Theranos เป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก่อตั้งในปี 2003 โดย Elizabeth Holmes เมื่ออายุเพียง 19 ปี บริษัทนี้อ้างว่าได้พัฒนาเทคโนโลยีปฏิวัติวงการที่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้มากกว่า 200 โรคจากเลือดเพียงไม่กี่หยด แทนที่จะต้องเจาะเลือดในปริมาณมาก
ในช่วงสูงสุด Theranos มีมูลค่าสูงถึง 9,000 ล้านดอลลาร์ และ Holmes กลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐฯ ที่สร้างธุรกิจด้วยตนเอง แต่ในที่สุดก็เปิดเผยว่าเทคโนโลยีนี้ไม่สามารถทำงานได้ตามที่อ้าง นำไปสู่การล่มสลายของบริษัทและการดำเนินคดีทางอาญากับผู้บริหาร
Elizabeth Holmes เริ่มต้น Theranos ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนแปลงวงการการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ เธอออกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปีที่ 2 เพื่อทุ่มเทให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะทำให้การตรวจเลือดเป็นเรื่องง่าย ราคาถูก และสะดวกสำหรับผู้ป่วย
Holmes สร้างแนวคิดเครื่องตรวจวินิจฉัยขนาดเล็กชื่อ "Edison" (ต่อมาเปลี่ยนเป็น "miniLab") ที่อ้างว่าสามารถทำการทดสอบได้หลากหลายจากเลือดเพียงไม่กี่หยด โดยไม่ต้องส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ วิสัยทัศน์นี้ดึงดูดนักลงทุนชั้นนำและสื่อมวลชน โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีสุขภาพกำลังได้รับความสนใจ
แม้ Theranos จะระดมทุนได้มากกว่า 700 ล้านดอลลาร์ แต่เทคโนโลยีของบริษัทไม่เคยทำงานได้ตามที่อ้าง กลไกการหลอกลวงมีดังนี้:
1. การอ้างเทคโนโลยีที่ยังไม่มี: Holmes และ Ramesh "Sunny" Balwani (COO และคู่รักของเธอในขณะนั้น) อ้างว่าเครื่อง Edison สามารถทำการทดสอบได้มากกว่า 200 รายการจากเลือดเพียงไม่กี่หยด แต่ในความเป็นจริง เครื่องนี้ทำได้เพียงไม่กี่การทดสอบและไม่แม่นยำ
2. การใช้เครื่องมือของบริษัทอื่น: เมื่อต้องทำการทดสอบจริง Theranos ใช้เครื่องมือมาตรฐานจากบริษัทอื่นอย่าง Siemens แทนเทคโนโลยีของตัวเอง และบางครั้งยังต้องเจือจางตัวอย่างเลือดเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับเครื่องมือเหล่านั้น ทำให้ผลการทดสอบผิดพลาด
3. การปกปิดข้อมูล: บริษัทปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของเทคโนโลยี อ้างเรื่องความลับทางการค้า และไม่ยอมให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจสอบอย่างอิสระ
4. การจัดทำรายงานปลอม: เมื่อทำการสาธิตให้นักลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทจะจัดฉากการสาธิตและใช้ผลทดสอบที่มาจากเครื่องมือของบริษัทอื่น
Holmes ใช้กลยุทธ์หลายอย่างในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองและบริษัท:
1. ภาพลักษณ์ที่โดดเด่น: เธอสร้างภาพลักษณ์ที่เลียนแบบ Steve Jobs โดยสวมเสื้อคอเต่าสีดำเป็นเอกลักษณ์ และฝึกพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
2. คณะกรรมการมีชื่อเสียง: Theranos มีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยบุคคลมีชื่อเสียง เช่น อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ Henry Kissinger และ George Shultz, อดีตรัฐมนตรีกลาโหม James Mattis และอดีตวุฒิสมาชิก Sam Nunn แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์หรือเทคโนโลยี
3. พันธมิตรทางธุรกิจ: Theranos ได้ร่วมมือกับ Walgreens และ Safeway เพื่อติดตั้งเครื่องตรวจในร้านค้า สร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของสาธารณชน
4. การนำเสนอในสื่อ: Holmes ได้รับการนำเสนอในสื่อชั้นนำ เช่น Forbes, Fortune, และ The New Yorker ในฐานะนักนวัตกรรมคนสำคัญแห่งยุค
จุดเริ่มต้นของการล่มสลายคือบทความในวารสาร Wall Street Journal โดยนักข่าว John Carreyrou ในปี 2015 ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถของเทคโนโลยี Theranos บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจากพนักงานเก่าที่เป็นผู้แจ้งเบาะแส โดยเฉพาะ Tyler Shultz (หลานชายของ George Shultz) และ Erika Cheung
• สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA)
• Centers for Medicare and Medicaid Services (CMS)
• คณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)
• กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
CMS พบว่าห้องปฏิบัติการของ Theranos มี "อันตรายต่อผู้ป่วยโดยตรง" และยกเลิกใบอนุญาต ในปี 2018 SEC กล่าวหา Holmes และ Balwani ว่าฉ้อโกง และในปีเดียวกัน Theranos ปิดตัวลง
Holmes และ Balwani ถูกฟ้องในข้อหาฉ้อโกงทั้งทางแพ่งและอาญา:
• Holmes ตกลงยอมรับการตัดสินทางแพ่งกับ SEC โดยยอมจ่ายค่าปรับ 500,000 ดอลลาร์และถูกห้ามเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชนเป็นเวลา 10 ปี
• ในคดีอาญา Holmes ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงนักลงทุนในปี 2022 และถูกตัดสินจำคุก 11 ปี 3 เดือน
• Balwani ถูกตัดสินว่ามีความผิดในทุกข้อหาและถูกจำคุก 12 ปี 9 เดือน
มูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ของ Theranos หายไปหมด นักลงทุนชั้นนำอย่าง Rupert Murdoch, Larry Ellison, และตระกูล Walton (เจ้าของ Walmart) สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด และผู้ป่วยได้รับผลการตรวจที่ไม่ถูกต้องซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการรักษา
1. ตรวจสอบความจริงของเทคโนโลยี: นักลงทุนควรตรวจสอบการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทอ้างว่ามีเทคโนโลยีปฏิวัติวงการ
o ต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ
o ควรมีบทความวิชาการที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed)
o การอ้างความลับทางการค้าเพื่อปกปิดข้อมูลทั้งหมดเป็นสัญญาณเตือน
2. อย่าเชื่อเพียงภาพลักษณ์ภายนอก: Holmes สร้างภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ แต่ไม่มีความโปร่งใสเกี่ยวกับเทคโนโลยีของบริษัท
o การมีคณะกรรมการที่มีชื่อเสียงไม่ได้รับประกันความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
o การได้รับการนำเสนอในสื่อไม่ใช่การรับรองทางวิทยาศาสตร์
3. ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง: คณะกรรมการของ Theranos ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์หรือเทคโนโลยีการวินิจฉัย
o บริษัทเทคโนโลยีที่ดีควรมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องบนคณะกรรมการหรือทีมที่ปรึกษา
o ควรระวังบริษัทที่มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลมีชื่อเสียงแต่ไม่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้น
4. ให้ความสนใจกับผู้วิจารณ์และผู้แจ้งเบาะแส: มีผู้เชี่ยวชาญและอดีตพนักงานที่พยายามเตือนเกี่ยวกับปัญหาของ Theranos แต่ถูกมองข้าม
o เสียงวิจารณ์หรือข้อสงสัยจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมควรได้รับการใส่ใจ
o บริษัทที่พยายามข่มขู่หรือดำเนินการทางกฎหมายกับผู้วิจารณ์อาจมีสิ่งที่ต้องปกปิด
5. ตรวจสอบพันธมิตรทางธุรกิจอย่างละเอียด: แม้ Theranos จะร่วมมือกับ Walgreens แต่ความร่วมมือนี้เกิดจากความกลัวที่จะพลาดโอกาสทางธุรกิจมากกว่าการตรวจสอบเทคโนโลยีอย่างละเอียด
o ควรตรวจสอบว่าพันธมิตรทางธุรกิจได้ทำการตรวจสอบสินค้าหรือบริการอย่างถี่ถ้วนหรือไม่
o ความร่วมมือที่ประกาศอย่างยิ่งใหญ่แต่ล่าช้าในการดำเนินการอาจเป็นสัญญาณของปัญหา
6. ระวังการเติบโตที่เร็วเกินไปและการประเมินมูลค่าสูงเกิน: Theranos มีมูลค่าสูงถึง 9,000 ล้านดอลลาร์โดยไม่เคยเผยแพร่ข้อมูลทางการเงินโดยละเอียด
o ควรสงสัยบริษัทที่มีมูลค่าสูงโดยไม่มีรายได้หรือผลกำไรที่พิสูจน์ได้
o การปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลสำคัญโดยอ้างความลับทางธุรกิจเป็นสัญญาณเตือน
7. พิจารณาประสบการณ์ของผู้ก่อตั้ง: Holmes ไม่มีพื้นฐานทางการแพทย์หรือชีวเคมี และไม่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
o แม้ว่าผู้ประกอบการอายุน้อยหลายคนจะประสบความสำเร็จ แต่ในอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนอย่างเทคโนโลยีการแพทย์ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมีความสำคัญ
o ทีมผู้บริหารควรมีความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมในสาขาที่เกี่ยวข้อง
กรณี Theranos เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการอ้างสรรพคุณของบริษัท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนทางเทคนิค เช่น เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ การตื่นเต้นกับนวัตกรรมที่ดูเหมือนจะปฏิวัติวงการไม่ควรบดบังการพิจารณาข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานที่พิสูจน์ได้