Offshore Stock Update

ธนาคารสหรัฐฯ (JPM, GS, BAC, WFC, C) เผยงบ 2Q26 ดีกว่าคาด หนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|14 Jul 26 6:48 PM
jpm, bac, gs, wfc, c
สรุปสาระสำคัญ

ผลประกอบการ 2Q26 ของธนาคารใหญ่สหรัฐฯ (JPM, GS, BAC, WFC, C) ดีกว่าคาดโดยรวม โดยได้แรงหนุนจากรายได้ซื้อขายหุ้นและตราสารหนี้ การฟื้นตัวของ M&A และการระดมทุนในตลาดทุน หลายธนาคารทำสถิติรายได้ซื้อขายหุ้นสูงสุด โดย GS อยู่ที่ $7.42 พันล้าน และ JPM อยู่ที่ $6.03 พันล้าน ขณะที่ JPM และ BAC ยังได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตแข็งแกร่ง ด้านแนวโน้ม 2H26 ยังเป็นบวกจากงานวาณิชธนกิจในมือและความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจที่ฟื้นตัว แต่ต้องระวังรายได้ซื้อขายที่อาจชะลอลงจากฐานสูง รวมถึงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ JPM, GS, BAC, WFC และ C


ผลประกอบการ 2Q26 ของธนาคารใหญ่สหรัฐฯ ดีกว่าคาดโดยรวม โดยได้แรงหนุนจากรายได้ซื้อขายหุ้นและตราสารหนี้ การฟื้นตัวของ M&A และการระดมทุนในตลาดทุน หลายธนาคารทำสถิติรายได้ซื้อขายหุ้นสูงสุด โดย GS อยู่ที่ $7.42 พันล้าน และ JPM อยู่ที่ $6.03 พันล้าน ขณะที่ JPM และ BAC ยังได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตแข็งแกร่ง


แนวโน้ม 2H26 ยังเป็นบวกจากงานวาณิชธนกิจในมือและความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจที่ฟื้นตัว แต่ต้องระวังรายได้ซื้อขายที่อาจชะลอลงจากฐานสูง รวมถึงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

 

ผลประกอบการรายตัว


1) JPMorgan Chase (JPM)


งบดีกว่าคาดไหม?


JPM รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ $21.2 พันล้าน หรือ $7.70 ต่อหุ้น ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเกือบทุกธุรกิจทำผลงานสูงกว่าตลาดคาด อย่างไรก็ตาม กำไรส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากกำไรประมาณ $4.6 พันล้าน จากการถือหุ้น Visa 


รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ $25.5 พันล้าน เพิ่มขึ้น 10% YoY ส่วนรายได้ซื้อขายหลักทรัพย์รวมอยู่ที่ $12.1 พันล้าน สูงกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้ใน 1Q26


ไฮไลท์ของไตรมาส


รายได้ซื้อขายหุ้นอยู่ที่ $6.03 พันล้าน เพิ่มขึ้น 86% YoY สูงกว่าประมาณการสูงสุดของตลาด และทำสถิติสูงสุดของธนาคาร ขณะที่ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจอยู่ที่ $3.28 พันล้าน เพิ่มขึ้น 30% YoY และสูงกว่าคาด


รายได้จากการจัดจำหน่ายหุ้นและตราสารหนี้สูงกว่าคาด แต่ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการควบรวมกิจการเพิ่มขึ้น 20% ต่ำกว่าตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 27%


ปัจจัยหนุน


แรงหนุนมาจากความผันผวนของตลาด การซื้อขายหุ้นที่เพิ่มขึ้น การเสนอขายหุ้นและตราสารหนี้ขนาดใหญ่ รวมถึง รายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตตามปริมาณสินเชื่อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ กำไรจากหุ้น Visa ยังช่วยเพิ่มกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ


แนวโน้ม 3Q26 และทั้งปี


JPM ปรับเพิ่มคาดการณ์ รายได้ดอกเบี้ยทั้งปีเป็นประมาณ $105.5 พันล้าน จากเดิม $103 พันล้าน สะท้อนแนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่งกว่าคาด พร้อมลดคาดการณ์อัตราหนี้สูญธุรกิจบัตรเครดิตเป็นประมาณ 3.2% จากเดิม 3.4%


อย่างไรก็ตาม บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ค่าใช้จ่ายทั้งปีเป็นประมาณ $107.5 พันล้าน เนื่องจากค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายที่ผันแปรตามรายได้สูงขึ้น จึงอาจทำให้การเติบโตของกำไรในครึ่งปีหลังไม่โดดเด่นเท่ารายได้


มุมมองบริษัท


Jamie Dimon ยังคงระมัดระวังต่อเงินเฟ้อที่ลดลงช้า การขาดดุลภาครัฐ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับสูง แม้ผลประกอบการปัจจุบันแข็งแกร่ง แต่บริษัทมองว่าปัจจัยเสี่ยงหลายด้านอาจส่งผลกระทบพร้อมกันได้

 

2) Goldman Sachs (GS)


งบดีกว่าคาดไหม?


GS รายงานรายได้รวม $20.3 พันล้าน เพิ่มขึ้น 39% YoY ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ แต่โครงสร้างรายได้สะท้อนผลประกอบการที่ดีกว่าคาดจากทั้งธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ


ค่าตอบแทนพนักงานเพิ่มขึ้น 30% YoY ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ที่ 39% สะท้อนว่ารายได้เติบโตเร็วกว่าต้นทุน และช่วยสนับสนุนอัตรากำไร


ไฮไลท์ของไตรมาส


รายได้ซื้อขายหุ้นอยู่ที่ $7.42 พันล้าน เพิ่มขึ้น 72% YoY ทำสถิติสูงสุดเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกัน และเป็นระดับสูงที่สุดที่เคยมีรายงานในอุตสาหกรรมธนาคาร


รายได้ซื้อขายตราสารหนี้และอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ $4.59 พันล้าน สูงกว่าคาด ขณะที่ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจอยู่ที่ $3.4 พันล้าน สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 โดยรายได้จากการจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 130% YoY


ปัจจัยหนุน


แรงหนุนสำคัญมาจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้น ความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับ AI และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการเสนอขายหุ้นขนาดใหญ่และกิจกรรม M&A ที่ฟื้นตัว


GS ยังมีส่วนแบ่งตลาด M&A มากกว่า 1 ใน 3 และให้คำปรึกษาดีลมูลค่ารวมประมาณ $1 ล้านล้าน ในปีนี้ ทำให้มีโอกาสรับรู้ค่าธรรมเนียมต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง


แนวโน้ม 3Q26 และทั้งปี


บริษัทไม่ได้ให้เป้ารายได้หรือกำไรที่ชัดเจน แต่แนวโน้มวาณิชธนกิจยังเป็นบวกจากงานในมือด้าน M&A และการระดมทุน อย่างไรก็ตาม รายได้ซื้อขายหุ้นอาจชะลอลงตามฤดูกาลหรือเมื่อความผันผวนลดลง เนื่องจากฐานเปรียบเทียบใน 2Q26 สูงมาก


การนำระบบอัตโนมัติและตัวแทนปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในงานสนับสนุนอาจช่วยให้ GS เพิ่มรายได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในอัตราเดียวกัน ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพต้นทุนในระยะกลาง


มุมมองบริษัท


ฝ่ายบริหารมองว่าความต้องการลงทุนและระดมทุนยังสูง โดยนักลงทุนมีความต้องการรับความเสี่ยงมากกว่าความกังวลต่อภาวะตลาด ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านระบบดิจิทัล

 

3) Bank of America (BAC)


งบดีกว่าคาดไหม?


BAC รายงาน EPS ที่ $1.21 สูงกว่าตลาดคาดที่ $1.12 ราว 8% ผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากทั้งรายได้ซื้อขายหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ


รายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่เกือบ $16 พันล้าน เพิ่มขึ้น 9% YoY ดีกว่าตลาดคาดว่าจะเติบโต 8.5%


ไฮไลท์ของไตรมาส


รายได้ซื้อขายหุ้นอยู่ที่ $3.6 พันล้าน เพิ่มขึ้น 70% YoY ทำสถิติสูงสุดและสูงกว่าคาด ขณะที่รายได้ซื้อขายตราสารหนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 9% เป็น $3.5 พันล้าน


รายได้วาณิชธนกิจอยู่ที่ $2.2 พันล้าน สูงกว่าคาด $1.91 พันล้าน โดยค่าธรรมเนียมที่ปรึกษา M&A เพิ่มขึ้นเกือบ 68% เป็น $558mn รายได้จัดจำหน่ายหุ้นอยู่ที่ $535mn สูงกว่าคาด $411mn และรายได้จัดจำหน่ายตราสารหนี้อยู่ที่ $1.1 พันล้าน สูงกว่าคาด $959mn


ปัจจัยหนุน


แรงหนุนหลักมาจากตลาดทุนที่กลับมาคึกคัก ความผันผวนที่เพิ่มปริมาณซื้อขาย การฟื้นตัวของ M&A และการเสนอขายหุ้น รวมถึง รายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตจากปริมาณสินเชื่อและโครงสร้างเงินฝาก


การใช้จ่ายของผู้บริโภคและกิจกรรมของภาคธุรกิจยังมีความยืดหยุ่น แม้ต้องเผชิญราคาพลังงานและความไม่แน่นอนของตลาด


แนวโน้ม 3Q26 และทั้งปี


บริษัทไม่ได้ให้ตัวเลขเป้าหมายทั้งปีเพิ่มเติม แต่ระบุว่างานวาณิชธนกิจในมือยังแข็งแกร่ง และความต้องการกู้ยืมของลูกค้าธุรกิจเริ่มเพิ่มขึ้น จึงสนับสนุนแนวโน้มรายได้ทั้ง รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมใน 3Q26


ความเสี่ยงคือรายได้ซื้อขายหลักทรัพย์อาจลดลงจากระดับสูงใน 2Q26 ขณะที่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเงินฝากอาจจำกัดการขยายตัวของส่วนต่างดอกเบี้ย


มุมมองบริษัท


Brian Moynihan มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังใช้จ่าย กู้ยืม และลงทุนต่อเนื่อง พร้อมระบุว่างานในมือระยะสั้นยังอยู่ในระดับดี

 

4) Wells Fargo (WFC)


งบดีกว่าคาดไหม?


WFC รายงานกำไรสุทธิ $6.4 พันล้าน เพิ่มขึ้น 17% YoY หรือ $2.00 ต่อหุ้น สูงกว่าตลาดคาดที่ $1.71 ราว 17% ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 9% YoY เป็น $22.6 พันล้าน


รายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ $12.3 พันล้าน ใกล้เคียงตลาดคาด ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 13% เป็น $10.3 พันล้าน สูงกว่าคาด $9.44 พันล้าน


ไฮไลท์ของไตรมาส


ROTCE เพิ่มขึ้นเป็น 17.7% เข้าใกล้เป้าหมายความสามารถทำกำไรระยะกลางของบริษัท ขณะที่ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจเพิ่มขึ้น 35% เป็น $939mn


รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมกำไรจากเงินลงทุนร่วมทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ $728mn ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ 


ปัจจัยหนุน


ผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง วาณิชธนกิจ การลงทุนร่วมทุน และการควบคุมค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ $13.7 พันล้าน ต่ำกว่าคาด ขณะที่จำนวนพนักงานลดลง 7.5% YoY เหลือประมาณ 197,000 คน


การพ้นข้อจำกัดด้านการเติบโตของสินทรัพย์เปิดทางให้ WFC สามารถขยายงบดุล เพิ่มสินเชื่อ และสนับสนุนลูกค้าตลาดทุนได้มากขึ้น

 

แนวโน้ม 3Q26 และทั้งปี


WFC ยังคงเป้า รายได้ดอกเบี้ยทั้งปีที่ประมาณ $50 พันล้าน ซึ่งรวมรายได้ประมาณ $2 พันล้าน จากธุรกิจตลาดทุน แนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำเงินทุนไปขยายสินเชื่อและรักษาวินัยด้านค่าใช้จ่าย


รายได้จากกำไรเงินลงทุนร่วมทุนอาจไม่เกิดซ้ำในระดับเดียวกัน ทำให้การเติบโตของกำไรพื้นฐานในไตรมาสต่อไปอาจต่ำกว่าตัวเลขที่รายงานใน 2Q26


มุมมองบริษัท


Charlie Scharf มองว่าธนาคารกำลังได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง การลงทุนในธุรกิจใหม่ และวินัยการดำเนินงานที่ดีขึ้น บริษัทจะนำเงินทุนไปขยายธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยคำนึงถึงความเสี่ยงตลอดวัฏจักรเศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะในช่วงที่ภาวะตลาดดี

 

5) Citigroup (C)


งบดีกว่าคาดไหม?


C รายงาน EPS ที่ $3.15 สูงกว่าประมาณการของตลาดทั้ง 20 ราย และถือว่าดีกว่าคาดอย่างชัดเจน 


ธุรกิจหลัก 4 จาก 5 กลุ่ม ได้แก่ Banking, Services, Markets และ Wealth ทำรายได้สูงกว่าตลาดคาด มีเพียงธุรกิจบัตรเครดิตที่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย


ไฮไลท์ของไตรมาส


รายได้ซื้อขายหุ้นอยู่ที่ $2.3 พันล้าน เพิ่มขึ้น 45% YoY และสูงกว่าสถิติเดิมใน 1Q26 ประมาณ 11% ทำสถิติสูงสุดใหม่ของธนาคาร

 

ROTCE อยู่ที่ 13% สูงกว่าตลาดคาดที่ 11.3% สะท้อนความคืบหน้าของแผนปรับโครงสร้าง ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเหลือประมาณ 57% เข้าใกล้ระดับของธนาคารคู่แข่งมากขึ้น


ปัจจัยหนุน


แรงหนุนมาจากการขยายธุรกิจซื้อขายหุ้น การดึงดูดลูกค้ากองทุนป้องกันความเสี่ยง การฟื้นตัวของงานวาณิชธนกิจ และผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาดในธุรกิจบริการและบริหารความมั่งคั่ง


ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 สะท้อนการฟื้นตัวของดีล M&A และการระดมทุน


แนวโน้ม 3Q26 และทั้งปี


ไม่ได้ระบุเป้ารายได้หรือกำไรสำหรับ 3Q26 และทั้งปี แต่ผลประกอบการ 2Q26 สนับสนุนมุมมองว่าแผนฟื้นฟูธุรกิจของ Citi กำลังมีความคืบหน้า โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ในธุรกิจที่มีค่าธรรมเนียมและการลดช่องว่างด้านประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับคู่แข่ง


อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบัตรเครดิตยังมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 10% YoY เนื่องจากค่าชดเชยการเลิกจ้างและต้นทุนการรวมพอร์ตบัตรเครดิตของ Barclays ที่เกี่ยวข้องกับ American Airlines


มุมมองบริษัท


Jane Fraser ตั้งเป้าเพิ่ม ROTCE เป็นประมาณ 14–15% ภายในปี 2031 จาก 13% ใน 2Q26 โดยเน้นการปรับโครงสร้าง ลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
NYS/BAC.N
NYS/WFC.N
NYS/C.N
NYS/JPM.N
NYS/GS.N
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5