Offshore Stock Update

GOOGL ลดราคาแผนบริการ AI ขณะที่ OpenAI กำลังพิจารณาตาม

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|12 Jun 26 10:02 AM
openai googl
สรุปสาระสำคัญ

สงครามราคา AI รุนแรงขึ้น หลัง Google ปรับลดค่าบริการแผน AI Plus ในสหรัฐฯ ลงเกือบ 40% พร้อมเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล ขณะที่ OpenAI อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดราคาค่า Tokens เพื่อสู้กับ Anthropic ในตลาดองค์กร โดย INVX มองว่าบริการ AI อาจมีแนวโน้มกลายเป็นสินค้าที่ทดแทนกันได้ง่าย โดย Google ที่มี Ecosystem แข็งแกร่งและครบวงจรจะได้เปรียบในการแข่งขัน ในขณะที่ผู้เล่นเฉพาะด้านอย่าง OpenAI และ Anthropic อาจเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรและมูลค่าบริษัทในช่วงเตรียม IPO ท่ามกลางภาวะขาดทุนสะสม ส่วนกลุ่ม Hyperscaler เช่น MSFT, AMZN จะยังได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากปริมาณการประมวลผลและการใช้ศูนย์ข้อมูลที่ขยายตัวตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรม AI กำลังก้าวเข้าสู่กลยุทธ์ทางด้านราคาอย่างรุนแรง โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1. Google ปรับลดราคาและเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลในสหรัฐฯ

 

  • การลดราคาและเพิ่มความจุ: Google ประกาศลดค่าบริการรายเดือนของแผน Google AI Plus ในสหรัฐฯ จากเดิม $7.99 เหลือเพียง $4.99 หรือลดลงเกือบ 40% พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลให้เป็น 2 เท่า จาก 200 GB เป็น 400 GB
  • กลุ่มเป้าหมายและฟีเจอร์: แผนนี้เปิดตัวเมื่อมกราคม 2026 เน้นกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและนักศึกษา โดยสามารถเข้าถึงเครื่องมืออย่าง Gemini 3 Pro, Deep Research รวมถึงฟีเจอร์สร้างวิดีโอ Omni Flash และสตูดิโอสร้างสรรค์ Google Flow
  • กลยุทธ์การแข่งขัน: การปรับลดราคาครั้งนี้ถือเป็นการนำสงครามราคาที่เคยใช้ในตลาดเกิดใหม่ เช่น ประเทศอินเดีย ซึ่ง Google และ OpenAI เคยออกแผนราคาประหยัดต่ำกว่า $5 เข้ามาบุกตลาดผู้บริโภคในสหรัฐฯ อย่างเต็มตัว 

 

2. OpenAI พิจารณาลดราคาอย่างรุนแรงเพื่อสู้กับ Anthropic

 

  • แผนการลดราคา: OpenAI กำลังพิจารณาปรับลดราคาค่าบริการลงอย่างมาก โดยเฉพาะการลดค่า Tokens เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างข้อได้เปรียบด้านราคาต่อคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic
  • การแข่งขันในกลุ่มลูกค้าองค์กร: ปัจจุบัน OpenAI กำลังเร่งไล่ตาม Anthropic ในตลาดองค์กร หลังจาก Claude Code ของ Anthropic ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มวิศวกรซอฟต์แวร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทของ Anthropic สูงกว่า OpenAI เป็นครั้งแรก โดยล่าสุด Anthropic มีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 9.65 แสนล้านดอลลาร์ ส่วน OpenAI อยู่ที่ 8.52 แสนล้านดอลลาร์)
  • แรงกดดันจากฝั่งลูกค้า: ผู้บริหารของหลายบริษัทเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการใช้ AI ที่สูงเกินไป เช่น Uber ที่ใช้ซอฟต์แวร์ AI จนเต็มงบประมาณของปี 2026 แล้ว ส่งผลให้ OpenAI ต้องหาทางช่วยให้ลูกค้า ผ่านการตั้งราคาที่ต่ำลง

 

มุมมองของ INVX

 

ภาพการแข่งขันทางด้านราคา อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ AI จะกลายเป็นสินค้าที่ทดแทนกันได้ง่าย โดยลูกค้าพร้อมจะเปลี่ยนค่ายหากมีตัวเลือกที่ถูกกว่า โดยบริษัทที่มีระบบครบวงจร หรือ Ecosystem แข็งแกร่ง และมีช่องทางการจัดจำหน่ายขนาดใหญ่อย่าง Google จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันแบบมัดรวมแพ็กเกจ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทที่ทำเฉพาะด้าน AI เช่น OpenAI หรือ Anthropic มีอัตรากำไรที่ลดลง

 

ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างได้ยื่นไฟลิ่งแบบ Confidential เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ สงครามราคาที่กำลังเกิดขึ้นนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่าโมเดลธุรกิจของทั้งสองบริษัทจะสามารถทำกำไรและรักษามูลค่าที่สูงไว้ได้หรือไม่ ท่ามกลางภาวะที่บริษัททั้งสองยังคงขาดทุนปีละหลายพันล้านดอลลาร์จากค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานที่สูง ซึ่งสงครามราคาจะเลวร้ายขึ้นไปอีก หาก Anthropic ได้เข้าร่วมสงครามราคาครั้งนี้ด้วย จะทำให้อัตรากำไรของ OpenAI และ Anthropic มีแรงกดดันเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ต่อมูลค่าบริษัทในการทำ IPO ต่ำลง

 

ขณะที่กลุ่ม Hyperscaler เช่น MSFT, AMZN เรายังมองว่ายังได้ประโยชน์ทางอ้อมอยู่ ไม่ว่าสงครามราคาจะรุนแรงเพียงใด ปริมาณการประมวลผล และความต้องการใช้ศูนย์ข้อมูลจะยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้งานของผู้บริโภคที่สูงขึ้นจากราคาที่ถูกลง

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5