Offshore Stock Update

ธนาคารใหญ่สหรัฐฯ เล็งซื้อเครือข่ายเดบิต Fiserv หวังเพิ่มอำนาจในธุรกิจชำระเงิน

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|8 Jul 26 9:18 AM
wall street
สรุปสาระสำคัญ

ธนาคารใหญ่สหรัฐฯ (JPM, BAC, WFC, PNC) เล็งซื้อเครือข่ายเดบิต STAR และ Accel จาก Fiserv เพื่อเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมโดยหวังเลี่ยงเพดานกฎหมาย Durbin Amendment และลดการพึ่งพา Visa และ Mastercard ตามรอยดีล Capital One-Discover แต่โอกาสสำเร็จยังยากจากแรงต้านด้านผูกขาดและการเมือง โดยข่าวนี้นับเป็นบวกเชิงจิตวิทยาต่อ Fiserv และ ขณะที่ผลกระทบต่อเจ้าตลาดอย่าง Visa และ Mastercard ยังจำกัดเนื่องจากเครือข่ายที่เล็กกว่าและข้อจำกัดในการยอมรับจากร้านค้า ด้านกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จะได้ประโยชน์หากสามารถเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมเดบิตและอำนาจต่อรองในระบบชำระเงินได้จริง

ภาพรวมรายงานการหารือเข้าซื้อเครือข่ายบัตรเดบิตของ Fiserv


ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น JPMorgan, Bank of America, Wells Fargo และ PNC มีรายงานว่าเคยหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อเครือข่ายบัตรเดบิตของ Fiserv ได้แก่ STAR และ Accel ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ประมวลผลธุรกรรมบัตรเดบิตระหว่างธนาคาร ร้านค้า และผู้บริโภค ประเด็นนี้ได้รับความสนใจเพราะอาจเปิดทางให้ธนาคารเพิ่มอำนาจควบคุมในระบบชำระเงิน และลดการพึ่งพาเครือข่ายบัตรรายใหญ่อย่าง Visa และ Mastercard


แรงจูงใจสำคัญของธนาคารมาจากกฎหมาย Durbin Amendment ภายใต้ Dodd-Frank Act ปี 2010 ซึ่งกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมเดบิตที่ธนาคารขนาดใหญ่สามารถเรียกเก็บจากร้านค้าได้ หากธุรกรรมถูกส่งผ่านเครือข่ายภายนอก แต่หากธนาคารเป็นเจ้าของเครือข่ายเอง อาจมีโอกาสได้รับการยกเว้นจากเพดานค่าธรรมเนียมดังกล่าว ทำให้สามารถเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมเดบิตได้มากขึ้น

 

ทำไมธนาคารใหญ่สหรัฐฯ ถึงสนใจเครือข่ายเดบิตของ Fiserv?


1. ต้องการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม


ธุรกิจบัตรเดบิตเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธนาคาร โดยธนาคารได้รับค่าธรรมเนียมจากร้านค้าทุกครั้งที่ลูกค้าใช้บัตรเดบิตในการชำระเงิน อย่างไรก็ดี ธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกจำกัดค่าธรรมเนียมดังกล่าวภายใต้ Durbin Amendment ทำให้รายได้ต่อธุรกรรมต่ำกว่ากรณีที่ไม่ถูกควบคุม


หากธนาคารสามารถเป็นเจ้าของเครือข่ายเดบิตเองได้ อาจช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากระดับที่ถูกควบคุมราว 40–50bps ไปสู่ระดับที่สูงกว่า 100bps ในกรณีที่ไม่ถูกควบคุม ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจทางการเงินที่สำคัญ 


2. ต้องการลดการพึ่งพา Visa และ Mastercard


ปัจจุบันเครือข่ายบัตรรายใหญ่อย่าง Visa และ Mastercard มีบทบาทสูงในระบบชำระเงินของสหรัฐฯ การเป็นเจ้าของเครือข่ายเดบิตของตนเองจะช่วยให้ธนาคารมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ลดต้นทุนบางส่วน และควบคุมเส้นทางการชำระเงินได้โดยตรงมากขึ้น


3. ได้แรงบันดาลใจจากดีล Capital One–Discover


กรณี Capital One ซื้อ Discover เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้ Capital One ได้เครือข่ายบัตรของตัวเอง และสามารถย้ายปริมาณธุรกรรมบางส่วนเข้าสู่เครือข่าย Discover ได้ ส่งผลให้ธนาคารอื่นเริ่มมองเห็นมูลค่าทางยุทธศาสตร์ของการถือครองเครือข่ายชำระเงินเอง


อย่างไรก็ดี กรณี Discover แตกต่างจาก STAR และ Accel เนื่องจาก Discover เป็นหนึ่งในเครือข่ายบัตรขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ และมีการยอมรับจากร้านค้ากว้างกว่ามาก ขณะที่ STAR และ Accel ยังเป็นเครือข่ายเดบิตที่มีขนาดเล็กกว่า และส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นเครือข่ายรองบนบัตรเดบิตที่มี Visa หรือ Mastercard เป็นเครือข่ายหลัก

 

STAR และ Accel คืออะไร?


STAR และ Accel เป็นเครือข่ายเดบิตที่ Fiserv ถือครอง ใช้สำหรับประมวลผลธุรกรรมบัตรเดบิต ธุรกรรมตู้กดเงินสด และธุรกรรมชำระเงินบางประเภท โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างธนาคารผู้ออกบัตร ร้านค้า และผู้บริโภค


ในเชิงโครงสร้าง เครือข่ายลักษณะนี้มีความสำคัญเพราะเป็น ทางผ่านของธุรกรรมการชำระเงิน หากธนาคารเป็นเจ้าของเครือข่ายเอง ธนาคารอาจมีอำนาจมากขึ้นในการกำหนดเส้นทางธุรกรรม ค่าธรรมเนียม และรูปแบบความสัมพันธ์กับร้านค้า

 

ทำไมดีลนี้อาจเกิดขึ้นได้ยาก?


1. แรงต้านด้านกฎระเบียบและการเมือง


ดีลลักษณะนี้อาจถูกมองว่าเป็นความพยายามหลีกเลี่ยง Durbin Amendment เพื่อเพิ่มค่าธรรมเนียมให้กับร้านค้า ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะถูกตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล ฝ่ายการเมือง และกลุ่มผู้ค้า โดยเฉพาะในช่วงที่ประเด็นค่าธรรมเนียมบัตรยังเป็นเรื่องอ่อนไหวในสหรัฐฯ


2. ร้านค้าอาจไม่ยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้น


หากธนาคารขนาดใหญ่พยายามย้ายธุรกรรมเดบิตไปยังเครือข่ายที่ตนถือครองและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้น ร้านค้าขนาดใหญ่อาจมีแรงจูงใจที่จะปฏิเสธการรับเครือข่ายดังกล่าว หรือเลือกส่งธุรกรรมผ่านเครือข่ายที่มีต้นทุนต่ำกว่า หากบัตรยังมีการใช้ร่วมกับ Visa หรือ Mastercard


3. เครือข่าย STAR และ Accel ยังมีข้อจำกัดด้านการยอมรับ


เมื่อเทียบกับ Visa, Mastercard, Discover และ American Express เครือข่าย STAR และ Accel มีขนาดเล็กกว่า และมีการยอมรับในต่างประเทศจำกัดกว่า หากธนาคารต้องการให้บัตรเดบิตยังใช้ได้อย่างกว้างขวาง อาจยังต้องใช้ร่วมกับ Visa หรือ Mastercard อยู่ดี ทำให้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าของเครือข่ายเองอาจไม่เต็มที่

 

4. ความเสี่ยงด้านผูกขาด


หากธนาคารขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้าบัตรเดบิตจำนวนมากเข้าซื้อเครือข่ายเดบิต อาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นการเพิ่มอำนาจเหนือตลาดในระบบชำระเงินหรือไม่ โดยเฉพาะ JPMorgan, Bank of America และ Wells Fargo ซึ่งมีส่วนแบ่งในตลาดบัตรเดบิตสหรัฐฯ สูงมาก

 

มุมมองของ INVX

ผลกระทบต่อ Fiserv


ภาพข้างต้นเป็นบวกเชิง Sentiment ต่อ Fiserv เพราะข่าวนี้สะท้อนว่าสินทรัพย์ด้านเครือข่ายเดบิตของบริษัทมีมูลค่าแฝง และอาจเป็นทางเลือกในการปลดล็อกมูลค่าธุรกิจ หากบริษัทขาย STAR หรือ Accel ได้จริง จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน ทั้งด้านการลดหนี้ การลงทุนในธุรกิจหลัก หรือการซื้อหุ้นคืน อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังต้องติดตามความสามารถในการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและความต่อเนื่องของทีมผู้บริหาร หลังบริษัทเผชิญความไม่แน่นอนจากผลประกอบการและการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร


ผลกระทบต่อ Visa และ Mastercard


Visa และ Mastercard อาจถูกกดดันระยะสั้นจากความกังวลว่าธนาคารขนาดใหญ่อาจพยายามลดการพึ่งพาเครือข่ายบัตรรายใหญ่ แต่ในเชิงโครงสร้าง ความเสี่ยงยังดูจำกัด เนื่องจาก STAR และ Accel ยังมีข้อจำกัดด้านขนาด การยอมรับของร้านค้า และการใช้งานต่างประเทศ
อีกทั้ง หากบัตรเดบิตยังต้องใช้ร่วมกับ Visa หรือ Mastercard เพื่อรักษาการยอมรับในวงกว้าง ร้านค้าอาจยังสามารถเลือกส่งธุรกรรมผ่านเครือข่ายเดิมได้ ทำให้ผลกระทบต่อปริมาณธุรกรรมของ Visa และ Mastercard อาจไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดกังวลในระยะสั้น


ผลกระทบต่อกลุ่มธนาคาร (JPMorgan, Bank of America, Wells Fargo และ PNC)


กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่จะได้ประโยชน์มากที่สุดในเชิงโครงสร้าง หากสามารถปลดล็อกข้อจำกัดของ Durbin Amendment ได้จริง เพราะจะเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากฐานลูกค้าเดิม และลดการพึ่งพาเครือข่ายบัตรรายใหญ่ อย่างไรก็ดี โอกาสเกิดผลบวกต่อกำไรในระยะสั้นยังจำกัด เพราะดีลมีความเสี่ยงสูงด้านการเมือง กฎระเบียบ และการยอมรับของร้านค้า ดังนั้นประเด็นนี้ควรถูกมองเป็นปัจจัยบวกเชิงทางเลือก มากกว่าปัจจัยเร่งกำไรทันที

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5