Key Summary
InnovestX แนะนำขายทำกำไรการลงทุนในหุ้นจีน All-Shares ที่มีแนะนำเข้าลงทุนครั้งแรกวันที่ 13 ธ.ค. 2024 เนื่องจาก
- หุ้นจีน All-Shares ปรับตัวขึ้นถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้แล้ว และราคาหลุด Trailing stop ทำให้เราแนะนำล็อกผลกำไร
- ระยะสั้นหุ้นจีน All-Shares ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีจีนปรับตัวขึ้นแรง ทำให้ในระยะสั้นมีโอกาสพักฐาน
- เรามองว่าหุ้นจีน A-Shares ในระยะข้างหน้ามีโอกาส outperform หุ้นจีน H-Shares จากราคา Laggard กว่ามาก ประมาณ 20% (นับจากวันที่ 13 ม.ค. 25 ถึงปัจจุบัน) และนโยบายรัฐที่หนุนเศรษฐกิจในประเทศ
สามารถติดตามคำแนะนำเคาะซื้อล่าสุดได้ใน Satellite Portfolio
[Event play คือ กลยุทธ์ลงทุนตามปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ด้วยสัญญาณ Technical และ Market Sentiment มี Catalyst สนับสนุน หรือ Event-play]
Event
- ปธน.สี จิ้นผิง จัดการประชุมพิเศษกับผู้นําด้านเทคโนโลยีชั้นนําของจีน โดยส่งสัญญาณสนับสนุนภาคเอกชนจากที่ก่อนหน้าเคยควบคุมอย่างเข้มงวด พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคเอกชนต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจีน โดยการประชุมครั้งนี้ทางการจีนมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ 2) แสดงการเปลี่ยนท่าทีของรัฐบาลจีนที่มีต่อบริษัทเทคโนโลยีจากเดิมที่เคยเข้มงวด และ 3) ตอบสนองต่อความกังวลเรื่องเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ โดยเรามองว่าการประชุมครั้งนี้นับเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นจีน และถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
- DeepSeek คือ ปัจจัยกระตุ้นใหม่ (New Catalyst) ต่อตลาดหุ้นจีน เรามองว่าการเปิดตัวของ DeepSeek ช่วยผลักดัน sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีนได้ ซึ่งนับตั้งแต่ DeepSeek เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตลาดหุ้นจีนทำผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุด (Outperformance) เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ
- สำหรับมาตรการหรือนโยบายใหม่ ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน คาดว่ามีโอกาสจะได้เห็นในการประชุม Two Sessions ระดับประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม
ภาพที่ 1: นับตั้งแต่ DeepSeek เปิดตัว ตลาดหุ้นจีนทำผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุด

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 12 February 2025
Fundamental
- Valuation ของตลาดหุ้นจีนอยู่ในระดับถูก โดย 12-month FWD P/E Ratio ของดัชนี MSCI China อยู่ที่ประมาณ 11 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้ง หากเปรียบเทียบ Valuation กับตลาดหุ้น EM พบว่า ตลาดหุ้นจีนซื้อขาย Discount มากถึงราว 10.8% ทำให้เรามองว่าตลาดหุ้นจีนมีโอกาสกลับไปซื้อขายที่ Valuation ใกล้เคียงกับตลาดหุ้น EM ได้ หลังทางการจีนมีการส่งสัญญาณสนับสนุนภาคเอกชน และการมาของ DeepSeek ถือเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ P/E Ratio ของตลาดหุ้นจีนปรับเพิ่มขึ้นได้ (PE re-rating) (ภาพที่ 2)
- ด้านการปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า การปรับประมาณการกำไรของตลาดหุ้นจีนค่อนข้างดูดีเมื่อเทียบกับ EM และ EM ex China นำโดยหุ้นเทคโนโลยีของจีน นับว่าเป็นสัญญาณบวกที่สนับสนุนต่อปัจจัยพื้นฐานของจีน (ภาพที่ 3)
- นโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของทรัมป์ในรอบนี้ยังไม่ได้กระทบต่อตลาดหุ้นจีนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ INVX ที่พบว่าในช่วง 5 ปีล่าสุด ภาคการส่งออกของจีนไม่มีความสัมพันธ์ต่อการเติบโตของกำไรของตลาดหุ้นจีนอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักลงทุนให้น้ำหนักในเรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนมากกว่า (ภาพที่ 4)
ภาพที่ 2: Valuation ของตลาดหุ้นจีน discount จากตลาดหุ้น EM อยู่พอสมควร

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 17 February 2025
ภาพที่ 3: การปรับประมาณการกำไรของตลาดหุ้นจีนดูดีกว่า EM และ EM ex China

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 12 February 2025
ภาพที่ 4: ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากำไรของตลาดหุ้นจีนไม่มีความสัมพันธ์กับการส่งออก จึงได้รับผลกระทบต่อสงครามการค้าจำกัด

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 22 November 2024
Technical
- ดัชนี MSCI China เคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 และ 200 วัน (SMA50, SMA200) และอยู่ในกรอบแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend Channel)
- ดัชนี MSCI China ปรับตัวเข้าใกล้บริเวณราคาเป้าหมายที่เราเคยตั้งเป้าไว้แล้วที่ 75 จุด แต่เนื่องจากเรามองว่าโมเมนตัมของตลาดหุ้นจีนในปัจจุบันค่อนข้างแข็งแกร่ง และมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ ทั้งจาก 1) DeepSeek และ 2) การเปลี่ยนท่าทีของรัฐบาลจีนในการสนับสนุนต่อบริษัทเทคโนโลยีจากเดิมที่เคยเข้มงวด ดังนั้น ด้วยโมเมนตัมที่แข็งแกร่งและ Valuation ที่ยังถูก ทำให้เรามองว่ามีโอกาสที่ดัชนี MSCI China จะปรับตัวขึ้นแตะบริเวณ 81 จุด ได้

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 17 February 2025
กองทุนแนะนำ: K-CHINA-A(A)
จาก Universe หุ้นจีน All Shares แบบ Active (ที่เน้นลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว) ของ INVX มีทั้งหมดจำนวน 12 กองทุน

Source: Fund Fact Sheet as of 30 September 2024
การพิจารณาคัดเลือกกองทุน K-CHINA-A(A)
- พิจารณากองทุนที่เน้นการบริโภคภายในประเทศ: คัดเลือกองทุนหุ้นจีน All Shares ที่มีการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic Consumption เป็นสัดส่วนหลัก (มากกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ต) ซึ่งได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม Consumer Discretionary, Consumer Staples, Communication Services, Health Care โดยมีจำนวน 6 กองทุนหลัก

Source: JPM, BGF, UBS, Schroder and abrdn
- พิจารณาด้านผลการดำเนินงานในช่วงตลาดขาขึ้น:
- พิจารณาปีที่ตลาดหุ้นจีนเป็นบวกในช่วง 10 ปี (2013 – 2023) ได้แก่ ปี 2014, 2017, 2019 และ 2020
- ทั้งนี้ ในปี 2019 และ 2020 มีประวัติผลการดำเนินงานครบทั้งหมด 6 กองทุน
- จึงนำข้อมูลผลตอบแทนเฉลี่ยของ 2 ปีนี้ ของทั้งหมด 6 กองมาจัดเรียงอันดับว่า ในปีที่ดัชนีหุ้นจีนเป็นบวก กองทุนไหนสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น ซึ่ง 3 อันดับแรก ได้แก่ JPM China, Schroder ISF All China Equity และ UBS (Lux) ES All China

Source: Morningstar as of Dec 2023
- พิจารณา Beta หรือการปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับตลาด: พิจารณากองทุนที่มี Beta สูงเมื่อเทียบกับดัชนี (MSCI China All Shares และ MSCI China 10/40) เพื่อคัดเลือกกองทุนที่มีแนวโน้มสร้าง Return ได้โดดเด่นเมื่อตลาดจีนมีแนวโน้มเชิงบวก โดยกองทุน JPM China มีค่า Beta สูงสุดเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ในทุกช่วง Period


Source: Bloomberg as of 31 October 2024
- พิจารณาผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมา: โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า กองทุน JPM China ยังสอดคล้องกับผลการดำเนินงานในช่วงที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นหลังมีการประกาศมาตรการกระตุ้นในวันที่ 24 ก.ย. 2024 ที่ผ่านมา จนถึงจุดสูงสุดในวันที่ 7 ต.ค. 2024 ที่ผ่านมา

Source: Bloomberg as of 7 October 2024
สรุปจุดเด่นของกองทุนและกองทุนหลัก JPMorgan Funds – China Fund
- กองทุน K-CHINA-A(A) มุ่งลงทุนในหุ้นจีน All Shares ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds - China Fund
- JPMAM เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก โดยมีจุดเด่นด้านทีมวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง
- ผู้จัดการกองทุนหลัก คุณ Rebecca Jiang มีประสบการณ์ด้านการบริหารพอร์ตลงทุนมาแล้วกว่า 19 ปี และคุณ Li Tan มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องมา 12 ปี
- กองทุนมีปรัชญาการลงทุนโดยมุ่งลงทุนแบบเชิงรุก เน้นการทำ Bottom-up แต่ละบริษัทอย่างเชิงลึก และเลือกลงทุนแบบ High Conviction และ Long-term ในหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโต และมีคุณภาพสูง
- ใช้กรอบ Strategic Classifications มาประเมินหลักทรัพย์ทั้งหมด 3 ด้าน ประกอบด้วย Economics, Duration, และ Governance
- หุ้นที่ทีมผู้จัดการกองทุนคัดเลือกจะประเมินปัจจัยอย่างการเติบโตของรายได้และเงินปันผล รวมถึงมูลค่าที่เหมาะสมของแต่ละบริษัท เพื่อทำนายผลตอบแทนที่คาดหวังในกรอบระยะเวลา 5 ปีอีกด้วย โดยจะต้องเป็นบริษัทที่มีคุณภาพสูง สามารถสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้ และมีสัญญาณอันตราย (Red Flags) ต่ำ
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการลงทุน ได้แก่ Consumer Discretionary, Communication Services, Information Technology, Financials และ Industrials
- ตัวอย่างหุ้นชั้นนำที่กองทุนลงทุน ได้แก่ Tencent บริษัทเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตชั้นนำของจีน, Alibaba บริษัทเทคโนโลยี และอีคอมเมิร์ซเบอร์ต้นของจีน, Meituan บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการไลฟ์สไตล์ครบวงจร, Pinduoduo ผู้ให้บริการแพลต์ฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน, Trip.com บริษัทแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำจากจีน
- กองทุนหลัก มีค่า Beta สูงทั้งในปี 2019 และ 2020 ที่ตลาดจีนสร้างผลตอบแทนเป็นบวก รวมถึงในช่วง 1 ปี 3 ปี 5 ปีล่าสุด เมื่อเทียบกับดัชนี MSCI China All Shares และ MSCI China 10/40
- กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงปีที่ตลาดหุ้นจีนเป็นขาขึ้น เช่น ปี 2020 โดยสร้างผลตอบแทน 70.8% ขณะที่ดัชนี MSCI China All Shares สร้างผลตอบแทนเพียง 33.4% หรือดัชนี MSCI China 10/40 สร้างผลตอบแทนเพียง 30.8% และจากมาตรการกระตุ้นจีนในรอบที่ผ่านมา (23 Sep 2024 – 7 Oct 2024) กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นสูงถึง 41.1%
กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน-A (K-CHINA-A(A)) เป็นกองทุนรวมหุ้นจีนที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน All Shares หรือกลุ่มหุ้นจีนที่กระจายตัวอยู่ในทั้ง ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ และตลาดหุ้นฮ่องกง ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds - China Fund – Class JPM I (acc) USD
ซึ่งกองทุนหลัก JPMorgan Funds - China Fund ถูกบริหารโดย JPMorgan Asset Management (JPMAM) โดยมีทีมผู้จัดการกองทุนทั้งหมด 2 ท่าน ด้วยกัน ประกอบด้วย คุณ Rebecca Jiang ผู้มีประสบการณ์ในด้านการบริหารพอร์ตการลงทุนมาแล้วถึง 19 ปี และอยู่กับ JPMAM มาแล้ว 7 ปีด้วยกัน กับคุณ Li Tan ผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกว่า 12 ปี และอยู่กับ JPMAM มาแล้วถึง 13 ปี นอกจากนี้ ยังมีคุณ Howard Wang ผู้เป็น Head of Greater China คอยดูแลภาพรวมของกองทุนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ JPMAM ถือเป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และมีจุดเด่นด้านทีมงานนักวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง โดย JPMAM ได้ใช้งบประมาณไปมากกว่า 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในแต่ละปีสำหรับการทำบทวิเคราะห์หุ้นทั่วโลก และยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 23 คนที่มีประสบการณ์เฉลี่ยถึง 18 ปี สำหรับการวิเคราะห์หุ้นจีนโดยเฉพาะอีกด้วย

Source: JPMorgan Asset Management as of 31 August 2024
และการมีทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์สูง ประกอบกับทีมนักวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้กองทุน JPMorgan Funds - China Fund มุ่งลงทุนแบบเชิงรุก โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Bottom-up เน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรายบริษัทอย่างเชิงลึก และเลือกลงทุนแบบ High Conviction และ Long-term ในหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโต และมีคุณภาพสูง
โดยทีมผู้จัดการกองทุนหลักจะใช้กรอบ Strategic Classifications มาประเมินหลักทรัพย์ทั้งหมด 3 ด้าน ประกอบด้วย
- Economics เพื่อวิเคราะห์ความสามารถของบริษัทในการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยจะประเมินการสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างยั่งยืน รวมถึงประเมินการหาและการใช้เงินทุนของแต่ละบริษัท
- Duration เพื่อวิเคราะห์ว่าบริษัทจะสามารถสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้ โดยจะทำการประเมินภาพรวมของแต่ละอุตสาหกรรม ความสามารถในการแข่งขันของแต่ละบริษัท รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบเพิ่มเติม
- Governance เพื่อประเมินปัจจัยด้านธรรมาภิบาลของแต่ละบริษัทที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นได้ เช่น ความสามารถและความโปร่งใสของผู้บริหาร หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี

Source: JPMorgan Asset Management as of 31 August 2024
นอกเหนือไปจากนั้น ทีมผู้จัดการกองทุนหลักจะยังทำการประเมินปัจจัยอย่างการเติบโตของรายได้และเงินปันผล รวมถึงมูลค่าที่เหมาะสมของแต่ละบริษัท เพื่อทำนายผลตอบแทนที่คาดหวังในกรอบระยะเวลา 5 ปีอีกด้วย และเมื่อประเมินอย่างครบถ้วนแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพสูง สามารถสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้ และมีสัญญาณอันตราย (Red Flags) ต่ำ

Source: JPMorgan Asset Management as of 31 August 2024
กลุ่มอุตสาหกรรม (ณ 31 ม.ค. 2025)
- Consumer Discretionary 33.0%
- Financials 15.2%
- Communication Services 15.0%
- Information Technology 13.1%
- Industrials 8.0%
Top holdings (ณ 31 ม.ค. 2025)
- Tencent บริษัทเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตชั้นนำของจีน
- Alibaba บริษัทเทคโนโลยี และอีคอมเมิร์ซเบอร์ต้นของจีน
- Meituan บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการไลฟ์สไตล์ครบวงจร
- Pinduoduo ผู้ให้บริการแพลต์ฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน
- Xiaomi บริษัทเทคโนโลยีจีนที่เชี่ยวชาญด้านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ IoT
ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง (ณ 31 ม.ค. 2025)
- ผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน 26.7% เทียบกับดัชนี MSCI China All Shares NR USD ที่สร้างผลตอบแทนต่อปีที่ 28.8% หรือเทียบกับดัชนี MSCI China 10/40 NR USD ที่สร้างผลตอบแทนต่อปีที่ 34.3%
- ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ -11.8% เทียบกับดัชนี MSCI China All Shares NR USD ที่สร้างผลตอบแทนต่อปีที่ -6.1% หรือเทียบกับดัชนี MSCI China 10/40 NR USD ที่สร้างผลตอบแทนต่อปีที่ -4.7%
- ผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ -2.0% เทียบกับดัชนี MSCI China All Shares NR USD ที่สร้างผลตอบแทนต่อปีที่ -1.2% หรือเทียบกับดัชนี MSCI China 10/40 NR USD ที่สร้างผลตอบแทนต่อปีที่ -1.6%
บทวิเคราะห์ย้อนหลัง
13 ธ.ค. 2024 - หุ้นจีน กองทุน K-CHINA-A(A) “แนะนำลงทุนหุ้นจีน” มองตลาดหุ้นจีนได้แรงหนุนบวกจากการประชุม Politburo ของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้นทั้งนโยบายการคลังและการเงิน
คลิกที่นี่เพื่อดูกองทุนเคาะซื้อใน INVX Satellite Portfolio ล่าสุด
คำเตือน: ผลการดำเนินในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนที่ได้รับในอนาคต กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บล.อินโนเวสท์ เอกซ์