Mutual Funds

[Fund Review] MAUTOCALL (IPO 9-22 Jan 2025) โอกาสสร้างรายได้สม่ำเสมอจาก Autocallable ที่ถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย และอยู่รอดได้ในหลายสภาพตลาด

By วีรวุฒิ โรจน์ฤทัย, CFA, CFP®|9 Jan 26 3:59 PM
Wealth3
สรุปสาระสำคัญ
  • MAUTOCALL เป็นกองทุนที่เน้นสร้าง รายได้รายเดือนอย่างสม่ำเสมอ เฉลี่ยราว 12% ต่อปีจากผลทดสอบสถิติในอดีต ด้วยโครงสร้าง Autocallable ผ่านกองทุนหลักในรูปแบบ ETF (Calamos Autocallable Income ETF หรือ CAIE)
  • ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเอาชนะตลาดหุ้น แต่เพื่อให้ “มีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่องทุกเดือน” แม้ตลาดไม่ขึ้นแรง
  • ใช้วิธีกระจายการลงทุนใน Autocallable หลายๆ รุ่นต่อเนื่อง (Laddered) เพื่อลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะผิด
  • ใช้ดัชนีเฉพาะทางที่สร้างมาเพื่อ “ผลิตรายได้” ไม่ใช่เพื่อวัดตลาดหุ้น
  • เหมาะกับคนที่รับความผันผวนระดับหุ้นได้ และต้องการความสม่ำเสมอของรายได้
  • มีให้เลือกทั้งแบบป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedged) MAUTOCALL-H และไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) MAUTOCALL-UH
  • กองทุนอยู่ระหว่าง IPO ในช่วงวันที่ 9-22 มกราคม 2025

ทำไมช่วงนี้ Autocallable ถึงกลับมาน่าสนใจ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนเจอสภาพแวดล้อมที่ลงทุนยากขึ้นเรื่อย ๆ
หุ้นขึ้นแรงเป็นช่วง ๆ แต่ก็ผันผวนสูง
ตราสารหนี้ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงเหมือนเดิม
ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อเปลี่ยนเร็ว คาดเดายาก


ในสภาพแบบนี้ การลงทุนที่

ไม่ต้องหวังให้ตลาดขึ้นแรง แต่ยังมีรายได้ไหลเข้าต่อเนื่อง

เริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง

และการลงทุนใน Autocallable คือหนึ่งในเครื่องมือแบบนั้น

โดยแนวคิดของ Autocallable เข้าใจง่ายมาก คือ

“คล้ายตราสารหนี้ที่จ่ายเงินเป็นงวด
และคืนเงินต้น ตราบใดที่ตลาดหุ้นไม่ตกแรงเกินระดับที่กำหนด”

MAUTOCALL ถูกออกแบบมาเพื่อแนวคิดนี้

จากเดิมที่ Autocallbles เป็นสินค้าซับซ้อนของนักลงทุนสถาบัน
กลายเป็นกองทุนที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท

mautocall-01.png

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

 

mautocall-02.png

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

 

Autocallable ทำงานอย่างไร

Autocallable แต่ละตัวมีเงื่อนไขหลักๆ สำหรับเงินต้นที่ลงทุนดังนี้

  • อายุสัญญาของตั๋วคือ 5 ปี
  • ปีแรกยังไม่ถูกเรียกคืน (เหมือนช่วงล็อกสัญญา)
  • หลังจากนั้น หากตลาดอ้างอิง “ไม่ติดลบจากวันเริ่มต้น (วันออกตั๋ว)” หรือปรับตัวขึ้น
    → ตราสารจะถูกเรียกคืนก่อนครบอายุ และคืนเงินต้นเต็มจำนวน และเงินนี้จะถูกนำไปออกตั๋วใบใหม่
    • หากยังไม่ถูกเรียกคืน จะถือจนครบ 5 ปี และหากตลาดไม่ตกเกิน -40% ได้เงินต้นคืนเต็มจำนวน
    • แต่หากตลาดตกเกิน -40% จากวันที่ออกตั๋ว Autocallable ณ วันครบกำหนดจะได้รับเงินต้นคืนตามมูลค่าของดัชนีที่ติดลบลงมาตั้งแต่ -40% เป็นต้นไป

ส่วนเรื่องรายได้ (Coupon)

  • จ่ายรายได้เป็นรายเดือน หากตลาดไม่ตกแรงเกิน -40%
  • แต่ถ้าตลาดตกลงแรงเกิน -40%
    • → รายได้จะหยุดได้รับชั่วคราว
    • → แต่ถ้าตลาดฟื้นกลับมาเหนือระดับ -40% → รายได้กลับมาจ่ายต่อได้

จุดสำคัญคือ

Autocallable ไม่ใช่การตัดสินแพ้–ชนะทันทีในแต่ละสภาวะตลาด
แต่เป็นโครงสร้างที่ “ให้เวลา” ตลาดในการฟื้นตัวหากมีการปรับตัวลงแรงจากวิกฤตต่างๆ

 

mautocall-03.png

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

 

mautocall-04.png

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

 

หัวใจของ CAIE ETF: กระจายลงทุนใน Autocallable หลายช่วงเวลา (Laddered Autocallables)

เนื่องจากความเสี่ยงใหญ่ของ Autocallable แบบการลงทุนในตั๋วใบเดียวก็คือ

ถ้าออกตั๋วผิดจังหวะ เช่น เจอปีที่ตลาดพังพอดี ผลลัพธ์อาจไม่สวย

CAIE ETF แก้ปัญหานี้ด้วยวิธีง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพ คือ

  • ไม่ได้ซื้อตั๋ว Autocallable เพียงใบเดียว
  • แต่ ทยอยออกตั๋วใหม่ทุกสัปดาห์ ปีละมากกว่า 52 ใบ
  • แต่ละใบมีอายุ 5 ปี → ทำให้พอร์ตไม่กระจุกในช่วงเวลาเดียว
  • ถ้าตั๋วรุ่นเก่าเข้าเงื่อนไขเรียกคืน เงินจะถูกนำไปลงทุนในตั๋วใบใหม่ทันที

ผลลัพธ์คือ

  • ลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะผิดในการออกตั๋ว
  • ลดความเสี่ยงที่เงินกองใหญ่ไปค้างอยู่ในตั๋วใบเดียว
  • ทำให้รายได้โดยรวม “สม่ำเสมอกว่า” การถือ Autocallable ใบเดียว

 

ข้อมูลกองทุนหลัก Calamos Autocallable Income ETF หรือ CAIE

mautocall-05.png

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

 

ข้อมูลเสริมสำหรับดัชนีอ้างอิง MerQube

หลายคนพอได้ยินคำว่า “ดัชนีอ้างอิง”
อาจนึกถึง S&P 500 หรือ MSCI World

 

แต่ MerQube ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อวัดการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น
ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่เหมือน “เครื่องจักรผลิตรายได้สำหรับ Autocallable”

แล้ว MerQube ทำอะไรบ้างแบบเข้าใจง่าย

 

หนึ่ง: คุมความผันผวนให้ไม่เหวี่ยงเกินไป
ตลาดที่ผันผวนมากเกิน จะทำให้รายได้จาก Autocallable ไม่นิ่ง
MerQube จึงออกแบบให้ความผันผวนอยู่ในระดับที่เหมาะสม
เพื่อให้รายได้หรือ Coupon ที่จ่ายออกมา “สม่ำเสมอ”

 

สอง: ใช้เป็นวิธีลงทุนที่ทำให้กระแสเงินสดเสถียร แทนการถือหุ้นตรง ๆ
ดัชนีออกแบบโครงสร้าง Autocallable ที่ทำให้รายได้คาดการณ์ได้ง่ายขึ้น
จึงช่วยให้การจ่ายรายได้ไม่สะดุดง่าย

 

สาม: แยกส่วนหนึ่งของผลตอบแทนมาใช้เป็นรายได้
ดัชนีถูกออกแบบให้กันผลตอบแทนบางส่วน
มาใช้เป็นแหล่งจ่ายรายได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่หวังผลตอบแทนทั้งหมดจากราคาที่ปรับขึ้นเพียงอย่างเดียว

 

สี่: รายได้ไม่ถูกจ่ายออก แต่สะสมกลับในดัชนี
ทำให้มูลค่าดัชนีค่อยๆ เติบโตจากรายได้

แม้โครงสร้างภายในจะดูซับซ้อน
แต่ผลลัพธ์ที่นักลงทุนเห็นคือ

รายได้ที่สม่ำเสมอ และมีความเสถียรด้านราคาที่ดีกว่า

 

mautocall-06.png

Source: MFC, J.P.Morgan, Bloomberg

 

สำหรับข้อมูลกองทุน MFC Autocallable Income Fund หรือ MAUTOCALL

mautocall-07.png

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

 

ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจก่อนลงทุน

MAUTOCALL ไม่ใช่กองทุนคุ้มครองเงินต้น

สถานการณ์ที่ยากที่สุดคือ

  • ตลาดหุ้นตกแรงมาก และไม่ฟื้นตัวเลยภายใน 5 ปี
  • หากตลาดอยู่ต่ำกว่าระดับที่กำหนด -40% เป็นเวลานาน จนรายได้หยุดจ่ายต่อเนื่อง และเมื่อตั๋วแต่ละใบครบกำหนดจะทำให้ได้รับเงินต้นคืนในราคาตลาด

อย่างไรก็ตาม หากตลาด

  • ตกแรง แต่สามารถฟื้นตัวได้โดยตั๋วยังไม่ครบกำหนดภายในระยะเวลาต่อมา
    โครงสร้างของ Autocallable ยังมีโอกาสกลับมาทำงานได้
  • ทั้งนี้ด้วยโครงสร้าง Laddered Autocallables ยิ่งช่วยให้พอร์ตไม่กระจุกตัวในเวลาใดเวลาหนึ่ง

ซึ่งสถิติในอดีตเคยชี้ว่า

  • ช่วงวิกฤตตลาดอาจปรับลงแรงเช่นปี 2008 ที่เกิด Drawdown -49% การได้รับรายได้ (Coupon) จากดัชนีปรับลดลงเหลือ 12.6% ในปี 2008 และต่ำสุดในปี 2009 เหลือ 1.62%
  • ก่อนที่ปี 2009 เมื่อตลาดฟื้นตัว กลยุทธ์นี้ก็สามารถกลับมาสร้างกระแสรายได้เช่นเดิม โดยในปี 2010 ได้รับรายได้ (Coupon) เพิ่มขึ้นมาเป็น 4.60% และในปี 2011 เป็น 11.46%
  • จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2005 ดัชนีสามารถจ่ายรายได้โดยเฉลี่ย 11.94% หรือประมาณ 12%

mautocall-08.png

Source: MFC, MerQube Indices, and Calamos Autocallable Income ETF

 

mautocall-09.png

Source: MFC, MerQube Indices, and Calamos Autocallable Income ETF

 

และจากการทดสอบในอดีตยังบ่งบอกอีกว่าช่วงเวลาที่ดัชนีอ้างอิงปรับลดลงมากกกว่า 40% เกิดขึ้นน้อยมาก คิดเป็นช่วงเวลาน้อยกว่า 5% ของเวลาทั้งหมด (Rolling 12M Return) นับตั้งแต่ปี 2005 แต่อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

mautocall-10.png

Source: MFC, MerQube Indices, and Calamos Autocallable Income ETF

 

เรื่องการทำ Swap กับสถาบันการเงิน

หลายคนกังวลเมื่อเห็นคำว่า “Swap” หรือชื่อธนาคาร
แต่ในกรณีของ MAUTOCALL

  • เงินลงทุนประมาณ 95% ถูกเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำที่ Custodian
  • ไม่ใช่การฝากเงินหรือปล่อยกู้ให้ธนาคาร
  • โครงสร้างมีหลักประกันรองรับตลอดเวลา
  • การทำ Swap เป็นเพียงการแลก “ผลตอบแทนของดัชนี MerQube” เท่านั้น

ถ้าเกิดกรณีแย่ที่สุดจริงๆ
สิ่งที่เกิดคือกลยุทธ์อาจหยุดทำงาน
แต่ เงินไม่ได้หายไป นักลงทุนยังคงมี Liquidity ในไถ่ถอนกองทุนออกมา

 

MAUTOCALL เหมาะกับใคร

เหมาะกับนักลงทุนที่

  • ต้องการรายได้สม่ำเสมอประมาณ 12% ต่อปีอ้างอิงจากสถิติในอดีตมิใช่การการันตีผลตอบแทน
  • รับความผันผวนแบบหุ้นได้
  • อยากใช้เป็น “ตัวแทนหุ้นบางส่วน” ในพอร์ต โดยเน้นการสร้างกระแสเงินสด
  • เข้าใจว่ามีความเสี่ยง และยอมรับช่วงตลาดไม่ดีได้

ไม่เหมาะกับ

  • คนที่ต้องการผลตอบแทนสูงสุดในตลาดขาขึ้นแรง
  • คนที่รับการขาดทุนระยะสั้นไม่ได้เลย หรือ ต้องการผลตอบแทนที่แน่นอน

 

ผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาของกองทุนหลัก CAIE (as of 30 Nov 2025)

  • ผลตอบแทนย้อนหลังในช่วง 1 เดือน 0.28%
  • ผลตอบแทนย้อนหลังในช่วง 3 เดือน 5.94%
  • ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง (25 Jun 2025) 55%

 

Hedged หรือ Unhedged เลือกแบบไหนดี

  • MAUTOCALL-H
    • ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเกือบทั้งหมด
    • เหมาะกับผู้ที่ต้องการโฟกัสที่รายได้จากโครงสร้าง Autocallable เป็นหลัก
  • MAUTOCALL-UH
    • เปิดรับความเสี่ยงค่าเงิน
    • เหมาะกับผู้ที่รับความผันผวนค่าเงินได้ และมองว่ามีโอกาสได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน (FX)

mautocall-11.png

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF; *ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว, รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดศึกษาในหนังสือชี้ชวนการลงทุน

 

Key Takeaways

  • MAUTOCALL คือการนำ Autocallable มาปรับให้เข้าใจง่ายและกระจายความเสี่ยง
  • จุดเด่นคือรายได้สม่ำเสมอประมาณ 12% ต่อปี และลดความเสี่ยงจากจังหวะการลงทุน
  • ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อชนะตลาด แต่เพื่อ “อยู่กับตลาดได้นาน”
  • ความเสี่ยงหลักมาจากตลาดหุ้นในกรณีที่ปรับตัวลงแรงและค้างอยู่เป็นระยะเวลานาน
  • เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตสำหรับคนที่อยากได้รายได้ที่สม่ำเสมอ

 

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

Author
wee2
วีรวุฒิ โรจน์ฤทัย, CFA, CFP®

Product Specialist

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5