
ในช่วงที่โลกการเงินเผชิญทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ “ทองคำ” กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นอีกครั้งในฐานะ Safe Haven Asset ที่นักลงทุนทั่วโลกคุ้นเคยมายาวนาน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง โลกการเงินเองก็กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลเช่นกัน Blockchain เลยเริ่มถูกนำมาใช้ในระบบการเงินมากขึ้น ทั้งด้านการโอนเงิน การซื้อขายสินทรัพย์ และการชำระราคาแบบ Real-time
ท่ามกลางสองกระแสนี้ ทำให้สินทรัพย์อย่าง Tether Gold เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงกับทองคำในอัตรา 1:1 โดย 1 โทเคนเทียบเท่าทองคำ 1 ทรอยออนซ์
คำถามสำคัญคือ
XAUT เหมือนกับ XAU หรือไม่?
แม้ทั้งสองจะอ้างอิงราคาทองคำเหมือนกัน แต่โครงสร้าง วิธีการถือครอง และระบบการซื้อขายแตกต่างกัน

Gold หรือ XAU คือรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้แทน “ทองคำ” ในตลาดการเงินโลก
โดยทั่วไป นักลงทุนจะคุ้นเคยกับคำว่า:
XAU ถูกใช้อย่างแพร่หลายใน:
หรือพูดง่าย ๆ คือ
XAU คือ “ทองคำในโลกการเงินแบบดั้งเดิม”
XAUT หรือ Tether Gold คือ Gold-backed Token ที่ออกโดย Tether โดยเป็น โทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงกับทองคำในอัตรา 1:1 โดย 1 โทเคนเทียบเท่าทองคำ 1 ทรอยออนซ์
อีกทั้งทองคำที่ใช้รองรับเป็นมาตรฐาน LBMA Good Delivery ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ธนาคารกลางและสถาบันการเงินทั่วโลกใช้ในการถือครองทองคำสำรอง
จุดเด่นสำคัญคือ
XAUT พยายามนำ “ทองคำ” เข้ามาอยู่บน Blockchain ทำให้สามารถ:
หรืออธิบายง่าย ๆ คือ
XAUT คือ “โทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงกับทองคำในอัตรา 1:1”
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ XAUT ถูกมองว่าน่าเชื่อถือมากขึ้น คือ โครงสร้างของระบบที่เชื่อมโยงกับทองคำจริงโดยตรง
ทุกการออก XAUT ใหม่ จำเป็นต้องมีทองคำจริงเข้ามารองรับเพื่อรักษาสัดส่วนแบบ 1:1
นั่นหมายความว่า การเติบโตของ XAUT ไม่ได้เกิดจากการเพิ่มจำนวน Token เพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของทองคำสำรองจริงด้วยเช่นกัน
ปัจจุบัน Tether ถือครองทองคำ จำนวน 1,804 แท่ง ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับธนาคารกลางของหลายประเทศ และอยู่ในระดับ Top 20 ของโลก หากเทียบกับทองคำสำรองรายประเทศ
ซึ่งโครงสร้างลักษณะนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจว่า XAUT มีสินทรัพย์จริงรองรับอยู่เบื้องหลังอย่างชัดเจน

หนึ่งในปัจจัยที่เคยทำให้นักลงทุนสถาบันระมัดระวังต่อสินทรัพย์ดิจิทัล คือ “ความไม่ชัดเจนด้านกฎหมาย”
โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ตลาดยังถกเถียงกันมานานว่า Digital Asset แต่ละประเภทควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด
CLARITY Act ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาสหรัฐฯ จึงถูกจับตามองอย่างมาก เพราะมีเป้าหมายเพื่อกำหนดกรอบและนิยามของ Digital Asset ให้ชัดเจนขึ้น
สำหรับ XAUT มีแนวโน้มถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Digital Commodity ซึ่งอาจอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่ดูแลตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำและน้ำมัน
ความชัดเจนนี้จะช่วย:
โดยการมี Regulatory Framework ที่ชัดเจน มักจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยอมรับในระดับสถาบันมากขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้ XAUT ถูกจับตามองมากขึ้น คือ การอยู่ภายใต้การออกโดย Tether ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนา USDT Stablecoin ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ USDT:
นอกจากนี้ Tether ยังมีการเผยแพร่ Reserve Report และ Attestation Report อย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงข้อมูลสินทรัพย์สำรองและเพิ่มความโปร่งใสให้กับระบบ
สำหรับตลาดการเงิน ความน่าเชื่อถือของ “ผู้ออกสินทรัพย์” ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่แพ้ตัวสินทรัพย์ที่ออก
ในภาพที่ใหญ่ขึ้น XAUT ยังสอดคล้องกับกระแส “Real World Asset Tokenization” หรือ RWA ที่กำลังได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินระดับโลก
ปัจจุบันสถาบันอย่าง BlackRock, JPMorgan และ Franklin Templeton ต่างเริ่มนำสินทรัพย์จริง เช่น กองทุน พันธบัตร และสินทรัพย์ทางการเงิน มาอยู่บน Blockchain มากขึ้น
ขณะที่ตลาด RWA ก็เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่า Blockchain กำลังเริ่มถูกมองเป็น “Financial Infrastructure” มากกว่าจะเป็นเพียงเทคโนโลยีของตลาดคริปโท
ซึ่งมองว่าทองคำถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เหมาะกับการ Tokenization มากที่สุด เพราะ:
XAUT จึงอาจไม่ได้เป็นเพียง “โทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงกับทองคำ” แต่กำลังสะท้อนภาพของการผสานระหว่างสินทรัพย์ดั้งเดิมกับโครงสร้างการเงินยุคใหม่
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ XAUT ได้ทีนี่
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้