
1. หุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตามแรงซื้อหุ้นชิป แต่น้ำมัน–Bond Yield สูงยังจำกัด Upside ของตลาด
2. ตลาดเริ่มระวัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย หลังน้ำมันพุ่งและเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย
3. Alphabet เจอบทพิสูจน์สำคัญ หลังงบลงทุนพุ่ง แต่ Gemini ล่าช้าและผลตอบแทนยังไม่ชัด
4. จีนเร่งพยุงตลาดหุ้น หลังมูลค่าตลาดหาย 10 ล้านล้านหยวนในเวลาเพียง 2 สัปดาห์
5. สหรัฐฯ ขู่ตอบโต้กฎเทคฯ EU เพิ่มความเสี่ยงการค้าและกดดัน Valuation หุ้น Big Tech
6. รัฐดัน “BOI to IPO” ดึงบริษัทเทคฯ ต่างชาติ Dual Listing เพิ่มหุ้น New Economy หนุนกลุ่มนิคม
7. EEC จ่อประมูลเมืองอัจฉริยะ 7.2 หมื่นลบ. เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หนุนนิคม–รับเหมาเด่น
Morning Brief
By INVX Investment Strategy & Research
22 July 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดย Dow +0.7% S&P 500 +0.9% และ Nasdaq +1.3% จากแรงซื้อกลับหุ้นชิป AI ขณะที่กลุ่มการเงินและ Healthcare เคลื่อนไหวทรงตัวถึงบวกเล็กน้อย ด้าน US 10Y Bond Yield พุ่งแตะระดับ 4.64% และดอลลาร์แข็งค่าตามความเสี่ยงเงินเฟ้อหลังราคาน้ำมัน Brent ยืนเหนือ $91 จากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน ขณะที่ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ภาพรวมหนุนหุ้นชิปเอเชีย แต่ Yield และต้นทุนพลังงานสูงอาจเป็นแรงกดดันต่อญี่ปุ่นและอินเดีย
2. ผลสำรวจ Reuters ระบุว่านักเศรษฐศาสตร์ทั้งหมดคาด Fed จะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ในการประชุมเดือน ก.ค. และส่วนใหญ่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยตลอดปี อย่างไรก็ตามกว่า 66% มองว่าความเสี่ยงขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้อยู่ในระดับสูง หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นและเงินเฟ้อยังเกินเป้าหมาย ข่าวนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังเปลี่ยนจากการหวังลดดอกเบี้ยไปสู่การระวังขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจหนุน Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์ แต่กดดันหุ้น Growth และทองคำ
3. Alphabet เตรียมรายงานผลประกอบการท่ามกลางความกังวลว่า Gemini รุ่นใหม่ล่าช้า ขณะที่บริษัทเพิ่มงบลงทุนปี 2569 เป็น 1.80–1.90 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งสร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ตลาดจะจับตาการเติบโตของ Cloud และความสามารถในการเปลี่ยนการลงทุนขนาดใหญ่ให้เป็นรายได้และกระแสเงินสด หากผลลัพธ์ต่ำกว่าคาด อาจกดดันหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่ม Software แต่หากรายได้ AI เร่งตัวจะช่วยยืนยันว่าการลงทุนยังสร้างผลตอบแทนได้
4. หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์จีนให้คำมั่นเร่งดูแลเสถียรภาพตลาด หลังมูลค่าหุ้นจีนหายไปราว 10 ล้านล้านหยวนในช่วง 2 สัปดาห์ พร้อมหารือบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์และกองทุน ขณะที่นักลงทุนภาครัฐเพิ่มการซื้อหุ้นและหลายบริษัทประกาศซื้อหุ้นคืน มาตรการดังกล่าวอาจช่วยจำกัด Downside และหนุนหุ้นขนาดใหญ่ระยะสั้น แต่ยังเป็นเพียงแรงพยุงด้านสภาพคล่องมากกว่าสัญญาณว่าปัจจัยพื้นฐานฟื้นตัว จึงยังควรเลือกลงทุนมากกว่าซื้อทั้งตลาด
5. สมาชิกสภาสหรัฐฯ 25 คนเรียกร้องให้รัฐบาลตอบโต้กฎ Digital Markets Act ของ EU และพิจารณาเปิดสอบสวนทางการค้าภายใต้มาตรา 301 ซึ่งอาจนำไปสู่ภาษีหรือมาตรการตอบโต้ หลัง EU เพิ่มการกำกับธุรกิจ Cloud และแพลตฟอร์มของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ประเด็นนี้เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและความขัดแย้งทางการค้าต่อกลุ่ม Big Tech, Cloud และ Software แม้ผลกระทบต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด แต่หากยกระดับอาจกดดัน Valuation และเพิ่มความผันผวนทั้งตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
6. รมว.คลังเผยรัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการ “BOI to IPO” เพื่อจูงใจบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่ลงทุนในไทยเข้าจดทะเบียนแบบ Dual Listing โดยบริษัทเป้าหมายแรกเป็นผู้ผลิต Optical Transceiver จากจีนที่ขยายโรงงานในไทยกว่า 5 หมื่นล้านบาท พร้อมมอบหมาย ตลท. และ BOI จัดทำ Fast Track และยกระดับการตรวจสอบทุนเทา หากเดินหน้าได้จะช่วยเพิ่มหุ้น New Economy ดึงเม็ดเงินต่างชาติ ยกระดับความน่าสนใจตลาดทุนไทย และต่อยอดการลงทุนในพื้นที่อุตสาหกรรม มองบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมฯ
7. สกพอ. เตรียมเปิดประมูลโครงการ PPP อายุสัมปทาน 50 ปี มูลค่า 7.2 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในเมืองอัจฉริยะ EEC เฟสแรกขนาด 6,000 ไร่ โดยเตรียมเสนอ ครม. ภายในปีนี้ เปิดเชิญชวนลงทุนปีหน้า และเริ่มก่อสร้างในปี 2571 โครงการดังกล่าวจะช่วยเร่งเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่ EEC เพิ่มความต้องการที่ดินและงานก่อสร้าง ดึงดูดภาคเอกชนเข้าพัฒนาโครงการต่อเนื่อง และสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ในระยะยาว มองบวกต่อ WHA, AMATA, STECON และ CK
ประเด็นที่ต้องติดตาม: US Crude Oil Inventories ตลาดคาด -1.5M ก่อนหน้า -1.692M