
Call คือสิทธิ์ในการซื้อ ส่วน Put คือสิทธิ์ในการขาย
Strike คือราคาที่ระบุไว้ในสัญญา ส่วน Expiry คือวันหมดอายุของสัญญา
Premium คือราคาที่จ่ายเพื่อซื้อสัญญา Options
ถ้าจำได้แค่ประโยคเดียว: US Options คือการซื้อสิทธิ์ภายใต้ “ราคา” และ “เวลา”
สำหรับคนที่ลงทุนหุ้นอยู่แล้ว ความยากของ US Options มักไม่ได้เริ่มจากการส่งคำสั่ง แต่เริ่มจากการเจอคำศัพท์หลายคำพร้อมกันแล้วไม่แน่ใจว่าคำไหนสำคัญก่อน คำไหนสำคัญทีหลัง ทำให้พอเปิดหน้าจอ Options ขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าอ่านไม่ออกทั้งที่จริง ๆ แก่นสำคัญมีอยู่ไม่กี่คำเท่านั้น
ถ้าจะให้เริ่มต้นได้แบบไม่สับสน บทความนี้อยากชวนให้จำแค่ 5 คำหลักก่อน คือ Call, Put, Strike, Expiry และ Premium เพราะ 5 คำนี้คือภาษาพื้นฐานของ US Options ถ้าเข้าใจคำเหล่านี้ เวลาคุณไปดู Option Chain หรืออ่านบทความตอนต่อ ๆ ไป ภาพจะเริ่มชัดขึ้นมาก
Call Option คือสัญญาที่ให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อในการซื้อหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิงอยู่ในสัญญา ตามราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ถ้าพูดแบบง่าย Call มักถูกใช้ตอนที่ผู้ลงทุนมองว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงมีโอกาสปรับขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้า เพราะถ้าสินทรัพย์อ้างอิงขยับขึ้นตามที่มองไว้ มูลค่าของ Call ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สำหรับคนที่มาจากหุ้น วิธีคิดที่ใกล้ที่สุดคือ Call มักถูกใช้ในเวลาที่เรามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นตัวนั้น แต่ยังไม่ได้แปลว่า Call จะเหมือนการซื้อหุ้นตรง เพราะ Call ยังมีเรื่องวันหมดอายุและราคาของสัญญาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
2) Put คืออะไร
Put Option คือสัญญาที่ให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อในการขายหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิงอยู่ในสัญญา ตามราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ถ้าพูดให้เห็นภาพ Put มักถูกใช้ตอนที่ผู้ลงทุนมองว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงมีโอกาสปรับลง หรือในบางกรณีอาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันความเสี่ยงให้กับพอร์ตหุ้นที่ถืออยู่
ถ้า Call เป็นคำที่คนมักเชื่อมกับมุมมองขาขึ้น Put ก็มักเป็นคำที่เชื่อมกับมุมมองขาลงหรือการกันความเสี่ยง แต่เหมือนกันตรงที่มันไม่ใช่การซื้อหรือขายหุ้นตรง ๆ มันคือการซื้อ “สิทธิ์” ตามเงื่อนไขของสัญญา
Strike หรือ Strike Price คือราคาที่ระบุไว้ในสัญญา Options ว่าเรามีสิทธิ์ซื้อหรือขายหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิงอยู่ในสัญญา ที่ราคาเท่าไร
จุดนี้สำคัญมาก เพราะ Strike เป็นเหมือน “ราคาตามเงื่อนไข” ของสัญญา ถ้า underlying อยู่ไกลจาก strike มากหรือน้อย ความน่าสนใจของสัญญานั้นก็จะเปลี่ยนไปด้วย
สำหรับมือใหม่ สิ่งที่อยากให้เข้าใจก่อนยังไม่ใช่เรื่องเลือก strike แบบซับซ้อน แต่คือรู้ให้ชัดว่า Strike ไม่ใช่ราคาหุ้นปัจจุบัน และไม่ใช่ Premium ที่จ่าย แต่เป็นอีกตัวเลขหนึ่งที่อยู่ในสัญญาและมีผลกับมูลค่าของ Options โดยตรง
Expiry หรือวันหมดอายุ คือวันที่สัญญา Options สิ้นสุดลง
นี่คือจุดต่างสำคัญมากระหว่างหุ้นกับ Options เพราะหุ้นไม่มีวันหมดอายุ แต่ Options มี ดังนั้นเวลาอ่านสัญญา Options คุณไม่ได้ดูแค่ว่าหุ้นอ้างอิงอยู่ที่ราคาเท่าไร แต่ต้องดูด้วยว่าสัญญานั้นเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน
ในทางปฏิบัติ Expiry มีผลมาก เพราะต่อให้คุณมองทิศทางหุ้นถูก แต่ถ้าการเคลื่อนไหวเกิดช้าเกินไป หรือสัญญาใกล้หมดอายุ มูลค่าของ Options ก็อาจไม่เป็นอย่างที่คิดได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมคำว่า “เวลา” เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนใน Options เสมอ
Premium คือราคาที่คุณจ่ายเพื่อซื้อสัญญา Options
ถ้าจะเปรียบเทียบแบบง่าย Premium ก็คือ “ค่าของสิทธิ์” ที่คุณยอมจ่ายเพื่อให้มีสิทธิ์ตามสัญญานั้น ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในการซื้อหรือสิทธิ์ในการขาย underlying
สำหรับมือใหม่ Premium เป็นคำที่ควรเข้าใจให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะเวลาคุณซื้อ Options สิ่งที่คุณจ่ายจริงคือ Premium ไม่ใช่ราคาหุ้นทั้งก้อน และในกรณีของ Long Options Premium มักเป็นเงินก้อนที่คุณพร้อมเสี่ยงตั้งแต่ต้นด้วย
ถ้าจะรวมทั้ง 5 คำให้เห็นเป็นภาพเดียว ลองคิดแบบนี้
คุณเลือกว่าจะใช้ Call หรือ Put
คุณเลือก Strike ว่าอยากอ้างอิงที่ราคาไหน
คุณเลือก Expiry ว่าสัญญาจะมีผลถึงเมื่อไร
และคุณจ่าย Premium เพื่อซื้อสิทธิ์นั้น
พอคิดแบบนี้ US Options จะเริ่มดูเป็นระบบขึ้นทันที เพราะจากของที่เคยดูเหมือนมีศัพท์เยอะ กลายเป็นแค่การเข้าใจว่าเรากำลังซื้อสิทธิ์แบบไหน ที่ราคาไหน ภายในเวลาเท่าไร และต้องจ่ายเท่าไรเพื่อให้ได้สิทธิ์นั้น
พื้นฐานหุ้นช่วยได้มาก เพราะคุณคุ้นกับชื่อหุ้น กราฟ และมุมมองต่อราคาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ควรทำความเข้าใจเพิ่มคือ ในโลกของ Options คุณต้องดูมากกว่าแค่ราคาหุ้นปัจจุบัน
ในหุ้น เราอาจถามว่า “หุ้นตัวนี้จะขึ้นหรือลง” แต่ใน Options เราต้องถามเพิ่มว่า
ถ้าจะขึ้น ควรขึ้นภายในเมื่อไร
เรากำลังใช้สิทธิ์ซื้อหรือสิทธิ์ขาย
ราคาในสัญญาอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับราคาหุ้นตอนนี้
และเรายอมจ่าย Premium เท่าไรเพื่อมุมมองนั้น
พอเข้าใจจุดนี้ คุณจะเริ่มมอง Options ได้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น
1) อย่าพยายามจำทุกอย่างพร้อมกัน
ตอนเริ่มต้น แค่เข้าใจ 5 คำนี้ให้ได้ก่อนก็พอ เพราะนี่คือภาษาหลักของทั้งซีรีส์
2) แยกให้ออกว่าอะไรคือราคาหุ้น อะไรคือราคาในสัญญา
หลายคนสับสนระหว่างราคาหุ้น, Strike และ Premium ซึ่งจริง ๆ เป็นคนละอย่างกันทั้งหมด
3) ให้ความสำคัญกับคำว่า Expiry ตั้งแต่ต้น
เพราะเวลาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า ถ้าไม่ใส่ใจเรื่องนี้ตั้งแต่แรก คุณจะใช้วิธีคิดแบบหุ้นกับ Options โดยไม่รู้ตัว
Q : Call กับ Put ต้องจำยังไงให้ง่าย
A : ถ้าจำสั้นที่สุด Call = สิทธิ์ซื้อ และ Put = สิทธิ์ขาย
Q : Strike คือราคาหุ้นปัจจุบันหรือไม่
A : ไม่ใช่ Strike คือราคาที่ระบุไว้ในสัญญา ส่วนราคาหุ้นปัจจุบันคือราคาที่ underlying ซื้อขายอยู่ในตลาด
Q : Premium คือค่าธรรมเนียมหรือไม่
A : ไม่ใช่ Premium คือราคาของสัญญา Options ที่ผู้ซื้อจ่ายเพื่อซื้อสิทธิ์นั้น
Q : ทำไม Expiry ถึงสำคัญกว่าที่คิด
A : เพราะ Options มีวันหมดอายุ ต่างจากหุ้นที่ถือได้เรื่อย ๆ เวลาเลยมีผลต่อมูลค่าของสัญญาโดยตรง
สรุป
ถ้าจะให้สรุป 5 คำนี้แบบง่ายที่สุด
Call = สิทธิ์ซื้อ
Put = สิทธิ์ขาย
Strike = ราคาตามเงื่อนไขของสัญญา
Expiry = วันหมดอายุ
Premium = ราคาที่จ่ายเพื่อซื้อสิทธิ์
เมื่อเข้าใจ 5 คำนี้แล้ว โลกของ US Options จะเริ่มอ่านง่ายขึ้นมาก เพราะคุณจะเริ่มแยกออกได้ว่าอะไรคือสิทธิ์ อะไรคือราคาในสัญญา และอะไรคือเรื่องของเวลา
ตอนถัดไป เราจะพาไปต่อในเรื่องที่คนเริ่มต้นทุกคนต้องเข้าใจให้ชัดก่อนใช้งานจริง คือ “กำไร ขาดทุน US Options คิดยังไง และอะไรคือขาดทุนสูงสุด”
อ่านต่อในตอนถัดไป
ตอนที่ 3
กำไร ขาดทุน US Options คิดยังไง และอะไรคือขาดทุนสูงสุด
⚠️ Disclaimer
US Options 🚀 ลงทุน US Options กับ InnovestX ได้แล้ว! ครั้งแรกบน InnovestX ที่ให้คุณเทรด US Options ได้ทั้งบนแอปและ WebTrade สะดวกกว่าเดิม พร้อมเครื่องมือครบมือเหมือนเดิม
✅ เติมเงินเข้า wallet ได้ real-time
✅ ฝาก-ถอน ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง
✅ เครื่องมือเทรดผ่านเว็บไซต์ สามารถใช้ผ่าน PC ให้สามารถเทรดได้แบบมืออาชีพ
✅ มีข้อมูล real-time market data ของ US Options ให้ subscribe ในราคาดีเข้าถึงง่าย เพียง 1.25 USD/Month
✅ ใช้บัญชีเดียวกับบัญชีหุ้นสหรัฐฯ ไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่
📱 ดาวโหลดและเปิดบัญชีกับ InnovestX คลิก https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
📱 รายละเอียดและคู่มือการเปิดใช้บริการ US Options คลิก https://www.innovestx.co.th/us-options
⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน US Futures and Options มีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญจึงไม่เหมาะสมกับทุกคน การซื้อขาย Options ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงที่มูลค่าสัญญาจะลดลงตามเวลา (Time decay) ความเสี่ยงที่ท่านอาจสูญเสียเงินที่จ่ายเพื่อซื้อสิทธิ์ในตอนแรก (ค่าพรีเมียม) ทั้งหมด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน