Idea Playlists

Talk of the Town (Mutual Funds)

9 Feb 26 12:30 PM
Invest_Ideas_Thumbnail_1280x720px-31
Key Summary

Thai Baht Appreciation, Hedging Uncertainty, China Recovery, Thai Stocks Deep Valuation & Nuclear Energy

Japan Post-Election Rally

จากผลการนับคะแนนและ exit poll ล่าสุดของ NHK ชี้ว่า พรรค Liberal Democratic Party (LDP) ภายใต้การนำของ Sanae Takaichi มีแนวโน้มชนะการเลือกตั้งอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า LDP ได้ครองเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งเพียงพอสำหรับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และหากรวมกับพันธมิตรอย่าง Japan Innovation Party (Ishin) มีโอกาสเข้าใกล้หรือแตะระดับ สองในสามของสภาล่าง (Supermajority) ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ

หาก LDP สามารถครองเสียงระดับ Supermajority ได้ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการผลักดันกฎหมายและนโยบายเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ลดความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย และหนุนความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาล Takaichi ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ในเชิงตลาดหุ้น ผลลัพธ์ดังกล่าวหนุนกลุ่มหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น ธนาคาร การบริโภค และ Japan Small Cap ที่มีรายได้ในประเทศสูง ขณะที่กลุ่ม AI และ Semiconductor ยังได้แรงสนับสนุนจากการเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของรัฐ โดยในเชิงสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2000 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีแนวโน้มตอบสนองเชิงบวกหลังการเลือกตั้ง โดยดัชนี TOPIX ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 8% ในช่วง 3 เดือนหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่รัฐบาลสามารถรักษาอำนาจต่อเนื่องได้

 

ETF ที่เกี่ยวข้อง:

  • ASP-JPSMALL ลงทุนในกองทุนหลัก BNP Paribas Funds - Japan Small Cap ที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active ในหุ้นญี่ปุ่นขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
  • K-JPX-A(A) ลงทุนในกองทุนหลัก NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund ที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive อ้างอิง TOPIX Index ซึ่งอ้างอิงบริษัทชั้นนำกว่า 2,000 ตัวของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

 

Thai Baht Appreciation

ความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลทรัมป์และความตึงเครียดจากสงครามการค้ากดดันให้ความเชื่อมั่นต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง และเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดคู่ค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียเพื่อเก็งกำไรด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยคาดว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่เป็นประเทศผู้ส่งออกมีโอกาสที่จะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายเพื่อประคองเศรษฐกิจในช่วงที่นโยบายการค้ายังมีความไม่แน่นอนสูง จึงส่งผลให้ทิศทางค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าในระยะสั้นจากเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตามในระยะถัดไปหากนโยบายการค้ามีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น ประกอบกับนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของไทยในระยะข้างหน้า และการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่ยังเข้มงวด อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทอาจกลับมาอ่อนค่าได้ในระยะข้างหน้า

 

สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อรับอัตราผลตอบแทนจากเงินฝาก/ตราสารหนี้ต่างประเทศ และรับประโยชน์จากทิศทางเงินบาทที่อาจจะอ่อนค่าได้ในอนาคตเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ได้

 

กองทุนที่เกี่ยวข้อง:

  • ABGFIX-A ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นในต่างประเทศที่มีคุณภาพสูง ผ่านกองทุนหลัก abrdn SICAV I - Short Dated Enhanced Income Fund โดยไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Unhedged)
  • BCAP-USL ลงทุนในตลาดเงิน และตราสารหนี้ระยะสั้นในต่างประเทศ ผ่านกองทุน Pictet - Short-Term Money Market USD - I โดยไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Unhedged)
  • K-GSF(UH) ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีคุณภาพสูง ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Liquidity Funds - USD Standard Money Market VNAV Fund โดยไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Unhedged)
  • SCBFST ลงทุนแบบเชิงรุกในตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีสภาพคล่องสูง โดยไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Unhedged)
  • TUSFIX ลงทุนในตั๋วเงินคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีอายุคงเหลือระหว่าง 1-3 เดือนผ่านกองทุนหลัก SPDR® Bloomberg 1-3 Month T-Bill ETF โดยไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Unhedged)

 

Hedging Uncertainty

จากสถานการณ์สงครามการค้าและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ทองคำยังมีความโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนเชื่อมั่นท่ามกลางความผันผวนของตลาด และนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อิหร่าน และสหรัฐฯ ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อตลาดการลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเพิ่มความผันผวนให้กับสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง ดังนั้นทางเลือกในป้องกัน/การกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุน ได้แก่ กองทุนตราสารหนี้โลก/กองทุนทองคำ/กองทุนพลังงานและน้ำมันดิบ/กองทุนหุ้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 

กองทุนที่เกี่ยวข้อง:

  • UGIS-N ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงทั่วโลกผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่น และมุ่งเน้นสร้างพอร์ตที่มีความสมดุล
  • K-GOLD-A(A) ลงทุนแบบ Passive อ้างอิงราคาทองคำโลก ผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
  • KT-ENERGY ลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก BlackRock Global Funds ­ World Energy Fund
  • I-OIL ลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์น้ำมัน ผ่านกองทุนหลัก United States Oil Fund LP 
  • DAOL-DEFENSE ลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก VanEck Defense UCITS ETF

 

China Recovery

แม้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนจะเผชิญความซบเซาในช่วงที่ผ่านมา แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกว่าเศรษฐกิจจีนอาจผ่านพ้นจุดต่ำสุดและมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในระยะข้างหน้า จากการที่รัฐบาลจีนเริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นที่เริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้น พร้อมกับท่าทีที่กลับมาสนับสนุนภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural change) ที่สำคัญ แม้ภาวะเงินฝืดยังเป็นปัจจัยกดดัน แต่เริ่มเห็นการลดการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการ ขณะที่การเปิดตัว DeepSeek ยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าด้าน AI ของจีน ซึ่งเป็นอีกแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้น

 

กองทุนที่เกี่ยวข้อง:

  • K-CHINA-A(A) ลงทุนแบบเชิงรุกในหุ้นจีน All Shares ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds – China Fund  ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นจีนที่มีการเติบโตสูง
  • MEGA10CHINA-A ลงทุนแบบ Rule-based ใน 10 หุ้นชั้นนำของจีนที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และถูกยอมรับว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง
  • PRINCIPAL CHTECH-A กระจายลงทุนในอย่างน้อย 2 กองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีนซึ่งี่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเทคโนโลยี หรือมีรายได้หลักจากการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
  • KFCSI300-A ลงุทนแบบ Passive ล้อดัชนี CSI 300 Index ผ่านกองทุนหลัก ChinaAMC CSI300 ETF ซึ่งลงทุนในหุ้นชั้นนำจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซิ่นเจิ้น โดยเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ และมีสภาพคล่องสูง 300 บริษัท
  • KF-CHINA ลงุทนแบบ Passive ล้อดัชนี Hang seng China Enterprises Index ผ่านกองทุนหลัก Hang Seng China Enterprises Index ETF ซึ่งลงทุนในหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
  • KKP CHINA-H ลงทุนแบบ Passive โดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการของกองทุนเคลื่อนไหวสอดคล้องกับดัชนี MSCI China All Shares

 

Thai Stocks Deep Valuation

หุ้นไทยได้ปรับตัวลงมาซื้อขายอยู่ที่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่บริเวณ -2SD หรืออยู่ในระดับที่ถูกที่สุดในรอบ 10 ปี เห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากความเชื่อมั่นที่ทำให้ดัชนีหุ้นไทยอาจเจอจุดกลับตัว จากระดับราคาหุ้นไทยรวมถึงกำไรของบริษัทจทะเบียนเริ่มถูกปรับลดประมาณการในอัตราที่ชะลอตัวลง ขณะที่ภาครัฐได้เริ่มออกมาตรการช่วยประคองเศรษฐกิจ ทั้งการออกกองทุน Thai ESG Extra การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการ Jump+ และการออกมาตรการ TISA เป็นต้น

กองทุนที่เกี่ยวข้อง:

  • TISCOHD-A ลงทุนในหุ้นไทยคุณภาพสูง 20-25 ตัวที่มีการจ่ายปันผลดีและมีโอกาสการเติบโตของเงินปันผล โดยใช้กลยุทธ์ Barbell Strategy ระหว่าง Equity Beta และ Dividend Yield ให้เกิดความสมดุล
  • KT-HiDiv-A ลงทุนในหุุ้นไทยคุณภาพสูง 40-60 ตัว โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Core 70% ในหุ้นที่จ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอ และ Satellite 30% ในหุ้นที่มีศักยภาพจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นในอนาคต

 

Nuclear Energy

Nuclear Energy หรือ กลุ่มกองทุนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนิวเคลียร์ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิงยูเรเนียมไปจนถึงเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์ขั้นสูง กลุ่มบริษัทเหล่านี้อยู่ในแนวหน้าของการปฏิวัติพลังงานสะอาดที่จะเปลี่ยนโลกในอนาคต โดยใช้พลังงานนิวเคลียร์ที่ให้พลังงานสะอาดแบบ baseload ตลอด 24 ชั่วโมงและไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการขับเคลื่อน AI data centers และเป้าหมาย net-zero emissions ของโลก แม้ว่าอุตสาหกรรมนิวเคลียร์จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎระเบียบและการยอมรับของสังคม แต่ก็มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่สูงจากการฟื้นตัวของยุค Nuclear Renaissance ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Trump

กองทุนที่เกี่ยวข้อง:

  • PRINCIPAL GCLEAN-A ลงทุนแบบ Passive อ้างอิงดัชนี  MVIS Global Uranium & Nuclear Energy ซึ่งรวบรวมหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์อย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ผ่านกองทุนหลัก VanEck Uranium and Nuclear ETF
  • X-NUCTECH ลงทุนแบบ Passive อ้างอิงดัชนี  MarketVector™ Global Uranium and Nuclear Energy Infrastructure ซึ่งรวบรวมหุ้นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์และเหมืองแร่ยูเรเนียม ผ่านกองทุนหลัก VanEck Uranium and Nuclear Technologies UCITS ETF
Most Viewed Ideas
Related Ideas
Most Viewed Ideas