
ทำไมช่วงนี้ Autocallable ถึงกลับมาน่าสนใจ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนเจอสภาพแวดล้อมที่ลงทุนยากขึ้นเรื่อย ๆ
หุ้นขึ้นแรงเป็นช่วง ๆ แต่ก็ผันผวนสูง
ตราสารหนี้ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงเหมือนเดิม
ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อเปลี่ยนเร็ว คาดเดายาก
ในสภาพแบบนี้ การลงทุนที่
ไม่ต้องหวังให้ตลาดขึ้นแรง แต่ยังมีรายได้ไหลเข้าต่อเนื่อง
เริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง
และการลงทุนใน Autocallable คือหนึ่งในเครื่องมือแบบนั้น
โดยแนวคิดของ Autocallable เข้าใจง่ายมาก คือ
“คล้ายตราสารหนี้ที่จ่ายเงินเป็นงวด
และคืนเงินต้น ตราบใดที่ตลาดหุ้นไม่ตกแรงเกินระดับที่กำหนด”
MAUTOCALL ถูกออกแบบมาเพื่อแนวคิดนี้
จากเดิมที่ Autocallbles เป็นสินค้าซับซ้อนของนักลงทุนสถาบัน
กลายเป็นกองทุนที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท
Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF
Autocallable ทำงานอย่างไร
Autocallable แต่ละตัวมีเงื่อนไขหลักๆ สำหรับเงินต้นที่ลงทุนดังนี้
ส่วนเรื่องรายได้ (Coupon)
จุดสำคัญคือ
Autocallable ไม่ใช่การตัดสินแพ้–ชนะทันทีในแต่ละสภาวะตลาด
แต่เป็นโครงสร้างที่ “ให้เวลา” ตลาดในการฟื้นตัวหากมีการปรับตัวลงแรงจากวิกฤตต่างๆ

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF
หัวใจของ CAIE ETF: กระจายลงทุนใน Autocallable หลายช่วงเวลา (Laddered Autocallables)
เนื่องจากความเสี่ยงใหญ่ของ Autocallable แบบการลงทุนในตั๋วใบเดียวก็คือ
ถ้าออกตั๋วผิดจังหวะ เช่น เจอปีที่ตลาดพังพอดี ผลลัพธ์อาจไม่สวย
CAIE ETF แก้ปัญหานี้ด้วยวิธีง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพ คือ
ผลลัพธ์คือ
ข้อมูลกองทุนหลัก Calamos Autocallable Income ETF หรือ CAIE

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF
ข้อมูลเสริมสำหรับดัชนีอ้างอิง MerQube
หลายคนพอได้ยินคำว่า “ดัชนีอ้างอิง”
อาจนึกถึง S&P 500 หรือ MSCI World
แต่ MerQube ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อวัดการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น
ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่เหมือน “เครื่องจักรผลิตรายได้สำหรับ Autocallable”
แล้ว MerQube ทำอะไรบ้างแบบเข้าใจง่าย
หนึ่ง: คุมความผันผวนให้ไม่เหวี่ยงเกินไป
ตลาดที่ผันผวนมากเกิน จะทำให้รายได้จาก Autocallable ไม่นิ่ง
MerQube จึงออกแบบให้ความผันผวนอยู่ในระดับที่เหมาะสม
เพื่อให้รายได้หรือ Coupon ที่จ่ายออกมา “สม่ำเสมอ”
สอง: ใช้เป็นวิธีลงทุนที่ทำให้กระแสเงินสดเสถียร แทนการถือหุ้นตรง ๆ
ดัชนีออกแบบโครงสร้าง Autocallable ที่ทำให้รายได้คาดการณ์ได้ง่ายขึ้น
จึงช่วยให้การจ่ายรายได้ไม่สะดุดง่าย
สาม: แยกส่วนหนึ่งของผลตอบแทนมาใช้เป็นรายได้
ดัชนีถูกออกแบบให้กันผลตอบแทนบางส่วน
มาใช้เป็นแหล่งจ่ายรายได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่หวังผลตอบแทนทั้งหมดจากราคาที่ปรับขึ้นเพียงอย่างเดียว
สี่: รายได้ไม่ถูกจ่ายออก แต่สะสมกลับในดัชนี
ทำให้มูลค่าดัชนีค่อยๆ เติบโตจากรายได้
แม้โครงสร้างภายในจะดูซับซ้อน
แต่ผลลัพธ์ที่นักลงทุนเห็นคือ
รายได้ที่สม่ำเสมอ และมีความเสถียรด้านราคาที่ดีกว่า

Source: MFC, J.P.Morgan, Bloomberg
สำหรับข้อมูลกองทุน MFC Autocallable Income Fund หรือ MAUTOCALL

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF
ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจก่อนลงทุน
MAUTOCALL ไม่ใช่กองทุนคุ้มครองเงินต้น
สถานการณ์ที่ยากที่สุดคือ
อย่างไรก็ตาม หากตลาด
ซึ่งสถิติในอดีตเคยชี้ว่า

Source: MFC, MerQube Indices, and Calamos Autocallable Income ETF

Source: MFC, MerQube Indices, and Calamos Autocallable Income ETF
และจากการทดสอบในอดีตยังบ่งบอกอีกว่าช่วงเวลาที่ดัชนีอ้างอิงปรับลดลงมากกกว่า 40% เกิดขึ้นน้อยมาก คิดเป็นช่วงเวลาน้อยกว่า 5% ของเวลาทั้งหมด (Rolling 12M Return) นับตั้งแต่ปี 2005 แต่อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Source: MFC, MerQube Indices, and Calamos Autocallable Income ETF
เรื่องการทำ Swap กับสถาบันการเงิน
หลายคนกังวลเมื่อเห็นคำว่า “Swap” หรือชื่อธนาคาร
แต่ในกรณีของ MAUTOCALL
ถ้าเกิดกรณีแย่ที่สุดจริงๆ
สิ่งที่เกิดคือกลยุทธ์อาจหยุดทำงาน
แต่ เงินไม่ได้หายไป นักลงทุนยังคงมี Liquidity ในไถ่ถอนกองทุนออกมา
MAUTOCALL เหมาะกับใคร
เหมาะกับนักลงทุนที่
ไม่เหมาะกับ
ผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาของกองทุนหลัก CAIE (as of 30 Nov 2025)
Hedged หรือ Unhedged เลือกแบบไหนดี

Source: MFC and Calamos Autocallable Income ETF; *ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว, รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดศึกษาในหนังสือชี้ชวนการลงทุน
Key Takeaways
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์