
ผลประกอบการของ Visa, PayPal และ SoFi สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคผ่านบัตร ออนไลน์ และธุรกรรมข้ามประเทศยังแข็งแกร่ง โดย Visa มีคุณภาพกำไรและความสม่ำเสมอดีที่สุดจากเครือข่ายชำระเงินและบริการมูลค่าเพิ่ม PayPal เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากปริมาณธุรกรรม กำไร และการปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี แม้อัตรากำไรและ Branded Checkout ยังต้องติดตาม ขณะที่ SoFi เติบโตสูงจากสมาชิก สินเชื่อ และการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม แต่ยังมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่าย การขยายงบดุล และคุณภาพสินเชื่อ ทำให้ InnovestX ให้น้ำหนัก Visa มากที่สุด ตามด้วย PayPal ในฐานะหุ้นฟื้นตัว และมอง SoFi เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้สูง
ภาพรวมผลประกอบการของ Visa, PayPal และ SoFi สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังมีความยืดหยุ่น โดยปริมาณชำระเงินผ่านบัตร การใช้จ่ายข้ามประเทศ และธุรกรรมออนไลน์ยังเติบโตสูง ขณะที่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่คุณภาพกำไร โดย Visa มีรูปแบบธุรกิจและอัตรากำไรแข็งแกร่งที่สุด PayPal เริ่มเห็นผลจากการฟื้นฟูธุรกิจ ส่วน SoFi เติบโตเร็วแต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายและการใช้เงินทุนที่สูงขึ้น
|
บริษัท |
รายได้ล่าสุด |
เติบโต YoY |
กำไร/EPS |
เทียบตลาดคาด |
ประเด็นสำคัญ |
|
Visa |
11.63 พันล้านดอลลาร์ |
+14% |
Adj. EPS 3.32 ดอลลาร์ |
รายได้ดีกว่าคาด 2%; EPS ดีกว่าคาด 3% |
ปริมาณใช้จ่าย การเดินทาง และบริการเสริมแข็งแกร่ง |
|
PayPal |
8.68 พันล้านดอลลาร์ |
+4.8% |
Adj. EPS 1.38 ดอลลาร์ |
รายได้ดีกว่าคาด 2.6%; EPS ดีกว่าคาด 8.7% |
ปริมาณชำระเงินและ Transaction Margin ดีกว่าคาด |
|
SoFi |
Adj. net revenue 1.21 พันล้านดอลลาร์ |
+40% |
Adj. EPS 0.12 ดอลลาร์ |
รายได้ดีกว่าคาด 7.7%; EPS ดีกว่าคาด |
สินเชื่อ รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมโตสูง แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด |
Visa รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดจากปริมาณการใช้จ่ายที่ยังแข็งแกร่ง โดย Adjusted net income เพิ่มขึ้น 8% YoY สู่ 6.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้บริการเพิ่มขึ้น 14% และรายได้ประมวลผลข้อมูลเพิ่มขึ้น 17% อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างและเงินชดเชยพนักงาน 563 ล้านดอลลาร์
บริษัทเตรียมลดพนักงานประมาณ 2,600 คน หรือ 7% ของพนักงานทั้งหมด โดยส่วนใหญ่อยู่ในฝ่ายเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและย้ายทรัพยากรไปยัง Consumer Payments, Commercial Payments, Money Movement และบริการมูลค่าเพิ่ม มากกว่าจะสะท้อนปัญหาด้านอุปสงค์
PayPal รายงานรายได้และกำไรดีกว่าคาด โดย Total Payment Volume เพิ่มขึ้น 9.7% YoY สู่ 486.45 พันล้านดอลลาร์ และ Transaction Margin Dollars เพิ่มขึ้น 1.5% สู่ 3.9 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดประมาณ 4% ขณะที่กระแสเงินสดอิสระปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 1.83 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม Adjusted operating margin ลดลงจากประมาณ 20% เหลือ 17% เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 6.9% เร็วกว่ารายได้ สะท้อนว่าการฟื้นตัวด้านปริมาณธุรกรรมยังไม่เปลี่ยนเป็นการขยายอัตรากำไรอย่างเต็มที่
SoFi มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่ม โดย Adjusted net revenue เพิ่มขึ้น 40% YoY สู่ระดับสูงสุดใหม่ราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ จาก Net interest income 788 ล้านดอลลาร์และ Non-interest income 431 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าคาดทั้งคู่ ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 358 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาด 6%
สมาชิกเพิ่มขึ้น 35% YoY สู่ 15.8 ล้านราย และจำนวนผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 42% สู่ 24.4 ล้านผลิตภัณฑ์ แต่ Non-interest expenses อยู่ที่ 1.0 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดประมาณ 5% เนื่องจากบริษัทเพิ่มการตลาด การหาลูกค้า และการลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่
|
บริษัท |
Guidance |
เทียบตลาดคาด |
แนวโน้ม |
|
Visa |
FY26 รายได้โตระดับต้นของเลขสองหลักต่ำ; EPS โตระดับต้นของช่วงเลขสิบกลาง |
ปรับดีขึ้นเล็กน้อย |
ปริมาณชำระเงินยังแข็งแกร่ง แต่การเติบโตเดือนกรกฎาคมชะลอเล็กน้อย |
|
PayPal |
FY26 Adj. EPS ราว 5.38 ดอลลาร์; Transaction Margin Dollars 15.6 พันล้านดอลลาร์ |
สูงกว่าคาด |
Turnaround ดีขึ้น แต่ 3Q26 ยังอ่อนแอจากการลงทุนเพิ่ม |
|
SoFi |
FY26 รายได้ 4.75–4.85 พันล้านดอลลาร์; EBITDA 1.6 พันล้านดอลลาร์ |
รายได้สูงกว่าคาด แต่ EBITDA ตามคาด |
รายได้โต 32–35% แต่บริษัทเลือกนำกำไรกลับไปลงทุน |
Visa ปรับแนวโน้มรายได้และ EPS ทั้งปีขึ้นเล็กน้อย โดยคาดรายได้สุทธิเติบโตที่ระดับต้นของช่วงเลขสองหลักต่ำ และ EPS เติบโตที่ระดับต้นของช่วงเลขสิบกลาง ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคและธุรกิจยังแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ดี ข้อมูลเดือนกรกฎาคมเริ่มเห็นการชะลอลงเล็กน้อย โดยปริมาณการใช้จ่ายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 9% และ Cross-border growth ชะลอจากระดับในไตรมาสก่อน แต่ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
PayPal ปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรทั้งปีเป็นประมาณ 5.38 ดอลลาร์ต่อหุ้น และคาด Transaction Margin Dollars ที่ 15.6 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่คาดว่าจะลดลงเล็กน้อย แสดงว่าการฟื้นตัวของ Branded Checkout, Venmo และ Braintree เริ่มดีกว่าสมมติฐานเดิม
อย่างไรก็ตาม Guidance 3Q26 ยังไม่แข็งแกร่ง โดยคาด EPS ลดลงระดับเลขหลักเดียวต่ำ และ Transaction Margin Dollars เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากบริษัทจะเร่งลงทุนด้านผลิตภัณฑ์และการปรับโครงสร้างในครึ่งปีหลัง
SoFi ปรับเพิ่มกรอบรายได้ทั้งปีจากประมาณ 4.66 พันล้านดอลลาร์ เป็น 4.75–4.85 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 32–35% YoY แต่คง Guidance Adjusted EBITDA ที่ประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์และ EPS ที่ 0.60 ดอลลาร์
การไม่ปรับเพิ่มกำไรตามรายได้สะท้อนว่าบริษัทเลือกลงทุนต่อในธุรกิจสินเชื่อ SME, สินเชื่อบ้าน, Cryptocurrency, Stablecoin และผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ พร้อมเก็บส่วนเผื่อสำหรับความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้น
ผู้บริหารระบุว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคและธุรกิจยังมีความยืดหยุ่น โดยเห็นการเติบโตในหลายหมวดสินค้า รวมถึงเมืองเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก ธุรกิจบริการมูลค่าเพิ่มยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยสร้างรายได้ประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์ และธุรกรรม Visa Direct เพิ่มขึ้น 21%
ฝ่ายบริหารมอง AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การลดพนักงานจึงเป็นการปรับโครงสร้างเพื่อโยกทรัพยากรไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพสูงมากกว่าการตอบสนองต่อการชะลอตัวของปริมาณชำระเงินa
CEO Enrique Lores ระบุว่าแผนฟื้นฟูธุรกิจเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทลดความซับซ้อนของโครงสร้างเหลือสามธุรกิจหลัก ได้แก่ การชำระเงินผู้บริโภค บริการสำหรับร้านค้า และ Venmo พร้อมตั้งเป้าลดต้นทุนรวมอย่างน้อย 1.5 พันล้านดอลลาร์ภายใน 2–3 ปี
PayPal ต้องการเปลี่ยน Venmo จากแอปโอนเงินระหว่างบุคคลไปสู่แพลตฟอร์มบริหารเงินที่กว้างขึ้น ขณะที่ Branded Checkout เริ่มทรงตัว และบริษัทเปิดรับทางเลือกเชิงกลยุทธ์หรือข้อเสนอซื้อกิจการ หากสามารถสร้างมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นได้มากกว่าการดำเนินแผนปัจจุบัน
CEO Anthony Noto มองว่า SoFi กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยจำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าสมาชิก และ 51% ของผลิตภัณฑ์ใหม่มาจากสมาชิกเดิม สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ Cross-selling และการเป็นศูนย์รวมบริการทางการเงิน
CFO ระบุว่าอุปสงค์สินเชื่อยังแข็งแกร่ง แต่บริษัทคง Guidance กำไรเพื่อรักษาความระมัดระวังต่อความไม่แน่นอนของดอกเบี้ย และเพื่อไม่จำกัดการลงทุนในโอกาสเติบโตใหม่
|
ตัวชี้วัด |
ผลล่าสุด |
สัญญาณต่อการบริโภค |
|
Visa Payment Volume |
+10% YoY |
การใช้จ่ายผ่านบัตรยังแข็งแกร่ง |
|
Visa Credit Volume |
+10.1% |
การใช้จ่ายแบบเครดิตยังไม่เห็นการชะลอตัวมาก |
|
Visa Debit Volume |
+9.6% |
การใช้จ่ายประจำวันยังมีความยืดหยุ่น |
|
Visa Cross-border |
+12% ไม่รวมยุโรปภายใน |
การเดินทางและออนไลน์ข้ามประเทศยังแข็งแกร่ง |
|
Visa Cross-border E-commerce |
+16% |
การใช้จ่ายออนไลน์ข้ามประเทศเด่นกว่าการเดินทาง |
|
Visa Travel Cross-border |
+10% |
อุปสงค์เดินทางยังขยายตัว |
|
Visa Processed Transactions |
+9.6% สู่ 71.7 พันล้านรายการ |
ความถี่การทำธุรกรรมยังเพิ่มขึ้น |
|
PayPal TPV |
+9.7% สู่ 486.45 พันล้านดอลลาร์ |
การชำระเงินออนไลน์ยังโตใกล้เคียง Visa |
|
PayPal Transactions |
+8.4% สู่ 6.75 พันล้านรายการ |
การใช้งานต่อบัญชียังเพิ่มขึ้น |
|
Venmo TPV |
+14% สู่ 93.81 พันล้านดอลลาร์ |
P2P และการใช้ Venmo เพื่อชำระค่าสินค้าโตสูง |
|
PayPal Branded Checkout |
+2% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ |
เริ่มทรงตัว แต่ยังโตต่ำกว่าภาพรวมออนไลน์ |
|
PayPal BNPL |
+26% |
ผู้บริโภคใช้ทางเลือกแบ่งจ่ายเพิ่มขึ้น |
|
SoFi Members |
+35% สู่ 15.8 ล้านราย |
การใช้บริการการเงินดิจิทัลยังเพิ่มขึ้น |
|
SoFi Products |
+42% สู่ 24.4 ล้านผลิตภัณฑ์ |
Cross-selling แข็งแกร่งกว่าการเพิ่มลูกค้าใหม่ |
ภาพรวมตัวเลขชี้ว่า การบริโภคยังไม่เข้าสู่ภาวะหดตัว โดย Visa เห็นทั้ง Credit และ Debit volume เติบโตใกล้เคียงกัน ขณะที่ Cross-border e-commerce โต 16% สูงกว่าการเดินทางที่เพิ่มขึ้น 10% แสดงว่าการใช้จ่ายออนไลน์ระหว่างประเทศยังเป็นจุดแข็ง
PayPal มี TPV เพิ่มขึ้นใกล้เคียง Visa และ Venmo เติบโตสูงกว่า แต่ Branded Checkout เพิ่มขึ้นเพียง 2% แสดงว่า PayPal ได้แรงหนุนมากจาก Braintree, Venmo และธุรกิจที่มี Take rate ต่ำกว่าแบรนด์หลัก ขณะที่ Active accounts แทบไม่เพิ่มขึ้น
SoFi ไม่ได้เป็นเครือข่ายชำระเงินโดยตรงแบบ Visa หรือ PayPal แต่การเพิ่มขึ้นของสมาชิก ผลิตภัณฑ์ เงินฝาก และรายได้ค่าธรรมเนียมสะท้อนว่าผู้บริโภคยังใช้บริการทางการเงินดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง
|
ความเสี่ยง |
บริษัทที่ได้รับผลกระทบ |
รายละเอียด |
|
เศรษฐกิจและการบริโภคชะลอตัว |
ทั้งกลุ่ม |
กระทบปริมาณชำระเงิน สินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียม |
|
Cross-border ชะลอตัว |
Visa, PayPal |
รายได้ข้ามประเทศมีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกรรมในประเทศ |
|
การแข่งขันด้าน Digital Wallet |
PayPal, Visa |
Apple Pay, Cash App, Stripe และ Wallet รายอื่นเพิ่มการแข่งขัน |
|
Take rate ลดลง |
PayPal |
การเติบโตของ Braintree และธุรกิจประมวลผลขนาดใหญ่อาจกดดันรายได้ต่อธุรกรรม |
|
ต้นทุนการฟื้นฟูธุรกิจ |
PayPal |
ค่าใช้จ่ายลงทุนและปรับโครงสร้างอาจทำให้อัตรากำไรฟื้นช้ากว่าคาด |
|
คุณภาพสินเชื่อ |
SoFi |
ยังไม่ผ่านการทดสอบในวัฏจักรสินเชื่อขาลงเต็มรูปแบบ |
|
ดอกเบี้ยสูงขึ้น |
SoFi |
เพิ่มต้นทุนเงินทุนและอาจลดความต้องการสินเชื่อ |
|
การถือสินเชื่อในงบดุลเพิ่มขึ้น |
SoFi |
ช่วยรายได้ดอกเบี้ย แต่เพิ่มความเสี่ยงเครดิตและการใช้เงินทุน |
|
ค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด |
Visa, PayPal, SoFi |
อาจทำให้รายได้ที่ดีกว่าคาดไม่ส่งผ่านไปยังกำไรเต็มที่ |
|
กฎระเบียบและค่าธรรมเนียม |
Visa, PayPal |
การกำกับค่าธรรมเนียม การแข่งขัน และข้อมูลผู้บริโภคอาจกดดันโมเดลธุรกิจ |
Visa มีความเสี่ยงระยะใกล้จาก Client incentives ที่เพิ่มขึ้น 18% และ International transaction revenue ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่การเติบโตในเดือนกรกฎาคมเริ่มชะลอเล็กน้อย
PayPal ต้องพิสูจน์ว่า Branded Checkout สามารถกลับมาเติบโตและ Transaction Margin Dollars เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้มาจากการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว
SoFi มีความเสี่ยงสูงที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากการเติบโตพึ่งพาการขยายสินเชื่อและการถือสินเชื่อในงบดุลมากขึ้น ขณะที่ Technology Platform revenue ลดลง 23% จากการสูญเสียลูกค้ารายใหญ่
InnovestX มองกลุ่ม Consumer Spending & Payment เป็นบวกแบบเลือกลงทุน เนื่องจากตัวเลข Visa และ PayPal ยืนยันว่าการใช้จ่ายผ่านบัตร การชำระเงินออนไลน์ และ Cross-border ยังเติบโตระดับสูง แม้เผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยยังไม่เห็นสัญญาณการลดการใช้จ่ายในวงกว้าง
|
ลำดับความน่าสนใจ |
บริษัท |
มุมมอง |
|
1 |
Visa |
คุณภาพดีที่สุดจากเครือข่ายระดับโลก รายได้ค่าธรรมเนียม อัตรากำไรสูง และความเสี่ยงเครดิตต่ำ |
|
2 |
PayPal |
เหมาะกับการลงทุนเชิงฟื้นตัวจากกำไรดีกว่าคาด การปรับเพิ่ม Guidance และการลดต้นทุน แต่ต้องติดตาม Branded Checkout |
|
3 |
SoFi |
การเติบโตสูงที่สุด แต่ความเสี่ยงสูงจากค่าใช้จ่าย คุณภาพสินเชื่อ การขยายงบดุล และมูลค่าหุ้น |
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน