Mutual Funds

[Fund Review] KF-SP500M (IPO 18-25 June 2026) เมื่อการลงทุนไม่ใช่การทำนายอนาคต แต่เป็นการปรับตัวตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

By วีรวุฒิ โรจน์ฤทัย, CFA, CFP®|19 Jun 26 2:01 PM
US Flag
สรุปสาระสำคัญ
  • กองทุน KF-SP500M (ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน) และ KF-SP500MFX (ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน) (IPO 18-25 June 2026) ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco S&P 500 Momentum ETF (SPMO) ซึ่งคัดเลือกหุ้นประมาณ 100 ตัวจากดัชนี S&P 500 ที่มี Momentum สูงที่สุด
  • Momentum Investing เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุน (Factor Investing) ที่มีประวัติผลตอบแทนในอดีตเหนือกว่า S&P500 ในระยะยาว
  • กลยุทธ์นี้ไม่ยึดติดกับหุ้นรายตัว สไตล์การลงทุน หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
  • เมื่อผู้นำตลาดเปลี่ยน กองทุนพร้อมปรับพอร์ตตามแนวโน้มใหม่อย่างเป็นระบบ
  • เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านแนวทางที่มุ่งเน้นการติดตามผู้นำตลาดในแต่ละช่วงเวลา

ถ้าการลงทุนไม่ใช่เรื่องของการทำนายอนาคต

นักลงทุนจำนวนมากใช้เวลาพยายามตอบคำถามว่า

หุ้นตัวไหนจะเป็นผู้ชนะในอนาคต

เทคโนโลยีจะยังนำตลาดต่อหรือไม่

AI จะเป็นธีมที่ดีที่สุดอีกกี่ปี

หรือควรย้ายเงินไปลงทุนในกลุ่ม Healthcare, Energy หรือ Industrials

แต่ในความเป็นจริง การคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นเรื่องยาก

แม้แต่นักลงทุนมืออาชีพเองก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ถูกต้องทุกครั้ง

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดแนวคิดการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้พยายามทำนายอนาคต

แต่เลือกที่จะ "ติดตามสิ่งที่ตลาดกำลังบอกเรา"

แนวคิดดังกล่าวเรียกว่า Momentum Investing

 

Momentum Investing คืออะไร

Momentum เป็นหนึ่งในปัจจัยการลงทุน (Investment Factor)

ที่ได้รับการศึกษาและใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับสถาบัน

หลักการค่อนข้างเรียบง่าย

หุ้นที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

มักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ดังนั้น แทนที่จะคัดเลือกหุ้นจากมูลค่า (Value)

ขนาดบริษัท (Size) หรืออัตราเงินปันผล (Yield)

Momentum จะให้ความสำคัญกับ "ความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา"

01.png

Source: KSAM

 

จุดเด่นสำคัญคือ Momentum

ไม่ได้ยึดติดกับสไตล์การลงทุนใดสไตล์หนึ่ง

หากเทคโนโลยีเป็นผู้นำตลาด

กองทุนก็สามารถให้น้ำหนักเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น

หากพลังงานกลายเป็นผู้นำตลาด

กองทุนก็สามารถปรับพอร์ตไปยังกลุ่มพลังงานได้เช่นกัน

 

เมื่อผู้นำตลาดเปลี่ยน Momentum ก็พร้อมเปลี่ยนตาม

สิ่งที่น่าสนใจของกลยุทธ์ Momentum คือ

ไม่ได้ยึดติดกับหุ้นรายตัวหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง

แต่พร้อมปรับพอร์ตตามผู้นำตลาดในแต่ละช่วงเวลา

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนเกิดขึ้นในปี 2022

ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ

และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่กลุ่มพลังงานได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

กองทุนจึงลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม Technology

และเพิ่มน้ำหนักในกลุ่ม Energy อย่างมีนัยสำคัญ

เพื่อสะท้อนผู้นำตลาดรอบใหม่

02.png

Source: KSAM

 

03.png

Source: KSAM

 

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของ Momentum คือ

ไม่สามารถคาดการณ์จุดเปลี่ยนของตลาดล่วงหน้าได้

เนื่องจากกระบวนการลงทุนอาศัยการยืนยันของแนวโน้มราคา

ทำให้ในปี 2023 ที่หุ้นเทคโนโลยี

ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากกระแส AI

กองทุนปรับตัวได้ช้ากว่าตลาดในช่วงแรก

เพราะยังคงสะท้อนข้อมูลจากแนวโน้มเดิมอยู่

04.png

Source: KSAM

 

05.png

Source: KSAM

 

แต่เมื่อแนวโน้มการเติบโตของกลุ่ม Technology

และ AI เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น

ทั้งในด้านผลประกอบการและการเคลื่อนไหวของราคา

กองทุนก็สามารถทยอยเพิ่มน้ำหนักกลับเข้าสู่

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้ง และเริ่มได้รับประโยชน์

จากการเป็นผู้นำตลาดของกลุ่ม AI อย่างเต็มที่ในปี 2024

ซึ่งเป็นช่วงที่ Momentum สามารถกลับมา

สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม

06.png

Source: KSAM

 

นี่จึงเป็นทั้งจุดแข็ง

และข้อจำกัดของ Momentum ในเวลาเดียวกัน

กล่าวคือ กลยุทธ์อาจไม่ได้เป็นผู้ที่เข้าซื้อได้เร็วที่สุด

ในช่วงที่ตลาดกลับตัวอย่างฉับพลัน

แต่มีจุดเด่นในการเกาะไปกับแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันแล้ว

และสามารถอยู่กับผู้นำตลาดได้

ตราบเท่าที่แนวโน้มดังกล่าวยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง

 

กองทุนลงทุนอย่างไร

KF-SP500M และ KF-SP500MFX

ลงทุนผ่าน Invesco S&P 500 Momentum ETF (SPMO)

ซึ่งเป็น ETF ที่อ้างอิง S&P 500 Momentum Index เป็นหลัก

 

ดัชนีดังกล่าวเริ่มต้นจากหุ้นทั้งหมดใน S&P 500

จากนั้นจะคำนวณคะแนน Momentum ของแต่ละบริษัท

จากผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือน

พร้อมปรับด้วยระดับความผันผวนของหุ้น

ก่อนคัดเลือกหุ้นประมาณ 20% แรก

หรือประมาณ 100 บริษัท

ที่มีคะแนน Momentum สูงที่สุดเข้าสู่ดัชนี

07.png

Source: KSAM

 

ดัชนีมีการปรับพอร์ตทุก 6 เดือนในเดือนมีนาคมและกันยายน

ทำให้สามารถสะท้อนผู้นำตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

ตามสภาวะตลาดได้อย่างเป็นระบบ

 

จุดเด่นของกองทุนหลัก SPMO

กองทุนหลักมีประวัติการสร้างผลตอบแทน

ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับ S&P 500

ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

จนถึง 31 มีนาคม 2569 แสดงให้เห็นว่า

  • ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงกว่า S&P 500
  • Sharpe Ratio สูงกว่า S&P 500
  • สามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและบางช่วงของตลาดขาลง

08.png

Source: KSAM

 

อย่างไรก็ตาม Momentum ไม่ได้ชนะตลาดทุกปี

โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกลับทิศอย่างรวดเร็ว

หรือมีการเปลี่ยนผู้นำตลาดแบบฉับพลัน

กองทุนอาจปรับตัวได้ช้ากว่าตลาดในระยะสั้น

09.png

Source: KSAM

 

ตัวอย่างหุ้นเด่นในพอร์ตปัจจุบัน

Nvidia: ผู้นำด้านชิปประมวลผล AI และ Data Center ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ Artificial Intelligence ทั่วโลก

Broadcom: ผู้พัฒนาโซลูชันด้าน Semiconductor และระบบเครือข่ายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI และ Cloud Computing

Johnson & Johnson: บริษัท Healthcare ชั้นนำของโลก สะท้อนว่ากองทุนไม่ได้จำกัดการลงทุนอยู่เฉพาะหุ้นเทคโนโลยี แต่พร้อมลงทุนในอุตสาหกรรมที่มี Momentum แข็งแกร่งในแต่ละช่วงเวลา

Micron Technology: ผู้ผลิตหน่วยความจำและชิป DRAM รายสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center

Alphabet: เจ้าของ Google, YouTube และ Google Cloud ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของธุรกิจ Digital Advertising และ AI Platform ระดับโลก

10.png

Source: KSAM

 

มุมมองการลงทุน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมาก

คุ้นเคยกับการลงทุนในดัชนี S&P 500 แบบดั้งเดิม

แต่ในโลกการลงทุนที่ผู้นำตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

การถือครองหุ้นตามน้ำหนักมูลค่าตลาดเพียงอย่างเดียว

อาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป

Momentum Investing เป็นอีกแนวทางหนึ่ง

ที่พยายามปรับตัวตามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในตลาด

เมื่อผู้นำตลาดเปลี่ยน พอร์ตก็พร้อมเปลี่ยนตาม

เมื่อแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น พอร์ตก็พร้อมเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มดังกล่าว

สำหรับนักลงทุนที่เชื่อว่า

การติดตามแนวโน้มของตลาดอย่างเป็นระบบ

สามารถสร้างโอกาสในการลงทุนได้ในระยะยาว

กองทุน KF-SP500M (ป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน)

และ KF-SP500MFX (ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน)

ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

ในการเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านกลยุทธ์ Momentum

 

Key Takeaways

  • กองทุน KF-SP500M (ป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน) และ KF-SP500MFX (ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน) ลงทุนผ่าน Invesco S&P 500 Momentum ETF (SPMO)
  • คัดเลือกหุ้นประมาณ 100 บริษัทจากดัชนี S&P 500 ที่มี Momentum สูงที่สุด
  • ไม่ยึดติดกับหุ้นหรืออุตสาหกรรมเดิม พร้อมปรับพอร์ตตามผู้นำตลาด
  • มีประวัติผลตอบแทนและผลตอบแทนต่อความเสี่ยงสูงกว่าตลาดในระยะยาว
  • เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านแนวทาง Factor Investing

 

 

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

 

Author
wee2
วีรวุฒิ โรจน์ฤทัย, CFA, CFP®

Product Specialist

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5