
ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2Q26 ของ Texas Instruments (TXN) ออกมาแข็งแกร่งกว่าตลาดคาดทั้งรายได้ กำไร จากการฟื้นตัวของชิปกลุ่มอุตสาหกรรม ยานยนต์ และรายได้ศูนย์ข้อมูล AI ที่เติบโตเท่าตัว ส่งผลให้แนวโน้มไตรมาส 3Q26 สูงกว่าคาด และสะท้อนภาพเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม semiconductor ทั้งกลุ่ม AI infrastructure และกลุ่ม Non-AI อย่าง Analog/Auto เช่น ADI, MCHP, NXPI ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างชัดเจน
1) สรุปภาพรวมผลประกอบการ
Texas Instruments รายงานผลประกอบการไตรมาส 2Q26 ดีกว่าคาดทั้งรายได้ กำไร และอัตรากำไร โดยรายได้อยู่ที่ $5.46 พันล้าน เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 13% QoQ สูงกว่าคาดประมาณ 4% ขณะที่ EPS อยู่ที่ $2.14 สูงกว่าคาดราว 10% ปัจจัยสนับสนุนมาจากการฟื้นตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมและยานยนต์ ควบคู่กับรายได้จากศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวเร็วกว่าคาดจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้นและประโยชน์จากโรงงานขนาดเวเฟอร์ 300 มิลลิเมตร
2) รายละเอียดผลประกอบการ
ตารางสรุปผลประกอบการไตรมาส 2Q26
|
รายการ |
2Q26 |
YoY |
QoQ |
เทียบกับตลาดคาดการณ์ |
|
รายได้รวม |
$5.46 พันล้าน |
+23% |
+13% |
สูงกว่าคาด |
|
รายได้ Analog |
$4.37 พันล้าน |
+26% |
— |
สูงกว่าคาด |
|
รายได้ Embedded Processing |
$788 ล้าน |
+16% |
— |
สูงกว่าคาด |
|
รายได้ธุรกิจอื่น |
$310 ล้าน |
-2% |
— |
สูงกว่าคาด |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
61.4% |
+347 bps |
+335 bps |
สูงกว่าคาด |
|
กำไรจากการดำเนินงาน |
$2.31 พันล้าน |
+48% |
+28% |
สูงกว่าคาด |
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน |
42.3% |
+714 bps |
+481 bps |
สูงกว่าคาด |
|
กำไรสุทธิ |
$1.98 พันล้าน |
+53% |
+28% |
สูงกว่าคาด |
|
EPS |
$2.14 |
+52% |
+27% |
สูงกว่าคาด |
|
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน |
$2.70 พันล้าน |
+45% |
+78% |
— |
|
กระแสเงินสดอิสระ |
$2.74 พันล้าน |
+393% |
— |
สูงกว่าคาด |
|
เงินลงทุน |
$514 ล้าน |
-61% |
-24% |
ต่ำกว่าคาด |
|
สินค้าคงคลัง |
$4.61 พันล้าน |
-4% |
-2% |
— |
รายได้เติบโตจากอุปสงค์ที่กระจายตัวมากขึ้น
รายได้รวมเพิ่มขึ้น 13% QoQ และ 23% YoY โดยมีแรงสนับสนุนจากหลายตลาด ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะศูนย์ข้อมูล AI ธุรกิจอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 30% YoY และ 10% QoQ จากการฟื้นตัวในระบบอัตโนมัติ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ทดสอบ หุ่นยนต์ รวมถึงอากาศยานและกลาโหม ขณะที่รายได้ยานยนต์เพิ่มขึ้นระดับกลางสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ YoY และระดับสูงหลักเดียว QoQ นำโดยรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดในจีน รวมถึงการกลับมาสั่งซื้อหลังลูกค้าลดสินค้าคงคลังลงมากเกินไป
รายได้จากศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นประมาณ 100% YoY และ 20% QoQ จากความต้องการชิปควบคุมและแปลงกำลังไฟฟ้าสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้นระดับสูงหลักเดียว QoQ ขณะที่อุปกรณ์สื่อสารเติบโตทั้ง YoY และ QoQ
อัตรากำไรฟื้นตัวเร็วกว่ารายได้
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 61.4% เพิ่มขึ้น 335 bps QoQ และสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และสัดส่วนการผลิตบนเวเฟอร์ 300 มิลลิเมตรเพิ่มขึ้น กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 48% YoY เป็น $2.31 พันล้าน ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 42.3% จาก 35.1% ในปีก่อนและ 37.5% ในไตรมาสก่อน
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ $1.0 พันล้าน และทรงตัวใกล้เคียงคาด ขณะที่ EPS ที่ $2.14 รวมผลบวกทางภาษี $0.05 ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในกรอบเดิม แม้ตัดรายการดังกล่าวออก EPS ยังสูงกว่าคาดอย่างชัดเจน
กระแสเงินสดเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงบวก
กระแสเงินสดอิสระในไตรมาสเพิ่มขึ้นเป็น $2.74 พันล้าน จาก $555 ล้านในปีก่อน เนื่องจากกำไรที่สูงขึ้น เงินลงทุนลดลง 61% YoY และบริษัทได้รับเงินสนับสนุนจาก CHIPS Act จำนวน $549 ล้าน
ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา กระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้น 271% YoY เป็น $6.53 พันล้าน หรือ 33.6% ของรายได้ สะท้อนว่าช่วงลงทุนโรงงานขนาดใหญ่กำลังผ่านจุดสูงสุด และบริษัทเริ่มเปลี่ยนการลงทุนที่ผ่านมาเป็นกระแสเงินสดได้ชัดเจนขึ้น
3) วิเคราะห์รายได้กำไรที่มาจาก AI vs. Non-AI และผลต่ออุตสาหกรรม
ฝั่ง AI: ศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ยังไม่ใช่รายได้ส่วนใหญ่
รายได้ศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นประมาณ 100% YoY และ 20% QoQ โดยชิปของ Texas Instruments ไม่ได้ทำหน้าที่ประมวลผล AI โดยตรงเหมือน GPU หรือชิปเร่งการประมวลผล แต่ใช้ในระบบจัดการกำลังไฟฟ้า การแปลงแรงดัน การควบคุมสัญญาณ และระบบควบคุมฝังตัวภายในเซิร์ฟเวอร์และตู้ประมวลผล
การเปลี่ยนสถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูลไปสู่ระบบไฟฟ้า 800 โวลต์จะเพิ่มจำนวนขั้นตอนในการแปลงแรงดันช่วงแรก เช่น จากไฟฟ้ากระแสสลับไปเป็น 800 โวลต์ ก่อนลดลงเป็น 48 โวลต์และ 12 โวลต์ ส่งผลให้มูลค่าชิปต่อระบบเพิ่มขึ้น ฝ่ายบริหารระบุว่ายิ่งแรงดันไฟฟ้าสูง โอกาสทางการตลาดของชิป Analog และ Embedded ยิ่งเพิ่มขึ้น
ผลต่อกลุ่มชิป AI จากงบ TXN
|
กลุ่มหุ้น |
ผลกระทบ |
เหตุผล |
|
Monolithic Power Systems |
บวก |
มีรายได้จากระบบจัดการพลังงานในเซิร์ฟเวอร์ AI โดยตรง |
|
Analog Devices |
บวก |
ได้ประโยชน์จากชิปแปลงสัญญาณและระบบจัดการพลังงาน |
|
Microchip Technology |
บวก |
มีผลิตภัณฑ์ควบคุมฝังตัวและชิปสัญญาณสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน |
|
Nvidia, AMD, Broadcom |
บวกทางอ้อม |
สะท้อนว่าการลงทุนเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่ง |
|
ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าศูนย์ข้อมูล |
บวก |
ความต้องการระบบแปลงไฟ การควบคุมพลังงาน และระบบจ่ายไฟเพิ่มขึ้น |
ฝั่ง Non-AI: การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและยานยนต์เป็นปัจจัยหลัก
แม้ศูนย์ข้อมูลเติบโตสูง แต่รายได้ส่วนใหญ่ของ Texas Instruments ยังมาจากตลาดอุตสาหกรรมและยานยนต์ การเติบโตของบริษัทจึงสะท้อนการฟื้นตัวของวัฏจักรชิปแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน
ฝ่ายบริหารประเมินว่าลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่งสิ้นสุดการลดสินค้าคงคลัง หลังใช้เวลาหลายปีระบายชิ้นส่วนและสินค้าสำเร็จรูปที่สะสมจากวัฏจักรก่อนหน้า ขณะที่อุปกรณ์รุ่นใหม่มีจำนวนชิปต่อระบบสูงขึ้นจากระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ โครงข่ายพลังงาน และการเชื่อมต่อที่ซับซ้อนขึ้น
ผลต่อกลุ่มชิป Non-AI จากงบ TXN
|
หุ้น/กลุ่ม |
ผลกระทบ |
เหตุผล |
|
Analog Devices |
บวกมากที่สุด |
มีสัดส่วนรายได้อุตสาหกรรมสูงและโครงสร้างผลิตภัณฑ์ใกล้เคียง TXN |
|
Microchip Technology |
บวก |
ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและการเติมสินค้าคงคลัง |
|
NXP Semiconductors |
บวก |
การฟื้นตัวของรถยนต์ โดยเฉพาะ EV และ Hybrid สนับสนุนคำสั่งซื้อ |
|
ON Semiconductor |
บวก |
ได้ประโยชน์จากยานยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และระบบอัตโนมัติ |
|
Infineon Technologies |
บวก |
มีรายได้จากยานยนต์ อุตสาหกรรม และชิปกำลังในสัดส่วนสูง |
|
STMicroelectronics |
บวก |
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและยานยนต์ช่วยลดแรงกดดันจากวัฏจักรขาลง |
4) แนวโน้มใน 3Q26
Guidance ไตรมาส 3Q26 สูงกว่าคาด
|
รายการ |
Guidance |
ตลาดคาด |
ส่วนต่างจากตลาดคาด |
|
รายได้ |
$5.65–6.15 พันล้าน |
$5.62–5.63 พันล้าน |
จุดกึ่งกลางสูงกว่าคาดประมาณ 5% |
|
EPS |
$2.23–2.57 |
$2.15–2.18 |
จุดกึ่งกลางสูงกว่าคาดประมาณ 10–12% |
|
ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน |
ใกล้เคียง 2Q26 |
— |
ทรงตัว |
|
อัตราภาษี |
ประมาณ 13% |
— |
ตามกรอบบริษัท |
|
เงินลงทุนปี 2026 |
$2–3 พันล้าน |
— |
คงกรอบเดิม แต่มีโอกาสอยู่เหนือจุดกึ่งกลาง |
บริษัทไม่ได้ปรับกรอบเงินลงทุนปี 2026 แต่ระบุว่าอาจใช้งบสูงกว่าจุดกึ่งกลางของกรอบ $2–3 พันล้าน เนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งทำให้ต้องเพิ่มเครื่องจักรในโรงงานที่ก่อสร้างไว้แล้ว
สมมติฐานสำคัญของแนวโน้ม
1. อุปสงค์ไตรมาส 3 จะเติบโตมากกว่าฤดูกาลปกติ และมาจากทุกตลาดหลัก
2. รายได้อุตสาหกรรมยังมีพื้นที่ฟื้นตัว เพราะยังต่ำกว่าจุดสูงสุดปี 2022 ประมาณ 5–6%
3. รายได้ยานยนต์ได้รับแรงสนับสนุนจาก EV และ Hybrid ในจีน รวมถึงสินค้าคงคลังของลูกค้าที่อยู่ในระดับต่ำ
4. ศูนย์ข้อมูลยังเติบโตตามการลงทุน AI และบริษัทตั้งเป้าเติบโตเร็วกว่าตลาดในปี 2026–2027
5. รายได้ส่วนใหญ่ในไตรมาส 3 จะมาจากจำนวนชิ้นที่ขายเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การขึ้นราคา
6. การปรับราคาบางส่วนจะเริ่มส่งผลในไตรมาส 3–4 และอาจต่อเนื่องถึงปี 2027
7. อัตรากำไรจะได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้กำลังการผลิตและสัดส่วนการผลิต 300 มิลลิเมตรที่เพิ่มขึ้น
5) ประเด็นสำคัญจาก Earnings Call
การฟื้นตัวกระจายตัวในทุกตลาด
ฝ่ายบริหารระบุว่าสัญญาณอุปสงค์ในเดือนกรกฎาคมมีความแข็งแกร่งและครอบคลุมมากกว่าสองไตรมาสก่อน ซึ่งเคยขับเคลื่อนหลักจากอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล ปัจจุบันตลาดยานยนต์เริ่มเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม ขณะที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลจะเติบโตตามฤดูกาล แม้อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่าปกติ
วัฏจักรอุตสาหกรรมอาจอยู่เพียงช่วงเริ่มต้น
ผู้บริหารมองว่าตลาดอุตสาหกรรมยังมีพื้นที่ฟื้นตัวอีกมาก เนื่องจากรายได้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดปี 2022 แม้ผ่านไปสี่ปีแล้ว ขณะที่จำนวนชิปในเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ พลังงาน หุ่นยนต์ และอุปกรณ์ทดสอบเพิ่มขึ้นตามโครงสร้างระยะยาว
บริษัทประเมินว่าลูกค้ายังไม่ได้เริ่มสะสมสินค้าคงคลังอย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตปัจจุบันจึงมีแนวโน้มมาจากอุปสงค์ปลายทางและการกลับสู่ระดับสินค้าคงคลังปกติ มากกว่าการสั่งซื้อล่วงหน้าเกินความจำเป็น
ยานยนต์ฟื้นตัวนำโดยจีน
อุปสงค์ยานยนต์เร่งขึ้นตลอดไตรมาส นำโดยรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดในจีน อีกทั้งลูกค้าหลายรายลดสินค้าคงคลังลงต่ำจนไม่สอดคล้องกับความต้องการจริง ทำให้ต้องกลับมาสั่งซื้อเมื่อยอดขายรถยนต์เริ่มดีขึ้น
เริ่มปรับราคาขึ้น แต่ผลต่อรายได้ระยะสั้นยังจำกัด
ราคาขายในครึ่งปีแรกทรงตัว ซึ่งดีกว่ารูปแบบปกติที่ราคาชิปมักลดลงปีละเล็กน้อย บริษัทเริ่มเจรจาปรับราคากับลูกค้าเป็นรายบริษัท โดยผลบางส่วนจะเริ่มเกิดขึ้นในไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ขณะที่ Embedded Processing อาจเห็นผลชัดกว่าในปี 2027
อย่างไรก็ดี ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้ไตรมาส 3 เกือบทั้งหมดจะมาจากจำนวนชิ้นที่ขายเพิ่มขึ้น ส่วนผลจากราคาอยู่ในระดับต่ำ
กำลังการผลิตเป็นข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขัน
Texas Instruments มีพื้นที่โรงงานพร้อมติดตั้งเครื่องจักรใน Richardson, Sherman และ Lehi ทำให้สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้โดยไม่ต้องใช้เวลาก่อสร้างโรงงานใหม่ 2–3 ปี บริษัทประเมินว่าพื้นที่โรงงานเพียงพอรองรับการเติบโตอย่างน้อยสามปีข้างหน้า
ระยะเวลาส่งมอบเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากต่ำกว่า 13 สัปดาห์เป็นสูงขึ้นประมาณสองสัปดาห์ แต่ยังแข่งขันได้มากกว่าคู่แข่งบางรายที่มีระยะเวลาส่งมอบถึง 52 สัปดาห์ สถานการณ์ดังกล่าวเปิดโอกาสให้ Texas Instruments เข้าไปแก้ปัญหาการขาดแคลนให้ลูกค้าและชิงส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว
ศูนย์ข้อมูลยังเป็นโอกาสระยะยาว
บริษัทคาดว่าอุปสงค์ศูนย์ข้อมูลจะยังแข็งแกร่งในอนาคตอันใกล้ และตั้งเป้าเติบโตเร็วกว่าตลาดในปี 2026 และ 2027 ความได้เปรียบสำคัญมาจากผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายตำแหน่งภายในระบบ ความสามารถจัดส่ง และกำลังผลิตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ต่ำกว่า
มุมมองของ INVX
จากผลประกอบการและแนวโน้มที่แข็งแกร่งของ TXN สนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมชิปในวงกว้าง โดยฝั่งผู้ขายวัตถุดิบและอุปกรณ์ บริษัทมีต้นทุนเชื่อมโยงกับ TSMC ราว 8.8%, Tokyo Electron 5.8%, KLA 4.9%, JCET 2.5% และ ASE Technology 2.3% มีภาพเป็นบวกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของ TXN แม้ว่าสัดส่วนรายได้จาก AI จะยังน้อย แต่ถือว่าเพียงพอที่จะสะท้อนว่าการลงทุนเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่ง ดังนั้น กลุ่มชิป AI เช่น NVDA, AMD และ AVGO รวมไปถึงห่วงโซ่อุปทานของโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอยู่
นอกจากนี้ ยังบ่งชี้ว่ากลุ่มชิปดั้งเดิมมีการฟื้นตัวของวัฏจักร ซึ่งจะเป็นบวกต่อชิปอนาล็อกและไมโครคอนโทรลเลอร์ เช่น Analog Devices และ Microchip Technology จากสัดส่วนรายได้กลุ่มอุตสาหกรรมที่สูง รวมถึงเป็นบวกต่อ NXP Semiconductors จากการฟื้นตัวของยานยนต์
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน