
ถ้าการลงทุนไม่ใช่เรื่องของการทำนายอนาคต
นักลงทุนจำนวนมากใช้เวลาพยายามตอบคำถามว่า
หุ้นตัวไหนจะเป็นผู้ชนะในอนาคต
เทคโนโลยีจะยังนำตลาดต่อหรือไม่
AI จะเป็นธีมที่ดีที่สุดอีกกี่ปี
หรือควรย้ายเงินไปลงทุนในกลุ่ม Healthcare, Energy หรือ Industrials
แต่ในความเป็นจริง การคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นเรื่องยาก
แม้แต่นักลงทุนมืออาชีพเองก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ถูกต้องทุกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดแนวคิดการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้พยายามทำนายอนาคต
แต่เลือกที่จะ "ติดตามสิ่งที่ตลาดกำลังบอกเรา"
แนวคิดดังกล่าวเรียกว่า Momentum Investing
Momentum Investing คืออะไร
Momentum เป็นหนึ่งในปัจจัยการลงทุน (Investment Factor)
ที่ได้รับการศึกษาและใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับสถาบัน
หลักการค่อนข้างเรียบง่าย
หุ้นที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง
มักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ดังนั้น แทนที่จะคัดเลือกหุ้นจากมูลค่า (Value)
ขนาดบริษัท (Size) หรืออัตราเงินปันผล (Yield)
Momentum จะให้ความสำคัญกับ "ความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา"

Source: KSAM
จุดเด่นสำคัญคือ Momentum
ไม่ได้ยึดติดกับสไตล์การลงทุนใดสไตล์หนึ่ง
หากเทคโนโลยีเป็นผู้นำตลาด
กองทุนก็สามารถให้น้ำหนักเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น
หากพลังงานกลายเป็นผู้นำตลาด
กองทุนก็สามารถปรับพอร์ตไปยังกลุ่มพลังงานได้เช่นกัน
เมื่อผู้นำตลาดเปลี่ยน Momentum ก็พร้อมเปลี่ยนตาม
สิ่งที่น่าสนใจของกลยุทธ์ Momentum คือ
ไม่ได้ยึดติดกับหุ้นรายตัวหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
แต่พร้อมปรับพอร์ตตามผู้นำตลาดในแต่ละช่วงเวลา
ตัวอย่างที่ชัดเจนเกิดขึ้นในปี 2022
ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ
และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่กลุ่มพลังงานได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
กองทุนจึงลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม Technology
และเพิ่มน้ำหนักในกลุ่ม Energy อย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อสะท้อนผู้นำตลาดรอบใหม่

Source: KSAM

Source: KSAM
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของ Momentum คือ
ไม่สามารถคาดการณ์จุดเปลี่ยนของตลาดล่วงหน้าได้
เนื่องจากกระบวนการลงทุนอาศัยการยืนยันของแนวโน้มราคา
ทำให้ในปี 2023 ที่หุ้นเทคโนโลยี
ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากกระแส AI
กองทุนปรับตัวได้ช้ากว่าตลาดในช่วงแรก
เพราะยังคงสะท้อนข้อมูลจากแนวโน้มเดิมอยู่

Source: KSAM

Source: KSAM
แต่เมื่อแนวโน้มการเติบโตของกลุ่ม Technology
และ AI เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งในด้านผลประกอบการและการเคลื่อนไหวของราคา
กองทุนก็สามารถทยอยเพิ่มน้ำหนักกลับเข้าสู่
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้ง และเริ่มได้รับประโยชน์
จากการเป็นผู้นำตลาดของกลุ่ม AI อย่างเต็มที่ในปี 2024
ซึ่งเป็นช่วงที่ Momentum สามารถกลับมา
สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม

Source: KSAM
นี่จึงเป็นทั้งจุดแข็ง
และข้อจำกัดของ Momentum ในเวลาเดียวกัน
กล่าวคือ กลยุทธ์อาจไม่ได้เป็นผู้ที่เข้าซื้อได้เร็วที่สุด
ในช่วงที่ตลาดกลับตัวอย่างฉับพลัน
แต่มีจุดเด่นในการเกาะไปกับแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันแล้ว
และสามารถอยู่กับผู้นำตลาดได้
ตราบเท่าที่แนวโน้มดังกล่าวยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง
กองทุนลงทุนอย่างไร
KF-SP500M และ KF-SP500MFX
ลงทุนผ่าน Invesco S&P 500 Momentum ETF (SPMO)
ซึ่งเป็น ETF ที่อ้างอิง S&P 500 Momentum Index เป็นหลัก
ดัชนีดังกล่าวเริ่มต้นจากหุ้นทั้งหมดใน S&P 500
จากนั้นจะคำนวณคะแนน Momentum ของแต่ละบริษัท
จากผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือน
พร้อมปรับด้วยระดับความผันผวนของหุ้น
ก่อนคัดเลือกหุ้นประมาณ 20% แรก
หรือประมาณ 100 บริษัท
ที่มีคะแนน Momentum สูงที่สุดเข้าสู่ดัชนี

Source: KSAM
ดัชนีมีการปรับพอร์ตทุก 6 เดือนในเดือนมีนาคมและกันยายน
ทำให้สามารถสะท้อนผู้นำตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
ตามสภาวะตลาดได้อย่างเป็นระบบ
จุดเด่นของกองทุนหลัก SPMO
กองทุนหลักมีประวัติการสร้างผลตอบแทน
ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับ S&P 500
ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
จนถึง 31 มีนาคม 2569 แสดงให้เห็นว่า

Source: KSAM
อย่างไรก็ตาม Momentum ไม่ได้ชนะตลาดทุกปี
โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกลับทิศอย่างรวดเร็ว
หรือมีการเปลี่ยนผู้นำตลาดแบบฉับพลัน
กองทุนอาจปรับตัวได้ช้ากว่าตลาดในระยะสั้น

Source: KSAM
ตัวอย่างหุ้นเด่นในพอร์ตปัจจุบัน
Nvidia: ผู้นำด้านชิปประมวลผล AI และ Data Center ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ Artificial Intelligence ทั่วโลก
Broadcom: ผู้พัฒนาโซลูชันด้าน Semiconductor และระบบเครือข่ายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI และ Cloud Computing
Johnson & Johnson: บริษัท Healthcare ชั้นนำของโลก สะท้อนว่ากองทุนไม่ได้จำกัดการลงทุนอยู่เฉพาะหุ้นเทคโนโลยี แต่พร้อมลงทุนในอุตสาหกรรมที่มี Momentum แข็งแกร่งในแต่ละช่วงเวลา
Micron Technology: ผู้ผลิตหน่วยความจำและชิป DRAM รายสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center
Alphabet: เจ้าของ Google, YouTube และ Google Cloud ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของธุรกิจ Digital Advertising และ AI Platform ระดับโลก

Source: KSAM
มุมมองการลงทุน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมาก
คุ้นเคยกับการลงทุนในดัชนี S&P 500 แบบดั้งเดิม
แต่ในโลกการลงทุนที่ผู้นำตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
การถือครองหุ้นตามน้ำหนักมูลค่าตลาดเพียงอย่างเดียว
อาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
Momentum Investing เป็นอีกแนวทางหนึ่ง
ที่พยายามปรับตัวตามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในตลาด
เมื่อผู้นำตลาดเปลี่ยน พอร์ตก็พร้อมเปลี่ยนตาม
เมื่อแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น พอร์ตก็พร้อมเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มดังกล่าว
สำหรับนักลงทุนที่เชื่อว่า
การติดตามแนวโน้มของตลาดอย่างเป็นระบบ
สามารถสร้างโอกาสในการลงทุนได้ในระยะยาว
กองทุน KF-SP500M (ป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน)
และ KF-SP500MFX (ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน)
ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
ในการเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านกลยุทธ์ Momentum
Key Takeaways
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์