- แม้ว่าส่วนต่างราคาปิโตรเคมีฟื้นตัวอย่างมาก จากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลางที่ช่วยหนุนส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์ PP, PE, ABS และกลุ่ม Styrenics แต่ผู้บริหารมองว่าความต้องการของผู้ใช้งานปลายทางยังคงอ่อนแอ โดยลูกค้ายังคงใช้กลยุทธ์การจัดซื้อแบบ “wait-and-see” และรักษาระดับสินค้าคงเหลือให้อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น การฟื้นตัวของส่วนต่างราคาจึงยังเกิดจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก มากกว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ในวงกว้าง
- ในช่วง 2Q26 IRPC จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการจัดหาน้ำมันดิบประเภท Brent-linked และ Sweet Crude มากขึ้น เพื่อทดแทนอุปทานจากตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่งผลให้ Crude Premium และต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริหารคาดว่าสถานการณ์ใน 2H26 จะผ่อนคลายลงเมื่อการจัดหาน้ำมันดิบกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้าน Premium และค่าขนส่งลงได้บางส่วน
- ในช่วงที่เกิดภาวะตึงตัวด้านวัตถุดิบและต้นทุนสูง บริษัทตัดสินใจไม่ประกาศ Force Majeure แม้ว่าจะสามารถทำได้เชิงธุรกิจก็ตาม โดยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและการรักษาความน่าเชื่อถือในฐานะคู่ค้าหลัก กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ IRPC สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและยังได้รับลูกค้ารายใหม่ระดับสากลเพิ่มขึ้นในภายหลัง ผู้บริหารมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการลงทุนในความยั่งยืนทางการค้าระยะยาวมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น
- IRPC ยังคงใช้กลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งทางการเงินผ่านการสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ การลดหนี้ และการบริหารสภาพคล่อง ในช่วง 1H26 บริษัทรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนใน WHAIER ออกหุ้นกู้มูลค่า 8.5 พันลบ. ได้สำเร็จ และลดภาระหนี้ตามแผน ด้วยเงินสดในมือ 27.5 พันลบ. และอัตราส่วน Net IBD/Equity เพียง 0.5 เท่า ฝ่ายบริหารเชื่อว่าบริษัทมีความพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน
- ผู้บริหารยืนยันความมุ่งมั่นต่อกรอบการปรับเปลี่ยนองค์กร 4R พร้อมต่อยอดสู่ “4R Plus” โดยมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การขยายสู่ธุรกิจมูลค่าเพิ่มสูง และการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ที่สำคัญ บริษัทตั้งเป้ากระจายแหล่งที่มาของกำไรออกจากธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่มีความผันผวนตามวัฏจักร ไปสู่รายได้ประจำที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
- IRPC เห็นความจำเป็นในการสร้างความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้างของผลประกอบการ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของธุรกิจที่เกิดจากราคาน้ำมัน โครงการสำคัญประกอบด้วยการสร้างรายได้ประจำจากการให้เช่าที่ดิน การขายสาธารณูปโภค โอกาสในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ สินทรัพย์ท่าเรือ และการลงทุนต่อยอดในธุรกิจปิโตรเคมีปลายน้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง แม้ว่าราคาน้ำมันจะคงยังผันผวนในระยะถัดไป
- IRPC ยังมีสินทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ของ IRPC บริษัทถือครองที่ดินในจังหวัดระยองราว 6,000 ไร่ โดยมีพื้นที่เกือบ 1,000 ไร่ที่พร้อมพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต ผู้บริหารอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์หลายราย และสามารถหาผู้เช่าระยะยาวจากอุตสาหกรรมรีไซเคิลของสหรัฐฯ ได้แล้ว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้จากการขายสาธารณูปโภคและค่าเช่าประจำในอนาคต
- ในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมี ผู้บริหารยังคงให้ความสำคัญกับการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้า Specialty ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันสัดส่วนผลิตภัณฑ์ Specialty อยู่ที่ประมาณ 45% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ โดยตั้งเป้าให้สูงกว่า 50% ในระยะกลาง และแตะระดับ 60% ภายในปี 2573 กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในทุกช่วงวัฏจักรตลาด
- ผู้บริหารยังมองว่าการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดในการรักษาความสามารถในการทำกำไร บริษัทกำลังดำเนินการเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลก พร้อมเดินหน้าโครงการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน บริหารค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ เป้าหมายคือการสร้างโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำลงอย่างยั่งยืน มากกว่าการพึ่งพาสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย
- ผู้บริหารระบุว่าบริษัทยังคงยึดมั่นในนโยบายการจ่ายเงินปันผล ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงินและการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น แม้ว่าผลประกอบการยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันและภาวะตลาด แต่การมีงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้น ภาระหนี้ที่ลดลง และสภาพคล่องที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอนาคต โดยอยู่ระหว่างการพิจารณราว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหรือไม่
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf