย Trump กลับสู่ตลาดคริปโท

20 Aug 26 4:05 PM
b916f328-c61a-4179-be2c-1aadd2cba816
สรุปสาระสำคัญ

Bitcoin กลับขึ้นแตะ $70,000 เป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 2 เดือน หลังปัจจัยสนับสนุนหลายด้านเริ่มทำงานพร้อมกัน ทั้ง Bond Yield ระยะยาวที่ลดลง ช่วยผ่อนแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง และทิศทางนโยบายสหรัฐฯ ที่เป็นมิตรต่อคริปโทมากขึ้น โดยทรัมป์ เร่งผลักดัน CLARITY Act ขณะที่ SEC และ CFTC เดินหน้าสร้างกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น

 

ตลาดตอบรับเชิงบวกผ่านการฟื้นตัวของ Bitcoin จากราว $64,100 สู่ $70,000 โดยมี Short Squeeze เป็นตัวเร่ง ขณะที่ Ethereum พุ่งประมาณ 18% ใน 24 ชั่วโมง และแรงซื้อเริ่มกระจายสู่ Altcoins มากขึ้น

 

จากนี้ นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของ CLARITY Act ใน Senate โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนกันยายน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์และเงินทุนสถาบันในระยะถัดไป

Bitcoin กลับขึ้นแตะระดับ $70,000 เป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 2 เดือน หลังจากก่อนหน้านี้ราคายังเคลื่อนไหวบริเวณ $64,000 ท่ามกลางความเชื่อมั่นของตลาดที่อ่อนแอลงต่อเนื่อง

 

แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภาพเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อปัจจัยบวกหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ตั้งแต่ Bond Yield ระยะยาวที่ปรับลดลง ช่วยผ่อนแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง ไปจนถึงทิศทางนโยบายของรัฐบาล Trump ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโท ชัดเจนขึ้น ก่อนที่ตลาดจะตอบรับผ่านการฟื้นตัวของ Bitcoin และแรงซื้อที่กระจายไปยัง Ethereum และ Altcoins

 

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียง Bitcoin กลับมาแตะ $70,000 แต่คือ ปัจจัยสนับสนุนตลาดเริ่มขยับจาก Sentiment ไปสู่ระดับนโยบายและกฎเกณฑ์มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในระยะถัดไป

 

InnovestX สรุป 3 ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการฟื้นตัวครั้งนี้ พร้อมปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาต่อ

 

1. ภาพเศรษฐกิจมหภาค: Bond Yield ลดลง ผ่อนแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง

 

จุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวมาจากตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ หลัง US Treasury เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10–30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ระหว่างวันที่ 9 ก.ย.–4 พ.ย. หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีขึ้นแตะ 5.34% สูงสุดตั้งแต่ปี 2007

มาตรการดังกล่าวช่วยให้ Bond Yield ระยะยาวลดลงเกือบ 10 bps และช่วยพยุงตลาดหุ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin

 

2. ปัจจัยเชิงนโยบาย: ความหวังรอบใหม่ของตลาด หลังทรัมป์ เร่งผลักดันคริปโทของ สหรัฐฯ พร้อมหน่วยงานกำกับเดินหน้าสร้างความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์

 

6108bc01-4c9c-497f-b60f-666b8ce263b3.jpg

 

จุดสำคัญเกิดขึ้นวันที่ 19 ส.ค. ในงานที่ White House เมื่อประธานาธิบดี Donald Trump พบกับผู้บริหารจากอุตสาหกรรม Crypto และเทคโนโลยี รวมถึง Coinbase, Gemini, Ripple และ Chainlink ก่อนการประชุม Innovation Advisory Committee ของ CFTC ในวันถัดมา

 

สาระสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการย้ำว่าสหรัฐฯ สนับสนุนคริปโท แต่เริ่มลงไปถึง แนวทางเชิงนโยบายที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างตลาดในระยะยาว โดยมี 3 ประเด็นสำคัญ

 

2.1) เปิดกว้างต่อการซื้อ Bitcoin เพิ่ม — เพิ่มโอกาสเกิด Demand จากภาครัฐ


โดยทรัมป์เปิดกว้างต่อข้อเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ สะสม Bitcoin เพิ่ม หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นอีกขั้นจาก Strategic Bitcoin Reserve และเปลี่ยนภาพจากรัฐบาลเพียง “ถือ Bitcoin ที่มีอยู่” ไปสู่การ “ซื้อเพิ่ม” ซึ่งอาจสร้างอุปสงค์ใหม่โดยตรง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศซื้ออย่างเป็นทางการ จึงควรมองเป็น สัญญาณเชิงนโยบาย มากกว่าการดำเนินนโยบายที่เกิดขึ้นแล้ว

 

2.2) เร่งผลักดัน CLARITY Act — ลดความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์


ซึ่งทรัมป์เรียกร้องให้ Congress เดินหน้ากฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมองว่าความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์มีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ปัจจุบันร่างกฎหมายผ่าน House แล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการใน Senate

สำหรับนักลงทุน CLARITY Act มีความสำคัญมากกว่าผลบวกต่อราคาในระยะสั้น เพราะมีเป้าหมายทำให้ กรอบกำกับดูแลและบทบาทระหว่าง SEC กับ CFTC ชัดเจนขึ้น ซึ่งอาจช่วยลด Regulatory Risk และลดอุปสรรคสำหรับบริษัทและเงินทุนสถาบันที่ต้องการเข้าสู่ตลาด

 

2.3) SEC และ CFTC เริ่มเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน — จากนโยบายสู่โครงสร้างตลาด


ก่อนหน้า White House Event หนึ่งวัน SEC ภายใต้ Paul Atkins เสนอกรอบกำกับดูแล Crypto Assets ฉบับใหม่ ขณะที่ CFTC เดินหน้าหารือด้านนวัตกรรมและกฎเกณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัลในวันที่ 20 ส.ค.

สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงทรัมป์สนับสนุนคริปโท แต่คือ ฝ่ายบริหาร + หน่วยงานกำกับ + Congress เริ่มขยับไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น หากนำไปสู่กฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้จริง จะเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมมากกว่าการสร้าง Sentiment ระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

 

 

3. Bitcoin แตะ $70000 บวกเพิ่ม 10% ในรอบ 2 เดือน และ ETH พุ่งขึ้น 18% หนุน altcoins อื่นๆขึ้นตาม

 

6cabcbc5-1fdb-4645-af93-576bf80bea00.png

 

จากปัจจัยบวกทำให้ Bitcoin ฟื้นจากบริเวณ $64,100 สู่ $70,000 ภายในประมาณสองวัน โดยมี Short Squeeze เข้ามาช่วยเร่งการปรับขึ้น หลังสถานะ Short ถูก Liquidate ราว $1.4 พันล้านภายใน 4 ชั่วโมง ทำให้นักลงทุนที่เดิมพันว่าราคาจะลงต้องซื้อกลับ

แต่สัญญาณที่น่าสนใจมากขึ้นคือ แรงซื้อไม่ได้หยุดอยู่ที่ Bitcoin

 

Ethereum พุ่งประมาณ 18% ใน 24 ชั่วโมง สู่เหนือ $2,250 และเพิ่มขึ้นราว 20% ในรอบสัปดาห์ ขณะที่ SOL, XRP และ DOGE ปรับขึ้นตาม สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกระจายจาก Bitcoin ไปยัง Altcoins มากขึ้น

 

ด้าน HYPE ก็ปรับขึ้นแรง หลังตลาดตอบรับความเป็นไปได้ที่ Hyperliquid จะสามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ภายใต้กรอบกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง เป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่า ตลาดเริ่มให้ Premium กับสินทรัพย์ที่อาจได้รับประโยชน์จาก Regulatory Clarity โดยตรง

อย่างไรก็ตาม การขึ้นของ Bitcoin ส่วนหนึ่งมาจาก Short Squeeze ดังนั้นตลาดยังต้องพิสูจน์ว่า หลังแรงซื้อจากการปิด Short ลดลง จะมี Demand จริงเข้ามารองรับราคาต่อหรือไม่

 

 

สิ่งที่ต้องจับตาต่อ: CLARITY Act อาจเป็นปัจจัยสำคัญถัดไป

 

สิ่งที่ทำให้รอบนี้น่าสนใจกว่าการฟื้นตัวของราคาเพียงอย่างเดียว คือ แรงสนับสนุนนโยบาย สินทรัพย์ดิจิทัล ในสหรัฐฯ

Timeline สำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม ได้แก่

  • 18 ส.ค. — SEC: เสนอกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่
  • 19 ส.ค. — White House: ทรัมป์เข้าพบผู้บริหารอุตสาหกรรมคริปโท และเรียกร้องให้ Congress เดินหน้า CLARITY Act
  • 20 ส.ค. — CFTC: เดินหน้าหารือด้านนวัตกรรมและกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล
  • 15 ก.ย. — CLARITY Act: ตลาดจับตากระบวนการใน Senate ซึ่งอาจเป็นด่านสำคัญต่อการเดินหน้าของร่างกฎหมาย

 

 

วิธีการเข้าเมนู คริปโต (Digital Assets) ในแอป InnovestX

 

2d05726b-6628-4e31-ba00-f43e073fad6a.png

 

 

คำเตือน

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5