Offshore Stock Update

กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย: กลุ่มบริการเด่น ขณะที่สินค้าหรูหรา รายได้จากจีนทรงตัว

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|30 Jul 26 2:06 PM
lux
สรุปสาระสำคัญ

ภาพรวมผลประกอบการล่าสุดสะท้อนว่า การใช้จ่ายในภาคบริการและประสบการณ์ยังคงแข็งแกร่งกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย นำโดย Starbucks, Hilton และ Royal Caribbean ที่รายงานผลงานดีกว่าคาดพร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรปีนี้ ในขณะที่ กลุ่ม Luxury และสุราระดับบนยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดย Hermès แม้รักษา มาร์จิ้นได้สูงแต่การเติบโตเริ่มชะลอตัวจากตลาดจีนและกลุ่มเครื่องหนัง ส่วน Kering เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนเชิงบวกจากการปรับโครงสร้างแบรนด์ Gucci 

1) ภาพรวมผลประกอบการ


ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนว่าการใช้จ่ายด้านบริการและประสบการณ์ยังแข็งแกร่งกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย โดย Starbucks, Hilton และ Royal Caribbean รายงานผลดีกว่าคาด จากจำนวนลูกค้า การเดินทาง และการใช้จ่ายภายในระบบที่แข็งแรง พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรทั้งปี อย่างไรก็ดี Hilton และ Royal Caribbean ยังมีแรงกดดันจากตะวันออกกลาง ส่วนรายได้ Starbucks ลดลงเล็กน้อยจากการเปลี่ยนธุรกิจจีนเป็นกิจการร่วมค้า ไม่ได้เกิดจากยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนแอ


ด้านสินค้าอุปโภคบริโภคระดับบน Rémy Cointreau มียอดขายดีกว่าคาด จากคอนญักในเอเชียนอกจีน แต่การฟื้นตัวยังไม่กระจายไปยังจีน สหรัฐฯ และสุราประเภทอื่น ขณะที่กลุ่ม Luxury มีทิศทางแตกต่างกันชัดเจน โดย Hermès ยังรักษาการเติบโตและมาร์จิ้นระดับสูง แต่คุณภาพผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดต้องการ เนื่องจากสินค้าหนังและจีนชะลอลง ส่วน Kering มีฐานธุรกิจอ่อนแอกว่า แต่ทิศทางการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น หลัง Gucci หดตัวน้อยกว่าคาดและมาร์จิ้นครึ่งปีแรกดีกว่าตลาดประเมิน


ตารางสรุปผลประกอบการ

 

บริษัท

กำไรและรายได้ดีกว่าคาดไหม?

รายได้/ยอดขาย

กำไรและมาร์จิ้น

ปัจจัยสำคัญ

Starbucks

ดีกว่าคาด

$9.32 พันล้าน, -1% YoY; ยอดขายสาขาเดิม +7.9%

กำไรต่อหุ้น $0.85, +70%; มาร์จิ้น 14.4% จาก 10.1%

ธุรกรรมและยอดใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่ม รายได้ลดจากการเปลี่ยนจีนเป็นกิจการร่วมค้า

Hilton

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

รายได้ +6.5%; รายได้ต่อห้องพัก +3.9%

EBITDA +5%; กำไรต่อหุ้น $2.29

สหรัฐฯ และยุโรปแข็งแรง แต่จีนและตะวันออกกลางอ่อน

Royal Caribbean

ดีกว่าคาด

$4.83 พันล้าน, +6.5%

กำไรต่อหุ้น $4.21; EBITDA -1%; มาร์จิ้น 37.9% จาก 40.8%

ผู้โดยสารและรายได้บนเรือเพิ่ม แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงและดำเนินงานสูง

Rémy Cointreau

ดีกว่าคาด

€223.2 ล้าน, +1.1%; Organic +1.3%

ไม่รายงานกำไรรายไตรมาส

คอนญัก +7.7% ชดเชยสุราอื่น -6.6%

Hermès

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

2Q ยอดขาย +6.7% ที่สกุลเงินคงที่

มาร์จิ้น 1H 41.4%; กำไรสุทธิ -0.4%

อเมริกาและญี่ปุ่นดี แต่จีน สินค้าหนัง และน้ำหอมต่ำกว่าคาด

Kering

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

2Q €3.65 พันล้าน; Comparable +2%

มาร์จิ้น 1H 12.8% จาก 12.4%

Gucci -2% ดีกว่าคาด การปิดร้านและลดต้นทุนเริ่มเห็นผล

 

2.) รายละเอียดผลประกอบการรายบริษัท


2.1) Starbucks: การฟื้นตัวเริ่มขยายสู่กำไร


รายได้สูงกว่าคาด แม้ลดลง 1% YoY จากการเปลี่ยนธุรกิจจีนเป็นกิจการร่วมค้า ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมทั่วโลกเพิ่ม 7.9% จากจำนวนธุรกรรม +4.2% และยอดใช้จ่ายต่อครั้งราว +3.5% อเมริกาเหนือเพิ่ม 8.1% และต่างประเทศเพิ่ม 5.7% โดยญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรเป็นแรงสนับสนุน


มาร์จิ้นเพิ่มขึ้น 430 จุดฐานเป็น 14.4% จากยอดขายที่ดีขึ้น การลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้ยังมีต้นทุนแรงงานและกาแฟเป็นแรงกดดัน


2.2) Hilton: สหรัฐฯ เด่น แต่จีนและตะวันออกกลางยังฉุด


รายได้ต่อห้องพักทั่วโลกเพิ่ม 3.9% โดยสหรัฐฯ +5.4% ยุโรป +4.3% และเอเชียแปซิฟิก +1.2% ขณะที่จีนลดลง 2.2% และตะวันออกกลางกับแอฟริกาลดลงเกือบ 30%


ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เพิ่ม 8% และ EBITDA เพิ่ม 5% แต่ค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานลดลง 8% สะท้อนว่าการเติบโตยังไม่เท่ากันในทุกภูมิภาค


2.3) Royal Caribbean: อุปสงค์ดี แต่ต้นทุนเพิ่มเร็วกว่ารายได้


รายได้เพิ่ม 6.5% จากจำนวนผู้โดยสาร +6% รายได้ตั๋วโดยสารเพิ่มราว 4.5% และรายได้บนเรือเพิ่มราว 11% อย่างไรก็ตาม EBITDA ลดลง 1% และมาร์จิ้นลดลง 290 จุดฐาน เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่ม 12% และต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น


รายได้สุทธิต่อผู้โดยสารเพิ่ม 1.2% ที่สกุลเงินคงที่ สูงกว่ากรอบบริษัท ขณะที่การจองปี 2027 ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต


2.4) Rémy Cointreau: คอนญักแข็งแรง แต่การฟื้นตัวยังกระจุกตัว


คอนญักมีรายได้ €141.9 ล้าน เพิ่ม 8.1% และ Organic +7.7% จากเอเชียแปซิฟิกนอกจีน ขณะที่สุราและเหล้าหวานลดลง 6.6% จากอุปสงค์ที่อ่อนในยุโรป ตะวันออกกลาง จีน และผลจากช่วงเวลาการส่งสินค้า


โดยรายได้ในจีนยังลดลงเล็กน้อย ส่วนสหรัฐฯ เริ่มเห็นการหดตัวชะลอลง แต่ยังไม่กลับมาเติบโต


2.5) Hermès: คุณภาพธุรกิจสูง แต่การเติบโตเริ่มชะลอ


ยอดขาย 2Q26 เพิ่ม 6.7% ที่สกุลเงินคงที่ โดยอเมริกา +13.7% ญี่ปุ่น +12.3% และยุโรป +8.3% แต่เอเชียนอกญี่ปุ่นเพิ่มเพียง 2.5% จากจีนที่ยังไม่ฟื้นชัดเจน


สินค้าหนังเพิ่ม 10.2% แต่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่น้ำหอมลดลง 9.5% มาร์จิ้นยังสูงที่ 41.4% แต่ค่าเงินกดดันรายได้มากกว่า €360 ล้าน


2.6) Kering: จุดเปลี่ยนเชิงบวกเริ่มชัดขึ้น


รายได้ 2Q26 เพิ่ม 2% บนฐาน Comparable หลังหดตัวต่อเนื่องหลายไตรมาส โดย Gucci ลดลงเพียง 2% ดีกว่าคาดและดีขึ้นประมาณ 7 จุดจากไตรมาสก่อน สหรัฐฯ เป็นตลาดนำการฟื้นตัว


มาร์จิ้นครึ่งปีแรกเพิ่มเป็น 12.8% จาก 12.4% จากการปิดร้านที่มีประสิทธิภาพต่ำ ลดจำนวนพนักงาน และควบคุมต้นทุน แม้กำไรสุทธิลดลง 60% จากรายการพิเศษ

 

3) Guidance และแนวโน้ม

 

บริษัท

แนวโน้มที่ปรับ

รายละเอียดแนวโน้ม

Starbucks

ปรับเพิ่มยอดขายสาขาเดิม มาร์จิ้น และกำไรต่อหุ้น

คาดยอดขายสาขาเดิมสหรัฐฯ ทั้งปีเพิ่มมากกว่า 6% จากเดิมอย่างน้อย 5%; มาร์จิ้นดำเนินงานมากกว่า 11%; ปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้นเป็น $2.55–2.65 จาก $2.25–2.45 ขณะที่รายได้รวมยังคาดทรงตัวถึงเพิ่มเล็กน้อย

Hilton

ปรับเพิ่มรายได้ต่อห้องพัก EBITDA และกำไรต่อหุ้น

ปรับเพิ่มรายได้ต่อห้องพักทั่วโลกเป็น +3–3.5% จาก +2–3%; ปรับเพิ่ม EBITDA ทั้งปีเล็กน้อย และเพิ่มกรอบกำไรต่อหุ้นเป็น $8.89–9.01 จาก $8.79–8.91 โดยสหรัฐฯ และยุโรปชดเชยจีนกับตะวันออกกลาง

Royal Caribbean

ปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้น แต่คงแนวโน้มรายได้ต่อผู้โดยสารที่สกุลเงินคงที่

ปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้นเป็น $17.73–17.87 จาก $17.10–17.50; คงรายได้สุทธิต่อผู้โดยสารที่สกุลเงินคงที่ +1.75–2.25% แต่ปรับกรอบแบบรายงานแคบลงเป็น +2.35–2.85% จากผลของค่าเงินและความเสี่ยงยุโรป

Rémy Cointreau

คงเป้ายอดขายและมาร์จิ้น

ยืนยันยอดขาย Organic กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนและมาร์จิ้นดำเนินงาน Organic ดีขึ้นเล็กน้อย โดยคาดแรงส่งยอดขายดีขึ้นตามลำดับ แต่ค่าเงินจะกดดันกำไรดำเนินงาน €5–8 ล้าน

Hermès

คงเป้าการเติบโตของรายได้ระยะกลาง ไม่มี Guidance กำไรตัวเลขชัดเจน

ยืนยันเป้ารายได้เติบโตที่สกุลเงินคงที่และเดินหน้าขยายกำลังผลิตเครื่องหนัง แต่การฟื้นตัวของจีนที่จำกัดและการขึ้นราคาปี 2027 ที่ต่ำลงอาจกดดันรายได้และมาร์จิ้น

Kering

คงเป้ารายได้กลับมาเติบโตและปรับปรุงกำไร

ผู้บริหารคาดรายได้ทั้งปีกลับมาเติบโตและความสามารถทำกำไรดีขึ้น โดยอาศัยการฟื้นตัวของ Gucci สินค้าใหม่ การปิดร้านที่มีประสิทธิภาพต่ำ และการลดต้นทุน แม้ 3Q อาจทรงตัว


Starbucks มีการปรับ Guidance ชัดเจนที่สุด ขณะที่ Hilton และ Royal Caribbean ปรับเพิ่มกำไรแต่ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ส่วน Rémy Cointreau และ Hermès ยังต้องพิสูจน์การฟื้นตัวของจีน ด้าน Kering มีโอกาสปรับประมาณการขึ้น หาก Gucci กลับมาเติบโตได้ตามแผน

 

3) มุมมองผู้บริหาร


Starbucks: ผู้บริหารเชื่อว่าแผน Back to Starbucks เริ่มได้ผลจากจำนวนลูกค้า มาร์จิ้น และกระแสเงินสดที่ดีขึ้น พร้อมเดินหน้าแผนลดต้นทุน $2 พันล้านและใช้เงินจากธุรกรรมจีนลดหนี้


Hilton: มองอุปสงค์แข็งแรงต่อเนื่องถึงปี 2027 โดยเฉพาะโรงแรมระดับกลาง ธุรกิจ และกิจกรรมกลุ่ม ขณะที่จำนวนสัญญาโรงแรมใหม่เพิ่ม 50% QoQ


Royal Caribbean: ยืนยันว่าการจองและราคายังแข็งแรง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบเพียงบางเส้นทาง และยังไม่จำเป็นต้องลดความจุในยุโรป


Rémy Cointreau: เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกในสหรัฐฯ และจีน แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้าแผน RC Forward เพื่อลดความผันผวนของธุรกิจ


Hermès: ยืนยันว่าจะไม่เพิ่มการผลิตหากคุณภาพหนังและช่างฝีมือไม่เพียงพอ พร้อมยอมรับว่าจีนยังทรงตัวมากกว่าฟื้นตัว


Kering: มองว่าความน่าสนใจของ Gucci และประสิทธิภาพการดำเนินงานเริ่มดีขึ้น แต่เตือนว่าการฟื้นตัวจะไม่เป็นเส้นตรง และ 3Q อาจยังทรงตัว

 

4) มุมมองของ INVX


ผลประกอบการชุดนี้สะท้อนว่า การใช้จ่ายด้านประสบการณ์ยังมีความยืดหยุ่นกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย โรงแรม เรือสำราญ และร้านอาหารสามารถเพิ่มรายได้ผ่านจำนวนลูกค้า ราคาขาย และบริการเสริม ขณะที่สินค้า Luxury และสุราระดับบนยังพึ่งพาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีน ซึ่งมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังไม่ฟื้นตัวเหมือนในอดีต, การเดินทางข้ามประเทศ และความสามารถในการขึ้นราคา


อย่างไรก็ดี ธุรกิจบริการไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง Hilton และ Royal Caribbean มีความไวต่อภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนเชื้อเพลิง และปฏิทินกิจกรรม ส่วน Starbucks ต้องรักษาการเติบโตของจำนวนธุรกรรมให้ต่อเนื่อง 


โดยรวมเรามองเชิงบวกต่อ Starbucks มากขึ้น จากกลยุทธ์การฟื้นฟูที่โดดเด่น มีแรงหนุนระยะสั้นจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และปรับเพิ่มประมาณการกำไร และการลดหนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแผนฟื้นตัว อย่างไรก็ดี ควรติดตามว่าการเติบโตยังยั่งยืนหลังผ่านฐานเปรียบเทียบต่ำหรือไม่ และการลงทุนด้านแรงงานจะกลับมากดดันมาร์จิ้นหรือไม่


ขณะที่ Hilton และ Royal Caribbean อุปสงค์ยังแข็งแกร่ง แต่เรามองว่าหุ้นมีความผันผวนสูงจากต้นทุนที่มีความอ่อนไหวต่อระดับราคาพลังงาน ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ 


ด้านสินค้าหรูหราและสุรา เรามองว่า การฟื้นตัวในจีนยังเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาหุ้น ซึ่งปัจจุบัน แม้มีแนวโน้มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยรวม เรามองบวกต่อสินค้าหรูหราที่พึ่งพารายได้จากสหรัฐฯ (อุปสงค์แข็งแกร่งมาก) เป็นหลักมากกกว่าจีน ณ ปัจจุบัน ประกอบการหุ้นที่มีสัดส่วนรายได้ในกลุ่มเครื่องประดับ (Hard Luxury) จะมีความได้เปรียบกว่าหุ้นที่พึ่งพากลุ่มเครื่องหนัง และสินค้าแฟชั่น เนื่องจาก ด้วยเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง อุปสงค์ในสินค้าเครื่องประดับจะมีมากกว่า เพราะ มีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งเรามองว่า Richemont ตอบโจทย์ดังกล่าว ขณะที่ LVMH และ Hermes เรามองว่า ยังต้องพิสูจน์ถึงการฟื้นตัวในจีน ส่วน Kering เริ่มเห็นผลบวกจากแผนการฟื้นฟู แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
PRTP.PA
HRMS.PA
LVMH.PA
CFR.S
RCL.N
HLT.N
SBUX.O
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5