Company History

FANUC Corporation (6954.T): โครงสร้างพื้นฐานระบบอัตโนมัติของโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่

26 Feb 26 10:20 AM
FANUC
สรุปสาระสำคัญ

FANUC Corporation คือผู้นำระดับโลกด้านระบบอัตโนมัติที่มีรากฐานมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี Numerical Control ภายใน Fujitsu ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระในปี 1972 และเลือกโฟกัสเส้นทาง Factory Automation อย่างชัดเจน ธุรกิจหลักครอบคลุมตั้งแต่ระบบ CNC และเซอร์โวมอเตอร์ (FA) หุ่นยนต์อุตสาหกรรม (ROBOT) ไปจนถึงเครื่องจักรอัตโนมัติแบบพร้อมใช้ (ROBOMACHINE) และบริการหลังการขาย โดยกลุ่มหุ่นยนต์เป็นสัดส่วนรายได้สูงสุด สะท้อนบทบาทของ FANUC ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลก

จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่ความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการควบคุมเครื่องจักร การผสานฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ และ AI เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงการพัฒนา Digital Twin ที่ช่วยให้ลูกค้าจำลองและทดสอบสายการผลิตก่อนติดตั้งจริง กลยุทธ์ยังคงเน้นการลงทุนในR&D เพื่อยกระดับความแม่นยำ เสถียรภาพ และการเชื่อมต่อข้อมูลของระบบอัตโนมัติ ขณะที่โอกาสการเติบโตมาจากแนวโน้มขาดแคลนแรงงานและการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังผูกกับวัฏจักรการลงทุนภาคอุตสาหกรรม การแข่งขันด้านเทคโนโลยี และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะยาว

ประวัติและความเป็นมาของ FANUC Corporation

FANUC Corporation เกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยี Numerical Control หรือ NC ภายในกลุ่ม Fujitsu ในช่วงปี 1950 ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระในปี 1972 โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการมุ่งพัฒนาอุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติสำหรับภาคการผลิต นับตั้งแต่วันแรก FANUC เลือกที่จะพัฒนาด้าน Factory Automation อย่างเต็มตัว รวมทั้งระบบ CNC, Servo Motor, Laser และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้บริษัทสร้างความเชี่ยวชาญเชิงลึกและเทคโนโลยีที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ

 

FANUC ได้เติบโตควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการผลิตโลก จากยุคเครื่องจักรกลพื้นฐาน สู่ยุคการผลิตอัตโนมัติขั้นสูง บริษัทค่อยๆ ขยายผลิตภัณฑ์จากระบบควบคุม ไปสู่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและโซลูชันที่ผสานซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการหลังการขายเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร ปรัชญาการดำเนินงานที่เน้นความเสถียร ความทนทาน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ FANUC กลายเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านระบบอัตโนมัติ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมในหลากหลายประเทศทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

 

โครงสร้างรายได้และธุรกิจหลัก

  1. ธุรกิจหุ่นยนต์ (ROBOT) – ประมาณ 41.3% ของรายได้รวม
    Segment ROBOT เป็นส่วนที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุดของ FANUC โดยครอบคลุมการขายหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในหลายขนาดและการประยุกต์ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการจับชิ้นงาน, บรรจุภัณฑ์, การเชื่อม หรือการเคลื่อนที่ที่ซับซ้อน การเติบโตของรายได้ในกลุ่มนี้สะท้อนถึงเทรนด์การเปลี่ยนไปสู่การผลิตแบบอัตโนมัติทั่วโลกและความต้องการหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น หุ่นยนต์ของ FANUC เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 และยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากโรงงานหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกเพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุนแรงงาน

  2. ธุรกิจระบบอัตโนมัติพื้นฐาน (FA) – ประมาณ 24.4% ของรายได้รวม
    ธุรกิจ FA (Factory Automation) คือส่วนที่รวมระบบควบคุมเชิงตัวเลข (CNC), เซอร์โวมอเตอร์ และผลิตภัณฑ์พื้นฐานควบคุมการทำงานของเครื่องจักรในโรงงาน รายได้จาก FA สะท้อนถึงความต้องการของระบบควบคุมและฮาร์ดแวร์พื้นฐานที่เป็นรากของการผลิตอัตโนมัติ การขายในกลุ่มนี้แสดงถึงจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการควบคุมและความสำคัญของ FANUC ในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของลูกค้า ตั้งแต่ศูนย์เครื่องจักร CNC ไปจนถึงองค์ประกอบอื่นๆในการควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์และสายการผลิตอื่นๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานให้อุปกรณ์อัตโนมัติอื่นๆ ในระบบสามารถทำงานได้อย่างครบวงจรและเชื่อถือได้ในระดับสากล

  3. ธุรกิจเครื่องจักรพร้อมใช้ (ROBOMACHINE) – ประมาณ 17.3% ของรายได้รวม
    ROBOMACHINE รวมเครื่องจักรอัตโนมัติที่พร้อมใช้งาน เช่น เครื่องตัดเฉือนอัตโนมัติ, เครื่องฉีดพลาสติก และเครื่องเฉพาะทางอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยี CNC และเซอร์โวเข้ามาช่วย กลุ่มนี้เป็นแหล่งรายได้ที่ช่วยเสริมความหลากหลายของพอร์ตสินค้า FANUC ไม่ได้ขายเฉพาะส่วนควบคุมหรือหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าแบบครบชุดที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้งานได้ทันที ซึ่งตอบโจทย์ทั้งโรงงานขนาดใหญ่และสายงานเฉพาะทางที่ต้องการระบบอัตโนมัติแบบบูรณาการโดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเอง

  4. บริการ (Service) – ประมาณ 17.0% ของรายได้รวม
    บริการหลังการขายและบริการสนับสนุนลูกค้าก็มีสัดส่วนที่สำคัญในโครงสร้างรายได้ของ FANUC เช่น การติดตั้ง การบำรุงรักษา การให้คำปรึกษา และการจัดหาอะไหล่ การออกแบบโมเดลรายได้ที่รวมบริการไว้มากกว่าการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ทำให้ FANUC มีรายได้ที่ต่อเนื่องจากการดูแลระบบที่ติดตั้งแล้ว ตอบโจทย์ทั้งความเสถียรของเครื่องจักรและความคุ้มค่าที่ลูกค้าคาดหวังจากผู้จำหน่ายระบบอัตโนมัติชั้นนำ

 

Screenshot-2026-02-26-102533.png 

จุดเด่นของ FANUC Corporation

  1. การบูรณาการ AI ขั้นสูงเข้ากับระบบอัตโนมัติจริง
    FANUC พัฒนาระบบควบคุมและหุ่นยนต์โดยมุ่งยกระดับความฉลาดของเครื่องจักร ผ่านการผสาน AI เข้ากับ CNC และระบบควบคุมการเคลื่อนที่ ทำให้เครื่องจักรสามารถปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและกระบวนการผลิตที่เปลี่ยนแปลงได้แบบเรียลไทม์ แนวทางนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการตั้งค่า เพิ่มความแม่นยำ และลดระยะเวลาในการนำระบบอัตโนมัติเข้าใช้งานจริงในโรงงาน

  2. แนวคิดระบบนิเวศแบบเปิดเพื่อความยืดหยุ่นของลูกค้า
    ทิศทางการพัฒนาของ FANUC ที่เปิดรับการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มภายนอกมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าและนักพัฒนาสามารถสร้างโซลูชันเฉพาะทางบนฮาร์ดแวร์ที่มีความทนทานสูงของ FANUC ได้อย่างอิสระ ความยืดหยุ่นนี้ช่วยขยายขอบเขตการใช้งานของระบบอัตโนมัติจากโรงงานแบบดั้งเดิม ไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องการการปรับแต่งและการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

  3. Digital Twin และการจำลองที่สะท้อนการทำงานจริงของเครื่องจักร
    FANUC ให้ความสำคัญกับการจำลองการผลิตล่วงหน้า โดยใช้ระบบจำลองที่อาศัยตรรกะและอัลกอริทึมเดียวกับเครื่องจักรจริง ทำให้แบบจำลองโรงงานเสมือนมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ลูกค้าสามารถทดสอบ ปรับปรุง และลดความเสี่ยงก่อนการติดตั้งสายการผลิตจริง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่

  4. ประสิทธิภาพการทำงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
    ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ROBOMACHINE ของ FANUC ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบที่เน้น High-speed และการประหยัดพลังงานช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานของเครื่องจักร (TCO) และสอดคล้องกับทิศทางด้านความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมการผลิต

  5. มาตรฐานความน่าเชื่อถือจากฐานการติดตั้งทั่วโลกและการดูแลระยะยาว
    ด้วยฐานการติดตั้งหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจำนวนมากทั่วโลก FANUC ได้สร้างระบบนิเวศด้านอะไหล่ การบริการ และบุคลากรเทคนิคที่แข็งแกร่ง รายงานเน้นย้ำแนวคิดการดูแลผลิตภัณฑ์ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่าเครื่องจักรจะสามารถใช้งานได้ยาวนาน มีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และรักษาความเสถียรของการผลิตในระยะยาว

 

กลยุทธ์และโอกาสการเติบโต

กลยุทธ์หลักของ FANUC ยังคงยึดแนวคิดการโฟกัสเฉพาะด้าน Factory Automation อย่างชัดเจน โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีแกนหลัก ได้แก่ CNC, เซอร์โว, หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และเครื่องจักรอัตโนมัติ ให้มีความแม่นยำ เสถียร และทนทานสูงสุด ควบคู่กับการลงทุนด้าน R&D อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การผลิตที่ซับซ้อนมากขึ้นในยุคดิจิทัล FANUC ให้ความสำคัญกับการผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบควบคุมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมยกระดับฟังก์ชันด้านการเชื่อมต่อข้อมูล การตรวจสอบสถานะเครื่องจักร และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้ลูกค้าและเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

ในด้านโอกาสการเติบโต ความต้องการระบบอัตโนมัติทั่วโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรม FANUC มองเห็นโอกาสจากการขยายการใช้งานหุ่นยนต์ไปยังอุตสาหกรรมใหม่ๆ นอกเหนือจากยานยนต์ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ โลจิสติกส์ อาหาร และการแพทย์ ขณะเดียวกัน รายได้จากบริการหลังการขายและการดูแลระบบที่ติดตั้งแล้วทั่วโลกยังเป็นแหล่งรายได้ที่มีความต่อเนื่องและช่วยเสริมเสถียรภาพของธุรกิจ ภายใต้ฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่สะสมมานาน กลยุทธ์การเติบโตของ FANUC จึงไม่ได้เน้นเพียงปริมาณการขาย แต่เน้นการสร้างระบบอัตโนมัติที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวให้กับอุตสาหกรรมการผลิตโลกอย่างแท้จริง

 

ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

ความเสี่ยงสำคัญของ FANUC ยังคงผูกอยู่กับวัฏจักรของอุตสาหกรรมการผลิตโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความต้องการสินค้าในกลุ่ม CNC หุ่นยนต์ และเครื่องจักรอัตโนมัติมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ การลงทุนภาคอุตสาหกรรม และการปรับลดหรือชะลอการใช้จ่ายด้าน CAPEX ของลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้า ซึ่งอาจส่งผลให้คำสั่งซื้อมีความผันผวนสูงและกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น

 

อีกหนึ่งความเสี่ยงคือ การแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่เข้มข้นขึ้นในตลาดระบบอัตโนมัติ ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ที่เร่งพัฒนานวัตกรรมด้านหุ่นยนต์ ซอฟต์แวร์ และระบบควบคุมอัจฉริยะ ควบคู่กับความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ต้นทุนวัตถุดิบ และความสามารถในการจัดหาชิ้นส่วนสำคัญอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ FANUC ยังต้องบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ รวมถึงความเสี่ยงด้านบุคลากรและการส่งต่อความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีในระยะยาว ภายใต้บริบทที่อุตสาหกรรมการผลิตกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการรักษาคุณภาพ ความเสถียร และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ จึงเป็นทั้งความท้าทายและปัจจัยชี้ขาดความแข็งแกร่งของ FANUC ในอนาคต

 

 

 

สนใจลงทุนในหุ้น FANUC Corporation (6954.T) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน

 

คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5