
การสอบสวนกรณีผูกขาดตลาดของ Trip.com (TRIPCOM23) ที่เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2026 เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยหน่วยงานกำกับดูแลของจีน (SAMR) สั่งลงโทษปรับและริบผลประโยชน์รวม 5.18 พันล้านหยวน คิดเป็นค่าปรับ 3.52 พันล้านหยวน หรือ 7.5% ของยอดขายในประเทศ และเงินริบ 1.66 พันล้านหยวน พร้อมสั่งคืนเงินโรงแรมอีก 122 ล้านหยวน แม้ตัวเลขจะค่อนข้างสูงแต่บริษัทมีสภาพคล่องรองรับได้ไหว จึงช่วยปลดล็อกความกังวลด้านกฎระเบียบและอาจส่งผลบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
1) ประเด็นสำคัญ
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของจีนสั่งปรับและริบผลประโยชน์จาก Trip.com Group รวม 5.18 พันล้านหยวน หลังพบว่าบริษัทใช้สถานะผู้นำในตลาดจองโรงแรมออนไลน์เพื่อจำกัดการแข่งขัน ตั้งแต่การบังคับโรงแรมทำสัญญาเฉพาะกับแพลตฟอร์ม ไปจนถึงการกำหนดให้เสนอราคาต่ำที่สุดบน Trip.com
แม้มูลค่าบทลงโทษสูงกว่ากรณีแพลตฟอร์มรายใหญ่ในอดีตเมื่อเทียบกับยอดขายในประเทศ แต่ผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ เนื่องจาก Trip.com มีสภาพคล่องสูง ขณะเดียวกัน การสิ้นสุดการสอบสวนช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่กดดันราคาหุ้นมาตั้งแต่ต้นปี
อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญหลังจากนี้ไม่ใช่ค่าปรับเพียงครั้งเดียว แต่คือผลจากการยกเลิกข้อตกลงผูกขาด การยุติเงื่อนไขราคาต่ำสุด และการปรับระบบจัดสรรจำนวนผู้เข้าชม ซึ่งอาจลดอำนาจต่อรองและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโรงแรมในประเทศในระยะกลาง
2) รายละเอียดบทลงโทษ
สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน หรือ SAMR สรุปผลการสอบสวนที่เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2026 โดยระบุว่า Trip.com ใช้สถานะครองตลาดบริการจองโรงแรมออนไลน์ในประเทศจีนเพื่อดำเนินพฤติกรรมที่จำกัดการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2020
บทลงโทษรวมมีมูลค่า 5.179 พันล้านหยวน แบ่งเป็นดังนี้
|
รายการ |
มูลค่า |
รายละเอียด |
|
ค่าปรับ |
3.521 พันล้านหยวน |
คิดเป็น 7.5% ของยอดขายในประเทศจีนปี 2025 ที่ 46.958 พันล้านหยวน |
|
ริบผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิด |
1.658 พันล้านหยวน |
รายได้หรือผลประโยชน์จากแนวปฏิบัติที่หน่วยงานเห็นว่าฝ่าฝืนกฎหมาย |
|
เงินที่ต้องคืนแก่ผู้ประกอบการโรงแรม |
122 ล้านหยวน |
เงินสำรองคำสั่งซื้อหรือเงินประกันที่บริษัทหักจากโรงแรม |
|
รวมค่าปรับและเงินริบ |
5.179 พันล้านหยวน |
ไม่รวมเงินคืนแก่ผู้ประกอบการโรงแรม |
อัตราค่าปรับที่ 7.5% ของยอดขายในประเทศสูงกว่ากรณี Alibaba ซึ่งเคยถูกปรับราว 4% และ Meituan ที่ประมาณ 3% สะท้อนว่าหน่วยงานกำกับมองว่าพฤติกรรมของ Trip.com มีความรุนแรง ครอบคลุมผู้ประกอบการจำนวนมาก และดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
3) พฤติกรรมที่ถูกระบุว่าเป็นการผูกขาด
3.1) บังคับโรงแรมบางกลุ่มทำสัญญาเฉพาะ
Trip.com เสนอสิทธิประโยชน์ด้านการมองเห็นบนแพลตฟอร์ม การจัดสรรจำนวนผู้เข้าชม และการสนับสนุนทางการตลาดให้แก่โรงแรมที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพิเศษ เพื่อแลกกับการที่โรงแรมเหล่านั้นไม่ร่วมมือกับแพลตฟอร์มคู่แข่ง
แนวปฏิบัติดังกล่าวทำให้โรงแรมที่มีคุณภาพสูง มียอดจองมาก หรือได้รับความนิยมจากลูกค้า ถูกจำกัดไม่ให้เสนอห้องพักผ่านแพลตฟอร์มอื่น เช่น Fliggy, Douyin หรือ Meituan
3.2) บังคับให้ Trip.com มีราคาต่ำที่สุด
บริษัทกำหนดให้โรงแรมหลายกลุ่มเสนอราคาบน Trip.com ต่ำกว่าหรือเท่ากับทุกแพลตฟอร์มอื่น โดยใช้ทั้งระบบอัตโนมัติและการดำเนินการด้วยบุคลากรเพื่อตรวจสอบและปรับลดราคา
เครื่องมือที่ถูกกล่าวถึงรวมถึงระบบช่วยปรับราคาและระบบติดตามราคาห้องพักบนแพลตฟอร์มอื่น หากพบว่าราคาบน Trip.com สูงกว่า บริษัทสามารถลดราคาลงได้โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากโรงแรมในบางกรณี
3.3) ใช้ระบบจัดสรรจำนวนผู้เข้าชมเป็นแรงกดดัน
โรงแรมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอาจถูกลดการมองเห็น ถอดสถานะพิเศษ หรือถูกหักเงินสำรองคำสั่งซื้อ
เนื่องจาก Trip.com มีส่วนแบ่งตลาดจองการท่องเที่ยวออนไลน์ในจีนประมาณ 56% และเป็นแหล่งลูกค้าสำคัญสำหรับโรงแรมจำนวนมาก ระบบจัดสรรจำนวนผู้เข้าชมจึงกลายเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรองเหนือผู้ประกอบการ
4) มาตรการแก้ไขของ Trip.com
Trip.com ยอมรับคำตัดสินและประกาศว่าจะดำเนินมาตรการแก้ไข 19 ข้อ ครอบคลุม 5 ด้านหลัก
4.1) ยกเลิกข้อตกลงเฉพาะกับโรงแรม
บริษัทจะยุติระบบโรงแรมกลุ่มพิเศษที่ผูกกับเงื่อนไขห้ามร่วมมือกับแพลตฟอร์มอื่น พร้อมปรับสัญญาและยกเลิกสิทธิพิเศษด้านการจัดสรรจำนวนผู้เข้าชมที่เกี่ยวข้อง
ในระยะต่อไป Trip.com จะต้องออกแบบระบบจัดระดับผู้ประกอบการใหม่ โดยมีเกณฑ์ที่โปร่งใสและไม่ผูกกับเงื่อนไขการทำธุรกิจแบบเฉพาะแพลตฟอร์ม
4.2) ยุติเงื่อนไขราคาต่ำที่สุด
บริษัทจะยกเลิกข้อกำหนดให้โรงแรมเสนอราคาต่ำที่สุดบน Trip.com ปิดเครื่องมือที่สามารถปรับราคาโดยอัตโนมัติ และห้ามเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโรงแรม
นอกจากนี้ บริษัทต้องคืนเงินสำรองคำสั่งซื้อจำนวน 122 ล้านหยวนให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
4.3) ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมและกฎแพลตฟอร์ม
Trip.com จะยกเลิกโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ผูกกับระดับของโรงแรมบางประเภท เพิ่มความโปร่งใสของกฎแพลตฟอร์ม และลดการบังคับให้โรงแรมเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขาย
มาตรการนี้อาจช่วยลดความขัดแย้งกับผู้ประกอบการ แต่มีความเสี่ยงทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมและประสิทธิภาพในการบริหารราคาลดลง
4.4) เพิ่มการคุ้มครองผู้บริโภคและข้อมูล
บริษัทจะเพิ่มมาตรการป้องกันการเลือกปฏิบัติด้านราคาผ่านข้อมูลขนาดใหญ่ ยกระดับความปลอดภัยของข้อมูล และปรับปรุงกระบวนการรับข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งาน
4.5) สร้างระบบกำกับดูแลภายในระยะยาว
Trip.com จะเพิ่มการตรวจสอบด้านกฎหมายการแข่งขัน ปรับระบบรางวัลและบทลงโทษภายในบริษัท และบรรจุข้อกำหนดด้านการต่อต้านการผูกขาดไว้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจประจำวัน
มุมมองของ INVX ต่อ Trip.com (TRIPCOM23)
1) ผลกระทบต่อผลประกอบการของ Trip.com
1.1) ผลกระทบโดยตรงจากค่าปรับอยู่ในระดับจำกัด
ค่าปรับและเงินริบรวม 5.18 พันล้านหยวนเป็นรายการครั้งเดียว และคิดเป็นสัดส่วนไม่สูงเมื่อเทียบกับสภาพคล่องรวมประมาณ 104 พันล้านหยวน ณ สิ้น 1Q26
ดังนั้น บริษัทไม่น่าจำเป็นต้องเพิ่มทุนหรือลดการลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างมีนัยสำคัญจากค่าปรับเพียงอย่างเดียว และความสามารถในการดำเนินธุรกิจ การซื้อหุ้นคืน หรือการลงทุนต่างประเทศยังไม่น่าถูกจำกัดอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ดี รายการดังกล่าวจะกดดันกำไรสุทธิทางบัญชีในงวดที่รับรู้ และอาจทำให้กระแสเงินสดสุทธิลดลงในระยะสั้น
1.2) ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ธุรกิจโรงแรมในประเทศ
ธุรกิจโรงแรมในประเทศจีนมีความสำคัญสูง โดยมีการประเมินว่ามีสัดส่วนประมาณ 40% ของกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีของกลุ่มในปี 2025
การยกเลิกสัญญาเฉพาะและเงื่อนไขราคาต่ำสุดอาจส่งผลผ่าน 4 ช่องทางหลัก
1. โรงแรมสามารถกระจายห้องพักไปยังแพลตฟอร์มอื่นได้มากขึ้น
2. Trip.com ควบคุมความสม่ำเสมอของราคาได้ลดลง
3. คู่แข่งมีโอกาสเข้าถึงโรงแรมคุณภาพสูงมากขึ้น
4. อำนาจในการกำหนดค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขทางการค้าอาจลดลง
ผลกระทบต่อรายได้อาจไม่เกิดขึ้นทันที เนื่องจาก Trip.com ยังมีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ ความครอบคลุมของบริการ และความแข็งแกร่งของตราสินค้า แต่แรงกดดันต่ออัตรากำไรอาจเริ่มเห็นชัดขึ้นหากบริษัทต้องเพิ่มงบส่งเสริมการขายหรือให้สิทธิประโยชน์แก่โรงแรมเพื่อรักษาห้องพักบนแพลตฟอร์ม
2.) มองราคาหุ้นอาจตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น
แม้บทลงโทษมีมูลค่าสูง แต่การประกาศผลสอบสวนถือเป็นการยุติความไม่แน่นอนที่ตลาดกังวลมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2026
ปัจจัยที่อาจสนับสนุนราคาหุ้น ได้แก่
• บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับค่าปรับ
• หน่วยงานไม่ได้สั่งจำกัดส่วนแบ่งตลาดหรือกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมโดยตรง
• ไม่มีคำสั่งให้แยกธุรกิจหรือจำกัดความร่วมมือด้านสินค้าคงคลังกับพันธมิตร
• แนวปฏิบัติหลักบางส่วนถูกยุติไปก่อนการประกาศคำตัดสินแล้ว
• ราคาหุ้นและมูลค่าการซื้อขายได้สะท้อนความกังวลด้านกฎระเบียบไปมากก่อนหน้านี้
โดยในอดีต หุ้น Alibaba และ Meituan ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังการประกาศปิดคดีสอบสวน เนื่องจากตลาดให้น้ำหนักกับการลดความไม่แน่นอนมากกว่าตัวเลขค่าปรับเพียงครั้งเดียว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน