การยกเว้นภาษี Capital Gain ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาที่มีธุรกรรมเข้าเงื่อนไขแล้ว ยังสร้างแรงจูงใจให้การลงทุนเกิดขึ้นผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของไทยมากขึ้น
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการจำว่า “คริปโทยกเว้นภาษี 5 ปี” แต่ต้องเข้าใจให้ครบว่า กำไรประเภทใด ช่องทางใด และช่วงเวลาใดที่ได้รับสิทธิ
โดย 3 เงื่อนไขหลักที่ควรจำคือ ต้องเป็นกำไรจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลที่เข้าเงื่อนไข ต้องทำธุรกรรมผ่าน Exchange, Broker หรือ Dealer ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย และเงินได้นั้นต้องเกิดขึ้นภายในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572
ในภาพใหญ่ มาตรการนี้สะท้อนทิศทางที่ประเทศไทยกำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่าง การส่งเสริมนวัตกรรม การสร้างแรงจูงใจในการลงทุน และการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Digital Asset Hub ในระยะยาว

อีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เมื่อมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Digital Asset Hub มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยเปิดทางให้บุคคลธรรมดาได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้จากกำไรที่เกิดจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
มาตรการดังกล่าวกำหนดไว้ใน กฎกระทรวง ฉบับที่ 399 (พ.ศ. 2568) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 โดยกำหนดให้สิทธิยกเว้นครอบคลุมเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 รวมระยะเวลา 5 ปี
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ยกเว้นภาษีคริปโท 5 ปี” ไม่ได้หมายความว่ารายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภทจะไม่เสียภาษี แต่เป็นการยกเว้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลที่เข้าเงื่อนไข เท่านั้น
ก่อนลงทุน นักลงทุนควรเข้าใจหลักเกณฑ์สำคัญ 4 เรื่อง

มาตรการนี้ยกเว้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ในส่วนที่มูลค่าที่ได้รับจากการโอนสูงกว่าเงินลงทุน หรือที่นักลงทุนมักเรียกว่า Capital Gain
ตัวอย่างเช่น หากลงทุนซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 100,000 บาท และต่อมาขายได้ 130,000 บาท ส่วนต่าง 30,000 บาทที่เป็นกำไรอาจเข้าเกณฑ์ได้รับยกเว้นภาษี หากธุรกรรมดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น สิ่งที่ได้รับการยกเว้นคือ กำไรจากการโอนที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่รายได้ทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีหรือสินทรัพย์ดิจิทัล
สิทธิยกเว้นภาษีครอบคลุมเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่
1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572
หรือรวมระยะเวลา 5 ปี
ระยะเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ตายตัว ไม่ได้เริ่มนับ 5 ปีจากวันที่นักลงทุนแต่ละรายเปิดบัญชีหรือเริ่มลงทุน
นี่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่สุดของมาตรการ เพราะไม่ใช่การขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านทุกช่องทางจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีโดยอัตโนมัติ
การโอนหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลต้องดำเนินการผ่าน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายไทย ใน 3 ประเภท ได้แก่
สำหรับ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ภายใต้กลุ่ม SCBX ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะ นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายไทย และดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
การเลือกช่องทางซื้อขายจึงไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความสะดวกในการลงทุน แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการนี้
ในทางกลับกัน การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศหรือช่องทางอื่นที่ไม่เข้าเงื่อนไข ไม่ควรถูกตีความโดยอัตโนมัติว่าจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน นักลงทุนจึงควรตรวจสอบประเภทใบอนุญาตและสถานะปัจจุบันของผู้ประกอบธุรกิจจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนทำธุรกรรม
มาตรการนี้เป็นการยกเว้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับกำไรจากธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าเงื่อนไข
จึงควรแยกออกจากการเสียภาษีของนิติบุคคล รวมถึงเงินได้จากกิจกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น ซึ่งอาจอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ทางภาษีที่แตกต่างกัน
ในมุมของนักลงทุน การยกเว้นภาษี Capital Gain จะช่วยลดภาระภาษีสำหรับกำไรจากการลงทุนที่เข้าเงื่อนไข และเพิ่มแรงจูงใจให้การซื้อขายเกิดขึ้นผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย แต่หากมองในภาพใหญ่ มาตรการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเรื่องภาษีเท่านั้น
การกำหนดให้สิทธิประโยชน์ผูกกับการซื้อขายผ่าน Exchange, Broker หรือ Dealer ที่ได้รับอนุญาต ยังช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล สามารถตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานที่ชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ ภาครัฐยังวางมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล การระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัล และการดึงดูดธุรกิจ เทคโนโลยี รวมถึงเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็น Digital Asset Hub
อีกด้านหนึ่ง การส่งเสริมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลยังเดินควบคู่ไปกับการยกระดับความโปร่งใส โดยประเทศไทยเตรียมนำกรอบ Crypto-Asset Reporting Framework (CARF) ของ OECD มาใช้สำหรับการรายงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างประเทศ
จึงสะท้อนภาพของนโยบายที่เดินไปพร้อมกันสองด้าน คือ สร้างแรงจูงใจให้ตลาดเติบโต และยกระดับระบบกำกับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
แม้กำไรจากธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับยกเว้นภาษี แต่การเก็บข้อมูลการลงทุนอย่างเป็นระบบยังเป็นเรื่องสำคัญ
นักลงทุนควรจัดเก็บข้อมูล เช่น
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบต้นทุน กำไร และที่มาของแต่ละธุรกรรมได้ชัดเจน หากจำเป็นต้องใช้ประกอบการพิจารณาด้านภาษีในอนาคต
โดยสรุปแล้วมาตรการยกเว้นภาษีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลดภาระด้านภาษีให้กับนักลงทุน แต่ยังสะท้อนทิศทางของประเทศไทยในการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้อยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนมากขึ้น สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า สิทธิยกเว้นภาษีมีทั้งเงื่อนไขด้านประเภทของรายได้ ช่วงเวลา และช่องทางที่ใช้ทำธุรกรรม การเลือกผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต ควบคู่กับการจัดเก็บข้อมูลการลงทุนอย่างเป็นระบบ จึงเป็นส่วนสำคัญของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่ และเป็นอีกหนึ่งก้าวของตลาดไทยในการสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการลงทุน นวัตกรรม และมาตรฐานการกำกับดูแลในระยะยาวค่ะ
คำเตือน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้