
Waymo มีรายงานว่ากำลังพิจารณายุติความร่วมมือกับ Uber และเตรียมเปิดบริการ Robotaxi ใน Austin และ Atlanta ผ่านแพลตฟอร์มของตนเองตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 ส่งผลให้หุ้น Uber ลดลง 4.3% จากความกังวลว่าบริษัทอาจสูญเสียพันธมิตรยานยนต์ไร้คนขับรายสำคัญและเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อบทบาทตัวกลางในอุตสาหกรรม Robotaxi
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่รายได้ซึ่ง Uber อาจสูญเสียในทันที แต่อยู่ที่ว่า ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Robotaxi ที่ประสบความสำเร็จจะยังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเรียกรถหรือไม่ หาก Waymo สามารถหาลูกค้าและบริหารกองรถผ่านแอปของตนเองได้ การเจรจาต่อรองรายได้จะย้ายจากแพลตฟอร์มอย่าง Uber ไปยังเจ้าของระบบขับขี่อัตโนมัติอย่าง Waymo มากขึ้น...?
การแข่งขันกำลังแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
|
บริษัท/แพลตฟอร์ม |
รูปแบบธุรกิจ |
จุดแข็ง |
จุดอ่อน |
ความสัมพันธ์กับ Uber |
|
Waymo / Alphabet |
พัฒนาเทคโนโลยีและให้บริการผ่านแอปของตนเอง รวมถึงร่วมกับพันธมิตรบางเมือง |
เทคโนโลยี Level 4 มีข้อมูลการวิ่งจริงสูง ความปลอดภัยได้รับการพิสูจน์ และเริ่มมีขนาดเชิงพาณิชย์ |
ต้นทุนเซนเซอร์ รถยนต์ และการบริหารกองรถสูง การขยายเมืองยังต้องทำเป็นรายพื้นที่ |
มีแนวโน้มลดการพึ่งพา Uber และเข้าสู่ Austin/Atlanta โดยตรงในปี 2028 |
|
Tesla |
ควบคุมรถยนต์ ระบบขับขี่ และแอป Robotaxi แบบครบวงจร |
ฐานรถยนต์ขนาดใหญ่ ต้นทุนฮาร์ดแวร์ต่ำกว่า และสามารถผลิตรถเฉพาะทางอย่าง Cybercab |
ความปลอดภัยและความสามารถในการให้บริการแบบไร้ผู้ควบคุมยังต้องพิสูจน์เพิ่มเติมในหลายพื้นที่ |
ไม่มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการพึ่ง Uber หากเครือข่ายของตนเองขยายได้ |
|
Uber |
แพลตฟอร์มเรียกรถและบริหารอุปสงค์ เชื่อมผู้ขับขี่ รถเช่า และ Robotaxi หลายค่าย |
ฐานผู้ใช้ทั่วโลก สภาพคล่องของเครือข่าย ระบบกำหนดราคา และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารกองรถ |
ไม่มีเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติหลักของตนเอง เสี่ยงถูกผู้พัฒนา Robotaxi รายใหญ่ตัดออก |
กระจายพันธมิตรไปยัง WeRide, Baidu, Nuro, Lucid และผู้พัฒนารายอื่น |
|
Baidu Apollo Go |
พัฒนาเทคโนโลยีและกองรถเอง โดยเน้นจีนและขยายต่างประเทศผ่านพันธมิตร |
มีจำนวนเที่ยวสะสมมากกว่า 20 ล้านเที่ยว ณ ก.พ. 2026 และได้เปรียบด้านต้นทุนในจีน |
การขยายตลาดตะวันตกเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและภูมิรัฐศาสตร์ |
มีความร่วมมือเพื่อเข้าสู่ตลาดนอกสหรัฐฯ และจีน |
|
WeRide |
ผู้พัฒนาระบบ Level 4 ร่วมมือกับแพลตฟอร์มและหน่วยงานท้องถิ่น |
มีใบอนุญาตหลายประเทศและขยายเชิงพาณิชย์ในตะวันออกกลางได้เร็ว |
ขนาดกองรถและฐานผู้ใช้ยังเล็กกว่า Waymo ต้องพึ่งพันธมิตรด้านเงินทุนและการกระจายบริการ |
เป็นพันธมิตรสำคัญของ Uber ตั้งเป้าขยายเพิ่ม 15 เมืองใน 5 ปี |
|
Pony.ai / Nuro |
ขายหรือให้บริการระบบขับขี่ผ่านผู้ผลิตรถและแพลตฟอร์ม |
มีเทคโนโลยีเฉพาะทางและสามารถใช้พันธมิตรลดเงินลงทุนด้านกองรถ |
อำนาจต่อรองต่ำกว่าผู้ที่ควบคุมทั้งรถ เทคโนโลยี และลูกค้า |
Uber ใช้เป็นทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพา Waymo |
|
Lyft |
แพลตฟอร์มเรียกรถ เน้นการร่วมมือกับผู้พัฒนา Robotaxi |
มีฐานผู้ใช้ในอเมริกาเหนือและไม่ต้องรับความเสี่ยงด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมด |
ขนาดและฐานเงินทุนต่ำกว่า Uber รวมถึงมีพันธมิตรน้อยกว่า |
เป็นคู่แข่งโดยตรงด้านการเป็นแพลตฟอร์มรวบรวม Robotaxi |
Waymo ให้บริการมากกว่า 400,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ตั้งแต่ต้นปี 2026 และขยายพื้นที่ครอบคลุมกว่า 1,400 ตารางไมล์ใน 11 เมือง ขณะที่ Baidu ระบุว่า Apollo Go มีจำนวนเที่ยวสะสมเกิน 20 ล้านเที่ยว ส่วน Uber ใช้กลยุทธ์กระจายพันธมิตร โดยมีข้อตกลงกับ WeRide เพื่อขยาย 15 เมือง และวางแผนใช้รถ Lucid ที่ติดตั้งระบบของ Nuro อย่างน้อย 20,000 คันในระยะ 6 ปี
|
ช่วงแรกของอุตสาหกรรม |
ช่วงที่กำลังเกิดขึ้น |
|
ผู้พัฒนา Robotaxi ต้องพึ่ง Uber เพื่อเข้าถึงผู้โดยสาร |
ผู้พัฒนารายใหญ่เริ่มมีฐานลูกค้าและแอปของตนเอง |
|
Uber มีอำนาจต่อรองจากการควบคุมอุปสงค์ |
Waymo และ Tesla อาจควบคุมทั้งอุปสงค์และอุปทาน |
|
ความร่วมมือช่วยแบ่งต้นทุนและความเสี่ยง |
การแยกตัวช่วยให้เจ้าของเทคโนโลยีเก็บข้อมูลและกำไรได้มากขึ้น |
|
ผู้ชนะอาจมีหลายรายในแต่ละเมือง |
มีแนวโน้มเกิดการแข่งขันแบบระบบปิดระหว่าง Waymo, Tesla และแพลตฟอร์มรวมพันธมิตรของ Uber |
ในระยะยาว อุตสาหกรรมอาจมีโครงสร้างคล้ายธุรกิจโทรศัพท์มือถือ คือมีทั้งผู้ให้บริการที่ควบคุมระบบครบวงจร และแพลตฟอร์มเปิดที่เชื่อมผู้ผลิตหลายราย โดยผู้ชนะไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่มีระบบขับขี่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีต้นทุนต่อเที่ยวต่ำ ความพร้อมของรถสูง พื้นที่ให้บริการครอบคลุม และสามารถจัดหารถให้เพียงพอในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง
Waymo เป็นตัวอย่างแรกที่ชัดเจนว่า เมื่อผู้พัฒนา Robotaxi มีขนาดเพียงพอ บริษัทอาจไม่ต้องการแบ่งรายได้ ข้อมูลลูกค้า และการควบคุมราคากับ Uber อีกต่อไป ความเสี่ยงเดียวกันอาจเกิดกับ Tesla หรือผู้พัฒนารายอื่นในอนาคต
แม้ Uber จะยังเป็นช่องทางหาลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ แต่เจ้าของเทคโนโลยีและกองรถเป็นผู้รับความเสี่ยงด้านเงินลงทุน จึงอาจเรียกร้องส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประโยชน์จากการลดต้นทุนคนขับไม่ได้ตกอยู่กับ Uber ทั้งหมด
ข้อตกลงกับ Lucid และ Nuro กำหนดให้ Uber หรือพันธมิตรกองรถเป็นเจ้าของและบริหารรถ โดย Uber ยังเตรียมลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ในทั้งสองบริษัท กลยุทธ์นี้ช่วยสร้างอุปทานเฉพาะสำหรับ Uber แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินลงทุน สินทรัพย์ และการใช้งานกองรถ
Uber ต้องบริหารรถที่มีคนขับ รถเช่า และ Robotaxi หลายระบบพร้อมกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความครอบคลุม แต่ทำให้การจัดเส้นทาง การกำหนดราคา การรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ และการดูแลคุณภาพบริการซับซ้อนกว่าโมเดลแบบปิดของ Waymo หรือ Tesla
การแยกจาก Uber หมายความว่า Waymo ต้องรับผิดชอบมากขึ้นทั้งการหาลูกค้า การบริหารกองรถ การทำความสะอาด การชาร์จไฟ การซ่อมบำรุง และการบริการลูกค้า ต้นทุนเหล่านี้อาจทำให้ระยะเวลาถึงจุดคุ้มทุนยาวขึ้น
ระบบ Level 4 ยังต้องได้รับอนุญาตและปรับให้เหมาะกับพื้นที่ให้บริการ สภาพอากาศ ถนน และกฎจราจร แม้ Waymo ระบุว่าระบบรุ่นที่ 6 มีต้นทุนต่ำลงและรองรับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายขึ้น แต่การขยายระดับประเทศยังไม่ใช่กระบวนการที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
Waymo ใช้กล้อง เรดาร์ และ LiDAR เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ขณะที่ Tesla ใช้ระบบกล้องเป็นหลัก ซึ่งอาจมีต้นทุนต่อรถต่ำกว่า หาก Tesla พิสูจน์ความปลอดภัยและขยายบริการได้ในวงกว้าง Waymo อาจเผชิญแรงกดดันด้านราคาและเงินลงทุน (Reuters)
|
Alphabet (GOOGL) |
มองบวกต่อ Waymo มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ข้อมูล และขนาดการให้บริการ การสร้างแพลตฟอร์มตรงเพิ่มโอกาสเก็บมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านเงินทุนถูกจำกัดด้วยกระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก |
|
Uber (UBER) |
มอง ธุรกิจหลักและเครือข่ายยังแข็งแกร่ง แต่ความเสี่ยงที่พันธมิตร Robotaxi ชั้นนำจะสร้างระบบปิดของตนเองเพิ่มขึ้น ควรติดตามเงื่อนไขรายได้และความคืบหน้าของพันธมิตรทดแทน |
|
Tesla (TSLA) |
มองว่าเก็งกำไรอย่างระมัดระวังโมเดลครบวงจรมีศักยภาพด้านต้นทุนและขนาด แต่การประเมินมูลค่าขึ้นอยู่กับความสามารถในการขยายบริการไร้ผู้ควบคุมและการพิสูจน์ความปลอดภัย |
|
WeRide / Pony.ai |
มองบวกจากความต้องการของ Uber ที่ต้องกระจายพันธมิตร แต่ยังมีความเสี่ยงจากเงินลงทุน การขาดทุน และการพึ่งพาแพลตฟอร์มภายนอก |
เรามองว่าข่าวนี้สนับสนุนมุมมองว่า Robotaxi จะไม่พัฒนาเป็นตลาดที่ Uber ควบคุมช่องทางจำหน่ายเพียงรายเดียว แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่างระบบปิดของ Waymo และ Tesla กับระบบเปิดของ Uber ที่รวบรวมผู้พัฒนาหลายค่าย เราให้น้ำหนัก Alphabet มากกว่า Uber ในเชิงโครงสร้าง เนื่องจาก Alphabet เป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่ขาดแคลนที่สุดคือเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์จริง ขณะที่ Uber ต้องพิสูจน์ว่าสภาพคล่องของเครือข่ายและฐานผู้ใช้สามารถรักษาอำนาจต่อรองกับเจ้าของ Robotaxi ได้ในระยะยาว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน