
แม้ตลาดหุ้นไทยปี 2026 ยังเผชิญความผันผวนจากเศรษฐกิจและเงินทุนทั่วโลก แต่ภายใต้ความท้าทายยังมีโอกาสซ่อนอยู่ในหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้งหุ้นพื้นฐานแข็งแรง หุ้นปันผล และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ใหม่
บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าหุ้นไทยกลุ่มไหนน่าลงทุนและยังน่าจับตาสำหรับนักลงทุนระยะยาว
![[EXT]-2.-May-innovestX-New-content---หุ้นไทย-น่าลงทุน_1.jpg](https://contents.innovestx.co.th/static/investment-content/Cafe/articles/ty/o8/1781858965254-ef617070b7a35b5d25d3b5bb5fbecd23c88b1d75e904bbe908ab382a15c5b8a2.jpg?sp=rl&st=2024-07-24T08:09:15Z&se=2034-07-24T16:09:15Z&spr=https&sv=2022-11-02&sr=c&sig=UyZW0FyOwmqaSNjM3sfxJWMM%2FYy%2FYMIuxpyKdqUF05M%3D)
ภาพรวมตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการปรับฐานและเลือกข้างครั้งสำคัญ แม้ในแง่ของพื้นฐานเศรษฐกิจไทยภาพใหญ่จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัวที่ 2.8% (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รวมถึงภาคการส่งออกที่ได้รับการปรับเป้าหมายเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แต่ในฝั่งของตลาดทุนยังคงต้องรับแรงกระแทกจากความผันผวนรอบด้าน
|
3 ปัจจัยภายนอก-ภายในที่ต้องจับตา 1.นโยบายกำแพงภาษีโลก (Reciprocal Tariff) และการเมืองระดับโลก มาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ในครึ่งแรกของปี 2569 จะเริ่มมีความชัดเจนของมาตรการและการเจรจาระหว่างมหาอำนาจ แต่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานทุน (Relocation)เข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เพิ่มขึ้น 2. ความร้อนแรงของ Geopolitical Risks และราคาพลังงาน สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลายอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) โลกขยับตัวสูงขึ้นเป็นระยะ ซึ่งปัจจัยนี้เป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง และทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) มีความผันผวนและพร้อมจะไหลออกเพื่อทำกำไรในระยะสั้น 3. อิทธิพลของหุ้น Big Cap รายตัวต่อดัชนี ตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ประสบภาวะความผันผวนสูงจากกลไกราคาของหุ้นขนาดใหญ่บางตัว โดยเฉพาะ DELTA ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเพียงตัวเดียวสามารถส่งผลกระทบต่อดัชนี SET ได้นับสิบจุดในวันเดียว ทำให้นักลงทุนสถาบันและต่างชาติหันมาให้ความสำคัญกับการทำกำไรรายตัวมากกว่าการซื้อเหมาทั้งดัชนี |
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยในปี 2569 ตลาดหุ้นไทย (SET Index) จึงเป็นการหันมาโฟกัสกับธีมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ นี่คือ 3 ธีมการลงทุนดาวเด่นและกลุ่มหุ้นที่น่าจับตามอง
ปี 2569 ถือเป็นปีทองที่ประเทศไทยเริ่ม "เก็บเกี่ยว" เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) หลังจากที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่กันเข้ามาตั้งฐานทัพเทคโนโลยีและ Data Center ในไทยต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงขึ้นกลายมาเป็นรายได้ที่จับต้องได้จริงในงบการเงินแล้ว
กลุ่มหุ้นเด่น :

ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังผันผวน นักลงทุนอาจเน้นกลยุทธ์ “ค่อยๆ สะสม” หุ้นพื้นฐานแข็งแรงผ่านการลงทุนแบบ DCA และกระจายพอร์ตไปยังหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น หุ้นปันผล กลุ่มโรงพยาบาล ท่องเที่ยว หรือโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดความเสี่ยงระยะสั้น ขณะเดียวกันหลายสำนักวิจัยมองว่า Valuation ของหุ้นไทยบางส่วนยังอยู่ในระดับน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจและเงินทุนต่างชาติเริ่มฟื้นตัวในอนาคต
แม้ตลาดหุ้นไทยปี 2026 จะยังมีความผันผวน แต่ก็ยังเป็นช่วงที่นักลงทุนสามารถมองหาโอกาสสะสมหุ้นพื้นฐานดี โดยเฉพาะหุ้นไทยปันผลสูงที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดระหว่างทาง ควบคู่กับโอกาสเติบโตในระยะยาว หากต้องการเริ่มลงทุนหรือจัดพอร์ตอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้แอป InnovestX ที่รวมเครื่องมือ ข้อมูลหุ้นไทยน่าลงทุน หุ้นไทยปันผลสูง และฟีเจอร์ช่วยวางแผนพอร์ตไว้ครบในแอปเดียว รองรับทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ พร้อมสรุปหุ้นไทยและกองทุนสำหรับนักลงทุนทุกระดับ
*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน