Offshore Stock Update

ศึก AI สหรัฐฯ–จีนยกระดับสู่การควบคุมชิปและทรัพย์สินทางปัญญา

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|23 Jul 26 9:29 AM
Screenshot 2026-07-23 094807
สรุปสาระสำคัญ

การเปิดตัว Kimi K3 ทำให้สงคราม AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีนยกระดับไปสู่การตรวจสอบชิปและทรัพย์สินทางปัญญา สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบว่า Moonshot เข้าถึงชิป Nvidia ที่ถูกจำกัดและใช้ผลลัพธ์จากแบบจำลองสหรัฐฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ขณะที่จีนยังลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีได้ต่อเนื่องผ่านซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพและชิปในประเทศ ภาพรวมเป็นบวกต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกำไรต่อผู้พัฒนาแบบจำลองจีน

1. Kimi K3 ทำให้สหรัฐฯ ตั้งคำถามว่าจีนพัฒนา AI ได้อย่างไร

  • การเปิดตัว Kimi K3 ของ Moonshot AI ทำให้ตลาดประเมินใหม่ว่าช่องว่างด้าน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แคบลงเร็วกว่าคาด แบบจำลองดังกล่าวมีจุดเด่นด้านการเขียนโปรแกรม การคิดวิเคราะห์ และการตรวจหาช่องโหว่ทางไซเบอร์ พร้อมต้นทุนที่แข่งขันได้ จึงสร้างความกังวลว่าความเป็นผู้นำของ OpenAI, Anthropic และ Alphabet อาจไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนที่ผ่านมา


2. สหรัฐฯ กล่าวหา Moonshot ว่าเข้าถึงชิป Nvidia ที่ถูกจำกัด

  • เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า Moonshot อาจเข้าถึงเครื่องแม่ข่ายที่ใช้ชิป Nvidia GB300 ในประเทศไทย เพื่อนำไปฝึกแบบจำลอง AI ซึ่งอาจขัดต่อข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ เนื่องจากชิปตระกูล Blackwell ขั้นสูงยังห้ามจำหน่ายให้บริษัทจีน ขณะนี้สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบว่าบริษัทจีนใช้บริษัทลูก ศูนย์ข้อมูล หรือพันธมิตรในประเทศที่สามเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดหรือไม่


3. ข้อกล่าวหาเรื่องการเรียนรู้จากแบบจำลองสหรัฐฯ เพิ่มความเสี่ยงต่อ Moonshot

  • สหรัฐฯ ยังกล่าวหาว่า Moonshot ใช้คำตอบจากแบบจำลองของ Anthropic จำนวนมากเพื่อถ่ายทอดความสามารถไปยัง Kimi K3 โดยอาศัยบัญชีจำนวนมากและวิธีเข้าถึงที่หลากหลายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะที่ยืนยันว่า Kimi K3 ใช้ข้อมูลจาก Claude Fable 5 โดยตรง และนักวิจัยยังมีความเห็นต่างกันว่าช่วงเวลาระหว่างการเปิดตัวทั้งสองระบบเพียงพอสำหรับกระบวนการดังกล่าวหรือไม่


4. สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือใหม่ในสงคราม AI

  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าสนับสนุนการเปิดแบบจำลองให้ใช้งานได้กว้าง แต่ไม่ยอมรับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากตรวจพบการกระทำผิด บริษัทจีนอาจถูกขึ้นบัญชีควบคุม จำกัดการทำธุรกิจกับบริษัทสหรัฐฯ หรือถูกห้ามให้บริการในตลาดสหรัฐฯ Moonshot และ Zhipu AI จึงมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะ Zhipu ที่อยู่ในบัญชีควบคุมของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว


5. จีนลดช่องว่างด้านเทคโนโลยี แม้ถูกจำกัดการเข้าถึงชิปขั้นสูง

  • ข้อมูลเดือนมิถุนายนชี้ว่าความสามารถเฉลี่ยของแบบจำลองจีนตามหลังสหรัฐฯ เพียงประมาณ 6% ลดลงจาก 9% ในเดือนก่อน โดย GLM-5.2 ของ Zhipu ทำผลงานโดดเด่นในงานเขียนโปรแกรมแบบอัตโนมัติ ขณะที่ Kimi K3 ยืนยันว่าความสำเร็จของจีนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว พัฒนาการนี้สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการออกแบบซอฟต์แวร์ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับระบบให้เหมาะกับข้อจำกัดด้านชิป


6. Huawei และชิปจีนมีบทบาทมากขึ้นในระบบ AI ภายในประเทศ

  • การพัฒนาแบบจำลองจีนเริ่มพึ่งพาชิปในประเทศมากขึ้น เช่น Huawei Ascend และระบบซอฟต์แวร์ CANN ซึ่งช่วยลดการพึ่งพา Nvidia บริษัทจีนใช้การออกแบบแบบจำลองที่ประหยัดหน่วยความจำและเลือกใช้เฉพาะส่วนที่จำเป็นในการประมวลผล เพื่อชดเชยข้อจำกัดของชิป แม้ประสิทธิภาพโดยรวมยังตามหลังสหรัฐฯ ในบางด้าน แต่แนวทางนี้ช่วยให้จีนสามารถพัฒนา AI ระดับสูงได้โดยไม่ต้องพึ่งฮาร์ดแวร์สหรัฐฯ ทั้งหมด


7. จุดอ่อนของจีนยังอยู่ที่การสร้างรายได้และกำไร

  • แม้แบบจำลองจีนมีความสามารถดีขึ้น แต่ตลาดยังแข่งขันด้วยราคาต่ำและการให้บริการฟรี บริษัทอย่าง Alibaba, Tencent, Baidu, ByteDance, Moonshot และ Zhipu จึงต้องยอมเสียกำไรเพื่อเพิ่มผู้ใช้ การปรับขึ้นราคาบริการบางส่วนสะท้อนความพยายามสร้างรายได้ แต่ราคายังต่ำกว่าบริษัทสหรัฐฯ มาก ทำให้ธุรกิจ AI จีนมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องจนกว่าจะเกิดการรวมตัวของอุตสาหกรรมหรือมีบริการที่ผู้ใช้ยอมจ่ายเงินอย่างชัดเจน


8. การห้ามใช้แบบจำลองจีนทำได้ยากกว่าการห้ามสินค้าเทคโนโลยีทั่วไป

  • แบบจำลองที่เปิดให้ดาวน์โหลดสามารถถูกนำไปติดตั้งและปรับแต่งบนระบบของผู้ใช้ได้ จึงควบคุมยากกว่ารถยนต์ ชิป หรืออุปกรณ์โทรคมนาคม ปัจจุบันแบบจำลองจีนมีสัดส่วนการใช้งานผ่านตลาดกลาง OpenRouter ในบริษัทสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง และมีผู้ใช้ตั้งแต่บริษัทเริ่มต้นจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ การห้ามแบบครอบคลุมจึงอาจกระทบผู้พัฒนา ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน และบริษัทสหรัฐฯ ที่ใช้แบบจำลองจีนเพื่อลดต้นทุน


9. สหรัฐฯ อาจเลือกสร้างความไม่แน่นอนแทนการสั่งห้ามทั้งหมด

  • ทางเลือกที่เป็นไปได้คือการเพิ่มข้อกำหนดให้บริษัทเปิดเผยการใช้แบบจำลองจีน จำกัดการใช้ในหน่วยงานรัฐ หรือเพิ่มความรับผิดด้านข้อมูลและความมั่นคง แนวทางนี้อาจทำให้องค์กรขนาดใหญ่หลีกเลี่ยงแบบจำลองจีน แม้ไม่มีคำสั่งห้ามโดยตรง อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนอาจถูกต่อต้านจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีและชุมชนซอฟต์แวร์เปิดในสหรัฐฯ


10. สงคราม AI กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านแบบจำลองไปสู่ระบบเทคโนโลยีทั้งห่วงโซ่

  • การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงว่าใครมีแบบจำลองที่ทำคะแนนสูงกว่า แต่ครอบคลุมถึงการเข้าถึงชิป ศูนย์ข้อมูล พลังงาน ระบบพัฒนาแบบจำลอง มาตรฐานความปลอดภัย และช่องทางเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก สหรัฐฯ ยังได้เปรียบด้านชิป เงินทุน และกำลังประมวลผล ขณะที่จีนได้เปรียบด้านต้นทุน ความรวดเร็ว และการเปิดแบบจำลองให้แพร่กระจายได้ง่าย ความขัดแย้งจึงมีแนวโน้มยืดเยื้อและขยายไปยังประเทศที่สามมากขึ้น

 

ประเด็นเปรียบเทียบ

สหรัฐฯ

จีน

ผลกระทบที่น่าสนใจ

จุดแข็งหลัก

ชิปขั้นสูง เงินทุน และกำลังประมวลผล

ต้นทุนต่ำ พัฒนาเร็ว และเปิดให้ปรับใช้

ช่องว่างเทคโนโลยีแคบลง

แบบจำลองสำคัญ

OpenAI, Anthropic, Alphabet

Moonshot, Zhipu, Alibaba, DeepSeek

การแข่งขันด้านประสิทธิภาพและราคาเพิ่มขึ้น

การควบคุมชิป

จำกัด Blackwell และชิปขั้นสูง

เร่งใช้ Huawei Ascend และชิปในประเทศ

หนุนการพึ่งพาตนเองของจีน

ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา

กล่าวหาการใช้คำตอบจากแบบจำลองสหรัฐฯ

ยังไม่มีการเปิดเผยวิธีฝึกอย่างครบถ้วน

เสี่ยงต่อการคว่ำบาตรและขึ้นบัญชีควบคุม

บทบาทประเทศที่สาม

ตรวจสอบศูนย์ข้อมูลและบริษัทลูก

อาจใช้เป็นช่องทางเข้าถึงกำลังประมวลผล

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกตรวจสอบมากขึ้น

รูปแบบธุรกิจ

ราคาสูงกว่า แต่มีรายได้จากองค์กรชัดเจนกว่า

ราคาต่ำและเน้นเพิ่มผู้ใช้

กำไรของผู้พัฒนาจีนยังเปราะบาง

กลุ่มได้ประโยชน์

ชิป คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และไซเบอร์

ชิปในประเทศ คลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐาน

เงินลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มทั้งสองฝั่ง

ความเสี่ยงหลัก

จีนลดช่องว่างเร็วกว่าคาด

ข้อจำกัดชิป การคว่ำบาตร และผลขาดทุน

ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีสูงขึ้น


มุมมองของ InnovestX

  • การแข่งขันครั้งนี้เป็นบวกต่อการลงทุนในชิป หน่วยความจำ ระบบเครือข่าย ศูนย์ข้อมูล พลังงาน และความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพราะทั้งสหรัฐฯ และจีนต้องเร่งลงทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ในฝั่งจีน เช่น SMIC, Cambricon, Alibaba, Zhongji Innolight, Eoptolink และ GDS
  • อย่างไรก็ตาม Nvidia อาจเผชิญความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการตรวจสอบปลายทางของชิปมากขึ้น
  • ขณะที่ Huawei และผู้ผลิตชิปจีนมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อในประเทศเพิ่มขึ้น
  • สำหรับผู้พัฒนาแบบจำลองจีน ความสามารถทางเทคโนโลยีดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากการคว่ำบาตร การเข้าถึงชิป และผลขาดทุนยังสูง จึงควรเน้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีคลาวด์ เงินทุน และฐานลูกค้ารองรับ เช่น Alibaba และ Tencent มากกว่าบริษัทขนาดเล็กที่พึ่งพาการระดมทุน

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
0700.HK
9698.HK
300502.SZ
300308.SZ
9988.HK
688256.SS
0981.HK
NVDA.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5