
DRAM ETF ของ Roundhill Investments กลายเป็น ETF ที่สะสมสินทรัพย์ได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ แตะ 6.5 พันล้านดอลลาร์ภายใน 36 วัน เร็วกว่าสถิติเดิมของ BlackRock IBIT สะท้อนว่าเงินทุนสถาบันกำลังเริ่มมอง “Memory” เป็นผู้ได้ประโยชน์ลำดับถัดไปของ AI
ปัจจุบัน AI Model อย่าง ChatGPT, Gemini และ Claude ต้องพึ่งพา HBM และ DRAM มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับ Context ที่ยาวและการประมวลผลมหาศาล ขณะที่อุปทานยังตึงตัวจากกำลังผลิตจำกัด
ราคาส่งออก DRAM ของเกาหลีเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าในรอบปีเดียว และผู้ผลิตหลักอย่าง SK hynix, Samsung Electronics และ Micron Technology ซึ่งครองตลาดกว่า 95% ก็กำลังได้ประโยชน์เต็มที่
ตลาดจึงเริ่มมองว่า “Memory” กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค AI ไม่ต่างจาก GPU หรือ Data Center
Roundhill Memory ETF (DRAM) ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงกลุ่มผู้ผลิตชิปเมมโมรีระดับโลกในกองเดียว ใช้เวลาเพียง 36 วันในการสะสมสินทรัพย์แตะระดับ 6.5 พันล้านดอลลาร์ เร็วกว่าสถิติเดิมของ BlackRock IBIT ที่เคยใช้เวลา 43 วันในช่วงกระแส Spot Bitcoin ETF Boom ปี 2567
ตัวเลขนี้อาจสะท้อนว่า เงินทุนสถาบันกำลังเริ่มมองหา “ผู้ได้ประโยชน์ลำดับถัดไป” ของวัฏจักร AI รอบนี้

source : Bloomberg as of 11 May 2026
ตลอดสองปีที่ผ่านมา นักลงทุนส่วนใหญ่มุ่งไปที่หุ้น AI ฝั่ง GPU อย่าง NVIDIA หรือ Big Tech ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในอีกด้านหนึ่งของ Supply Chain ยังมี “โครงสร้างพื้นฐาน” สำคัญที่ตลาดเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น นั่นคือหน่วยความจำ หรือ Memory
AI Model ทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini หรือ Claude ต่างต้องพึ่งพา High-Bandwidth Memory (HBM) เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาล
ยิ่งโมเดลมีความซับซ้อนมากขึ้น ต้องรองรับบทสนทนาและเนื้อหา (Context) ที่ยาวขึ้น และต้องประมวลผลข้อมูลพร้อมกันมากขึ้น ความต้องการหน่วยความจำก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
วงจรนี้ทำให้ตลาดเริ่มมองว่า Memory ไม่ใช่เพียง “ส่วนประกอบ” ของ AI อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค AI
DRAM ETF บริหารโดย Roundhill Investments มุ่งลงทุนในหุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้ง HBM และ DRAM สำหรับ AI รวมถึง NAND Flash, NOR Flash ที่ใช้เก็บข้อมูลระยะยาว และ HDD ที่ใช้เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งแตกต่างจาก ETF Semiconductor ทั่วไปที่มักกระจายไปยัง Logic Chip และผู้ผลิตเครื่องจักรด้วย
โครงสร้างพอร์ตกระจุกตัวสูงในผู้นำตลาด โดยหุ้น Top 3 มีน้ำหนักรวมกันมากกว่า 70% ของพอร์ต สะท้อนลักษณะ Pure-Play Memory อย่างชัดเจน ขณะที่น้ำหนักการลงทุนหลักอยู่ในเกาหลีใต้และสหรัฐฯ รองลงมาคือญี่ปุ่นและไต้หวัน
นับตั้งแต่เปิดตัววันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา DRAM ETF ปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 77% ภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน สะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่อธีม Memory ในยุค AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
บริษัทที่มีน้ำหนักสูงสุดในกองทุน ได้แก่
ทั้งสามรายถือเป็นผู้เล่นหลักของตลาด HBM โลกในปัจจุบัน ซึ่งครองตลาดราว 95%

source : Roundhill Investment as of 11 May 2026
ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากระแสนี้ลึกแค่ไหน ลองดูราคาส่งออก DRAM จากเกาหลี
เมื่อต้นปี 2568 ราคาอยู่ที่ราว 11,000 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม แต่ในวันนี้แตะ 64,000 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่าหกเท่าในรอบปีเดียว และยังขึ้น 18% ในช่วง 10 วันที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว
เหตุผลไม่ซับซ้อน เพราะ NVIDIA ใช้ HBM จาก SK Hynix เกือบ 90% ของกำลังการผลิตทั้งหมด SK Hynix ขาย quota ปี 2568 หมดตั้งแต่กลางปี 2567 ปี และ quota ของปี 2569 ก็เต็มแล้วตั้งแต่กลางปีนี้ ส่วนตอนนี้กำลังเจรจาราคาปี 2570 Samsung และ Micron อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
ปัญหาคือ HBM กับ DRAM ทั่วไปใช้สายการผลิตเดียวกัน ทุก wafer ที่ใช้ผลิต HBM คือ wafer ที่หายไปจากตลาด DDR5 และ GDDR7 ผลที่ตามมาคือ RAM สำหรับ PC บวกไปแล้ว 123% ในปี 2568 และ GPU Gaming ของ NVIDIA ก็ถูกตัดการผลิตลง 30–40% เพราะโรงงานเดียวกันต้องโฟกัสที่ HBM ก่อน
Samsung, SK Hynix และ Micron สามรายนี้ควบคุมตลาด DRAM ของโลกถึง 95% SK Hynix ที่เคยมี operating margin หลักเดียวมาทั้งทศวรรษ ตอนนี้กลับทำได้กว่า 50% และเพิ่งทำกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง

source : Korea Customes Service
ความเร็วของเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ DRAM ETF อาจไม่ใช่เพียงกระแสของกองทุนเดียว แต่กำลังสะท้อนว่า AI Trade รอบนี้เริ่มขยายจาก “ผู้ผลิต GPU” ไปสู่ทั้ง Supply Chain มากขึ้น
ตลาดเริ่มมองว่า “หน่วยความจำ” คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI ไม่ต่างจาก Data Center หรือโครงข่ายไฟฟ้า เพราะไม่ว่า AI จะพัฒนาไปไกลแค่ไหน ทุกระบบยังต้องพึ่งพา Memory เพื่อให้สามารถทำงานได้จริงในระดับขนาดใหญ่
หมายเหตุ: ผู้ลงทุนควรศึกษาทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ข้อมูลสัดส่วนการถือครอง DRAM ETF ณ วันเปิดกองทุน 2 เมษายน 2026 และ SOXX/SMH ณ ต้นเดือนพฤษภาคม 2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน