
จีนประกาศแผนพลังงานหมุนเวียนฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) มุ่งเปลี่ยนบทบาทพลังงานสะอาดจากแหล่งผลิตเสริมสู่แหล่งพลังงานหลักที่มั่นคง โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตลมและแสงอาทิตย์รวมมากกว่า 2.8 พันล้านกิโลวัตต์ ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 50% ของประเทศ พร้อมปรับทิศทางจากการเน้นติดตั้งแผงโซลาร์และกังหันลมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การทุ่มลงทุนในระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โรงไฟฟ้าเสมือน และพลังงานลมนอกชายฝั่งเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน มากกว่ากลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ขั้นต้นที่ยังเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
ภาพรวมแผนพลังงานหมุนเวียนปี 2026–2030
จีนประกาศแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนฉบับที่ 15 ครอบคลุมช่วงปี 2026–2030 โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนบทบาทของพลังงานสะอาดจากแหล่งผลิตไฟฟ้าเสริมไปสู่แหล่งพลังงานหลักที่สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ ภายในปี 2030 จีนตั้งเป้าเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นประมาณ 1.8 พันล้านตันเทียบเท่าถ่านหิน เพิ่มขึ้นราว 53% จากปี 2025 ขณะที่กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวมจะเพิ่มเป็นประมาณ 3.5 พันล้านกิโลวัตต์ และมีปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมราว 6 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
กำลังผลิตจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์จะเพิ่มเป็นมากกว่า 2.8 พันล้านกิโลวัตต์ คิดเป็นมากกว่า 50% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ และผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 4 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือประมาณ 30% ของการผลิตไฟฟ้ารวม อย่างไรก็ดี จุดสำคัญของแผนไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวนแผงโซลาร์และกังหันลม แต่ครอบคลุมถึงการลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายส่งไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ โรงไฟฟ้าเสมือน และระบบบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้า เพื่อทำให้พลังงานหมุนเวียนสามารถทดแทนโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าเชื่อถือมากขึ้น
เป้าหมายสำคัญภายในปี 2030
|
รายการ |
ปี 2025 |
เป้าหมายปี 2030 |
การเปลี่ยนแปลง |
|
การใช้พลังงานหมุนเวียน |
1.18 พันล้านตันเทียบเท่าถ่านหิน |
1.8 พันล้านตัน |
เพิ่มขึ้นราว 53% |
|
กำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนรวม |
2.34 พันล้านกิโลวัตต์ |
3.5 พันล้านกิโลวัตต์ |
เพิ่มขึ้นราว 50% |
|
กำลังผลิตลมและแสงอาทิตย์ |
1.84 พันล้านกิโลวัตต์ |
มากกว่า 2.8 พันล้านกิโลวัตต์ |
เพิ่มอย่างน้อย 960 กิกะวัตต์ |
|
การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน |
4 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง |
6 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง |
เพิ่มขึ้น 50% |
|
การผลิตไฟฟ้าจากลมและแสงอาทิตย์ |
2.3 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง |
มากกว่า 4 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง |
เพิ่มขึ้นมากกว่า 70% |
|
โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ |
66 กิกะวัตต์ |
160 กิกะวัตต์ |
เพิ่มขึ้นราว 94 กิกะวัตต์ |
|
พลังงานลมนอกชายฝั่ง |
— |
มากกว่า 100 กิกะวัตต์ |
เร่งพัฒนาโครงการใหม่ |
|
การผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน |
0.25 ล้านตัน |
2 ล้านตัน |
เพิ่มขึ้น 8 เท่า |
|
สัดส่วนไฟฟ้าลมและแสงอาทิตย์ช่วงความต้องการสูงสุด |
ราว 10% |
มากกว่า 20% |
เพิ่มขึ้นเท่าตัว |
จากการเพิ่มกำลังผลิตสู่การเพิ่มเสถียรภาพ
ทิศทางนโยบายสะท้อนว่าจีนเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของพลังงานหมุนเวียนมากกว่าการติดตั้งกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากไฟฟ้าจากลมและแสงอาทิตย์มีความผันผวนตามสภาพอากาศ ทำให้ระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องมีแหล่งกักเก็บพลังงานและอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมากขึ้น จีนจึงตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตที่สามารถรองรับช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 300 กิกะวัตต์ในช่วงห้าปีข้างหน้า
แผนดังกล่าวจะสนับสนุนการติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ ระบบควบคุมแรงดันและความถี่ ตลอดจนเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ นอกจากนี้ โครงการผลิตไฟฟ้าใหม่จะต้องได้รับการออกแบบให้สามารถจ่ายไฟได้อย่างมั่นคงมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าลมและแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่แห่งใหม่ควรมีกำลังผลิตที่เชื่อถือได้อย่างน้อย 10% และอาจสูงกว่า 20% สำหรับพื้นที่ที่มีความพร้อม
การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าเป็นเงื่อนไขสำคัญ
การเพิ่มกำลังผลิตลมและแสงอาทิตย์มากกว่า 960 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 จำเป็นต้องมาพร้อมการขยายระบบส่งและจ่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะการขนส่งไฟฟ้าจากฐานพลังงานขนาดใหญ่ในภาคเหนือและพื้นที่ทะเลทรายไปยังศูนย์กลางเศรษฐกิจทางตะวันออกและตอนใต้ของประเทศ
จีนจึงมีแนวโน้มเร่งลงทุนในสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลง สวิตช์เกียร์ ระบบควบคุมโครงข่าย และระบบส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงพิเศษ ขณะเดียวกัน การเติบโตของพลังงานแบบกระจายตัวในภาคอุตสาหกรรม อาคาร การขนส่ง และภาคเกษตร จะเพิ่มความต้องการลงทุนในโครงข่ายระดับท้องถิ่น ระบบไมโครกริด และอุปกรณ์จัดการพลังงานภายในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม
พลังงานแบบกระจายตัวและโรงไฟฟ้าเสมือน
แผนตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัวมากกว่า 300 กิกะวัตต์ โดยครอบคลุมหลังคาโรงงาน อาคารพาณิชย์ ระบบขนส่ง พื้นที่เกษตร และที่อยู่อาศัย การเติบโตดังกล่าวจะเพิ่มความซับซ้อนของระบบไฟฟ้า เนื่องจากมีผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยจำนวนมากเชื่อมต่อกับโครงข่ายพร้อมกัน
ด้วยเหตุนี้ โรงไฟฟ้าเสมือนและระบบบริหารพลังงานจึงมีบทบาทมากขึ้นในการรวบรวมกำลังผลิตจากแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า และผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการใช้พลังงาน เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายดังกล่าวเป็นบวกต่อผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมโครงข่าย ระบบพยากรณ์กำลังผลิต และอุปกรณ์สื่อสารสำหรับระบบไฟฟ้า
โอกาสจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง
จีนตั้งเป้าให้กำลังผลิตพลังงานลมนอกชายฝั่งสะสมมากกว่า 100 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 พร้อมขยายโครงการจากพื้นที่ใกล้ชายฝั่งไปสู่พื้นที่ทะเลลึกมากขึ้น การพัฒนาโครงการดังกล่าวจะสนับสนุนความต้องการกังหันลมขนาดใหญ่ ฐานราก สายเคเบิลใต้น้ำ อุปกรณ์ติดตั้ง และเรือสำหรับก่อสร้างและบำรุงรักษา
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพลังงานลมนอกชายฝั่งยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนก่อสร้างสูง ความซับซ้อนของโครงการ การอนุมัติพื้นที่ทางทะเล และการแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิตกังหัน นักลงทุนจึงควรเลือกบริษัทที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี ฐานคำสั่งซื้อแข็งแกร่ง และสามารถควบคุมต้นทุนโครงการได้ มากกว่าพิจารณาจากการเติบโตของกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว
ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และเชื้อเพลิงสีเขียว
จีนต้องการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนนอกภาคการผลิตไฟฟ้าเป็น 150 ล้านตันเทียบเท่าถ่านหิน และเพิ่มการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 2 ล้านตันภายในปี 2030 โดยมุ่งนำไฟฟ้าส่วนเกินจากพื้นที่ที่มีทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์สูงไปผลิตไฮโดรเจน แอมโมเนีย เมทานอล และเชื้อเพลิงสำหรับภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง
แนวทางดังกล่าวอาจช่วยลดการสูญเสียจากการส่งไฟฟ้าระยะไกลและสร้างแหล่งความต้องการใหม่ให้กับโครงการพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ดี ความสามารถในการทำกำไรของโครงการยังขึ้นอยู่กับต้นทุนไฟฟ้า ราคาของเครื่องผลิตไฮโดรเจน โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง และส่วนต่างราคากับเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม จึงยังเป็นธีมลงทุนระยะยาวมากกว่าปัจจัยสนับสนุนกำไรในทันที
มุมมองของ INVX
ในเชิงกลยุทธ์ เรามองว่า NARI Technology, China XD Electric และ Sungrow มีความเชื่อมโยงกับแผนมากที่สุด เพราะได้ประโยชน์ทั้งจากการขยายโครงข่ายไฟฟ้า การเพิ่มความเสถียรของระบบ และการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน ขณะที่หุ้นผู้ผลิตกังหันลมหรือแผงโซลาร์ เช่น Goldwind, LONGi และ JinkoSolar แม้ได้แรงหนุนด้านปริมาณติดตั้ง แต่ยังมีความเสี่ยงจากกำลังการผลิตส่วนเกินและการแข่งขันด้านราคา
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน