ในโลกของการลงทุนที่ไร้พรมแดน การกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในต่างประเทศนับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่นักลงทุนยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม และหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนที่ช่วยให้เราเข้าถึงหลักทรัพย์ต่างประเทศได้สะดวกก็คือ Depositary Receipt (DR) หรือ "ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ" นั่นเอง
แต่คุณรู้หรือไม่ว่า DR มีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป? บทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทต่างๆ ของ DR ที่นักลงทุนควรรู้ เพื่อช่วยให้คุณเลือกลงทุนได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด
DR มีชื่อเรียกเฉพาะในแต่ละภูมิภาคหรือแต่ละประเทศ ซึ่งแบ่งตามตลาดที่จดทะเบียนซื้อขาย ดังนี้
ADR เป็นตราสารที่เป็นตัวแทนของหลักทรัพย์ของบริษัทต่างประเทศที่ถูกซื้อขายในตลาดการเงินของสหรัฐอเมริกา โดย ADR มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 95 ปี ตั้งแต่ปี 1927
ADR สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 3 ระดับ ตามข้อกำหนดของ SEC ประเทศสหรัฐอเมริกา:
- Level I ADR: ซื้อขายในตลาด OTC (Over-The-Counter) ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา มีข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลน้อยที่สุด
- Level II ADR: จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา เช่น NYSE หรือ NASDAQ แต่ไม่สามารถระดมทุนในสหรัฐฯ ได้
- Level III ADR: จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา และสามารถระดมทุนในสหรัฐฯ ได้ มีข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลมากที่สุด
GDR เป็นตราสารที่ถูกออกและซื้อขายในหลายตลาดทั่วโลกพร้อมกัน โดยส่วนใหญ่มักจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange) และตลาดหลักทรัพย์ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg Stock Exchange) GDR มักถูกใช้โดยบริษัทในตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการเข้าถึงนักลงทุนในหลายประเทศ
EDR เป็นตราสารที่เป็นตัวแทนของหลักทรัพย์ของบริษัทต่างประเทศที่ถูกซื้อขายในตลาดการเงินของยุโรป ช่วยให้บริษัททั่วโลกสามารถเข้าถึงนักลงทุนในทวีปยุโรปได้
IDR เป็นคำที่ใช้เรียก DR โดยทั่วไปที่ซื้อขายในตลาดระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่ตลาดในสหรัฐอเมริกา
TDR เป็นตราสารที่ออกและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ช่วยให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าถึงนักลงทุนในไต้หวันได้
สำหรับในประเทศไทย DR ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะของหลักทรัพย์อ้างอิง ดังนี้
DR ประเภทนี้อ้างอิงกับหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศ เช่น:
- BABA80: อ้างอิงกับหุ้นของ Alibaba Group ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
- TENCENT80: อ้างอิงกับหุ้นของ Tencent Holdings ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
- SONY80: อ้างอิงกับหุ้นของ Sony Corporation ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว
DR ประเภทนี้อ้างอิงกับกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ เช่น:
- E1VFVN3001: อ้างอิงกับ DCVFMVN30 ETF ที่ลงทุนในดัชนี VN30 (หุ้นชั้นนำ 30 ตัวของเวียดนาม)
- NDX01: อ้างอิงกับ ChinaAMC NASDAQ 100 ETF ที่ลงทุนในดัชนี NASDAQ-100
- STAR5001: อ้างอิงกับ Premia China STAR 50 ETF ที่ลงทุนในดัชนี STAR 50 ของจีน
DRx คือ DR ที่อนุญาตให้นักลงทุนสามารถซื้อขายเป็นเศษส่วนของหลักทรัพย์อ้างอิงได้ ซึ่งเหมาะสำหรับหลักทรัพย์ที่มีราคาสูง โดยมีขนาดการซื้อขายขั้นต่ำที่ 0.0001 หน่วย DRx ตัวอย่างเช่น:
- AAPL80X: อ้างอิงกับหุ้นของ Apple Inc. ที่จดทะเบียนในตลาด NASDAQ
- TSLA80X: อ้างอิงกับหุ้นของ Tesla Inc. ที่จดทะเบียนในตลาด NASDAQ
- GOOG80X: อ้างอิงกับหุ้นของ Alphabet Inc. (Google) ที่จดทะเบียนในตลาด NASDAQ
นอกจากการแบ่งตามตลาดที่ซื้อขายและลักษณะของหลักทรัพย์อ้างอิงแล้ว เรายังสามารถแบ่ง DR ตามโครงสร้างการอ้างอิงได้ ดังนี้
Sponsored DR คือ DR ที่ออกโดยความร่วมมือกันระหว่างบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงและธนาคารผู้รับฝาก โดยบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออก DR และการปฏิบัติตามข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูล
Unsponsored DR คือ DR ที่ออกโดยธนาคารผู้รับฝากโดยไม่มีความร่วมมือกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง โดยธนาคารผู้รับฝากจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออก DR และการปฏิบัติตามข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูล
สัญลักษณ์ย่อของ DR ในตลาดหลักทรัพย์ไทยจะประกอบด้วยตัวอักษรความยาวสูงสุดไม่เกิน 10 ตัว ในรูปแบบ "UUUUUUUU00" โดย:
- 8 หลักแรก (ตัว U) คือตัวย่อของชื่อหลักทรัพย์ต่างประเทศ
- 2 หลักหลัง (ตัว 0) คือหมายเลขสมาชิกผู้ออก
ตัวอย่างเช่น:
- BABA80: DR ของหลักทรัพย์ชื่อ BABA (Alibaba) ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์หมายเลข 80
- FUEVFVND01: DR ของหลักทรัพย์ชื่อ FUEVFVND (DCVFMVN DIAMOND ETF) ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์หมายเลข 01
สำหรับ DRx จะมีตัว "X" ต่อท้ายหมายเลขผู้ออก เช่น:
- TSLA80X: DRx ของหลักทรัพย์ชื่อ TSLA (Tesla) ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์หมายเลข 80
การทำความเข้าใจประเภทต่างๆ ของ DR จะช่วยให้นักลงทุนมีข้อมูลที่มากขึ้นในการตัดสินใจลงทุน เช่น:
1. เลือกลงทุนได้ตรงกับความต้องการ: เช่น หากต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นชั้นนำในเวียดนาม อาจเลือกลงทุนใน E1VFVN3001 หรือ FUEVFVND01
2. เข้าใจลักษณะและความเสี่ยงของแต่ละประเภท: DR ที่อ้างอิงกับ ETF อาจมีความเสี่ยงกระจายตัวมากกว่า DR ที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว
3. วางแผนภาษีและค่าธรรมเนียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ: การเข้าใจโครงสร้างของ DR ช่วยให้เข้าใจถึงภาระภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
4. มีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น: การรู้จักประเภทของ DR ทำให้มองเห็นโอกาสการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น
ปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์ไทยมี DR และ DRx ให้เลือกลงทุนหลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้งหุ้นรายตัวและ ETF จากตลาดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจีน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือเวียดนาม
การเข้าใจประเภทต่างๆ ของ DR จะช่วยให้คุณสามารถเลือกลงทุนได้อย่างตรงกับความต้องการ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจลงทุนใน DR ประเภทใดก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งในเรื่องของหลักทรัพย์อ้างอิง ความน่าเชื่อถือของผู้ออก DR อัตราแลกเปลี่ยน และเงื่อนไขต่างๆ ในสัญญารับฝาก เพื่อการลงทุนที่มีประสิทธิภาพและตรงกับเป้าหมายการลงทุนของคุณมากที่สุด
📱 ลงทุน DR ได้ง่ายๆ เพียงแค่เปิดบัญชีหลักทรัพย์กับ InnovestX
คลิก https://innovestx.onelink.me/23if/u2qmpt6r
(เทรด DR ได้ ผ่านแอป Streaming)
📱 ขั้นตอนการเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX
https://www.innovestx.co.th/products/product-user-guide/detail/manual/onboarding-manual
---
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
- SET Invest Now
*หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน