Offshore Stock Update

กลุ่ม Space อย่าง SPCX และ RKLB รุกตลาดธุรกิจเครือข่ายมือถือผ่านดาวเทียม LEO

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|30 Jun 26 11:24 AM
Screenshot 2026-06-30 112123
สรุปสาระสำคัญ

กลุ่มธุรกิจอวกาศเร่งรุกตลาดเครือข่ายมือถือผ่านดาวเทียม LEO เพื่อส่งสัญญาณตรงสู่สมาร์ตโฟนโดยตรง ผ่านดีลสำคัญอย่าง Rocket Lab ควบรวม Iridium เพื่อชิงคลื่น L-band, SpaceX จับมือ Charter เพื่อใช้โครงข่ายไฟเบอร์ภาคพื้นดินแก้จุดอ่อนสัญญาณในเมือง และรัฐบาลญี่ปุ่นอัดฉีดทุนให้ Rakuten-AST SpaceMobile เพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เปลี่ยนสถานะกลุ่ม Space จากพันธมิตรสู่คู่แข่งโดยตรง บดบังรายได้ค่าเช่าโครงข่าย (MVNO) และบีบให้ค่ายมือถือดั้งเดิม (Verizon, AT&T, T-Mobile) ต้องเร่งลงทุนคานอำนาจ ส่งผลลบและสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมดั้งเดิม

สภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสูงขึ้น จากกลยุทธ์การควบรวมกิจการในแนวดิ่งและการสร้างพันธมิตรระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและผู้ครอบครองโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดิน เพื่อปฏิวัติระบบการสื่อสารไร้สายไปสู่รูปแบบการส่งสัญญาณตรงสู่โทรศัพท์มือถือของผู้บริโภคโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเสาสัญญาณดั้งเดิม โดยล่าสุดมีการร่วมมือกันในหลายผู้ประกอบการดังนี้ 

 

1. ดีลประวัติศาสตร์: Rocket Lab เข้าซื้อกิจการ Iridium มูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


รายละเอียดของดีล

 

  • การควบรวมกิจการ: Rocket Lab ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Iridium Communications ในมูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมูลค่า $54 ต่อหุ้น โดยโครงสร้างดีลประกอบด้วยการจ่ายเป็นเงินสด 50% และส่วนที่เหลือเป็นการแลกหุ้น
  • โครงสร้างทางการเงิน: Rocket Lab ได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อระยะสั้นประเภทวงเงินกู้ที่มีหลักประกันมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Deutsche Bank และ Wells Fargo เพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้เดิมของ Iridium และจ่ายส่วนต่างเงินสดในดีลนี้ คาดว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการในกลางปี 2027 

 

ทำความรู้จัก Iridium Communications

 

Iridium คือผู้บุกเบิกและผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม ดำเนินธุรกิจหลักในการให้บริการส่งสัญญาณเสียงและข้อมูลผ่านดาวเทียมสำหรับหน่วยงานของรัฐ ภาคการทหาร ธุรกิจการบิน ธุรกิจการเดินเรือ และระบบอุปกรณ์เชื่อมต่อ IoT ในพื้นที่ห่างไกล โดยมีจุดแข็งคือการเป็นเจ้าของเครือข่ายดาวเทียม LEO จำนวน 66 ดวง และดาวเทียมสำรองบนชั้นบรรยากาศอีก 14 ดวง 

 

Rocket Lab ต้องการอะไรจากดีลนี้ และไปต่อยอดในส่วนไหน?

 

  • ทางลัดสู่รายได้ประจำ: Rocket Lab ซึ่งเดิมทำธุรกิจหลักในด้านการรับจ้างปล่อยจรวดและผลิตชิ้นส่วนดาวเทียม ต้องการใช้โครงข่ายและฐานลูกค้าของ Iridium เป็นทางลัดในการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและการสื่อสารบนอวกาศที่มีรายได้หมุนเวียนสม่ำเสมอทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการขอสัมปทานสเปกตรัมคลื่นความถี่ใหม่
  • คลื่นความถี่ L-band ที่มีค่า: สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในดีลนี้คือคลื่นความถี่ประเภท L-band ของ Iridium ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ต่ำที่มีเสถียรภาพสูง สามารถทะลุสภาพอากาศที่เลวร้าย ผนังอาคาร และสิ่งกีดขวางหนาแน่นได้ดีเยี่ยม โดย Rocket Lab จะนำดาวเทียม LEO และสเปกตรัมคลื่นความถี่นี้ไปต่อยอดร่วมกับโครงการพัฒนาจรวดขนาดใหญ่ของตนเองที่มีชื่อว่า Neutron เพื่อสร้างระบบขนส่งและระบบสื่อสารอวกาศเบ็ดเสร็จในองค์กรเดียว สำหรับรองรับบริการส่งสัญญาณตรงสู่โทรศัพท์มือถือในอนาคต 

 

2. ดีลพันธมิตร SpaceX เจรจาความร่วมมือกับ Charter Communications

 

รายละเอียดของดีล

 

SpaceX และ Charter Communications ได้เจรจาความร่วมมือในระดับผู้บริหารระดับสูง เพื่อสร้างความเป็นไปได้ในการเปิดตัวบริการโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้บริโภคในสหรัฐฯ โดยสาระสำคัญของข้อตกลงคือการพิจารณาให้ Charter ช่วยผันส่งปริมาณการใช้งานสัญญาณโทรศัพท์บางส่วน ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดินของ Charter Communications

 

ทำความรู้จัก Charter Communications

 

Charter Communications เป็นบริษัทโทรคมนาคมและสื่อสารมวลชนใหญ่ของสหรัฐฯ ดำเนินธุรกิจหลักในการเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภาคพื้นดิน และระบบสายเคเบิลทีวีรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีบริการเครือข่ายมือถือเสมือนภายใต้แบรนด์ Spectrum Mobile โดยการเช่าสัญญาณจากค่ายมือถือรายอื่น ปัจจุบัน Charter กำลังเผชิญกับสภาวะการสูญเสียฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ตบ้านอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการหาพันธมิตรใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงข่ายที่มีอยู่ 

 

วัตถุประสงค์ของความร่วมมือและโอกาสการนำไปต่อยอด

 

  • โครงข่ายภาคพื้นดินหนาแน่น: สิ่งที่ SpaceX ต้องการจาก Charter คือการเข้าถึง โครงข่ายสายไฟเบอร์ออปติกและจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ภาคพื้นดินที่มีมากกว่า 45 ล้านจุดทั่วประเทศ รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะนับสิบล้านแห่ง
  • ทลายขีดจำกัดความจุสัญญาณดาวเทียม LEO และก้าวขึ้นเป็นผู้ใหบริการเครือข่ายมือถือ: SpaceX มีฝูงดาวเทียม LEO ของ Starlink อยู่ในวงโคจรมากกว่า 10,000 ดวง แต่เทคโนโลยีดาวเทียม LEO มีจุดอ่อนสำคัญคือ มีปริมาณความจุสัญญาณไม่เพียงพอต่อการรองรับปริมาณการใช้งานที่หนาแน่นในพื้นที่เขตเมืองและชานเมือง การนำดาวเทียม LEO ไปต่อยอดร่วมกับเครือข่ายภาคพื้นดินของ Charter จะช่วยผันส่งปริมาณการใช้งานในเขตเมืองลงสู่โครงข่ายไฟเบอร์ภาคพื้นดิน ส่งผลให้ SpaceX สามารถบรรลุเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือไร้สายที่ขายตรงสู่ผู้บริโภคทั่วไป ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ต้องพึ่งพาค่ายมือถือดั้งเดิม 

 

3. ดีลรัฐบาลญี่ปุ่นอัดฉีดทุน: กลุ่มร่วมทุน Rakuten และ AST SpaceMobile

 

รายละเอียดของดีล

 

กระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่น เตรียมอนุมัติเม็ดเงินสนับสนุนจำนวน 1.5 แสนล้านเยน หรือประมาณ 926 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กลุ่มพันธมิตรร่วมทุนระหว่าง Rakuten Group และ AST SpaceMobile โดยจะกระจายจ่ายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์ภาคพื้นดินและการจัดสร้างสถานีควบคุมระบบดาวเทียม 

 

เป้าหมายและการนำไปต่อยอด

 

  • ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ: รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการสร้างเครือข่ายดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศที่เป็นเอกเทศ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีอวกาศของต่างชาติ เช่น บริการ Starlink
  • การเชื่อมต่อตรงสู่สมาร์ตโฟน: กลุ่มร่วมทุนจะนำงบประมาณนี้ไปต่อยอดการปล่อยดาวเทียม LEO ชุดใหม่ตระกูล BlueBird ของ AST SpaceMobile ซึ่งมีกำหนดการปล่อยตัวในเดือนสิงหาคมนี้ ร่วมกับการใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อขยายพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตรงสู่โทรศัพท์มือถือทั่วไปของผู้ใช้บริการในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะแก่ง ห่างไกล หรือในยามเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ 


มุมมองของ INVX

 

กลุ่ม Space

 

เรามองว่าภาพข้างต้นสะท้อนถึงแนวโน้มกลุ่ม Space ที่ต้องการสร้างผลประโยชน์สูงสุดจากธุรกิจที่ตัวเองดำเนินอยู่ให้ครบวงจรมากขึ้น เช่น RKLB และ SPCX รวมถึง CHTR ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการมีรายได้ที่สม่ำเสมอจากการให้บริการเครือข่ายมือถือ ขณะเดียวกัน จะได้ประโยชน์จากการขายในรูปแบบ Bundling และรูปแบบการขายที่ครบวงจรมากขึ้น

 

กลุ่มผู้ให้บริการสื่อสารดั้งเดิม

 

ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจและเทคโนโลยีดาวเทียม LEO ทั้งหมดนี้ ส่งผลลบและสร้างแรงกดดันต่อกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมไร้สายแบบดั้งเดิม เช่น Verizon, AT&T และ T-Mobile อย่างรุนแรง สะท้อนจากราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากปัจจัยคุกคามดังต่อไปนี้ 

 

1. การเปลี่ยนสถานะจากพันธมิตรสู่คู่แข่งโดยตรง: ในอดีต ค่ายมือถือดั้งเดิมมองว่าดาวเทียม LEO เป็นเพียงเทคโนโลยีสนับสนุนเพื่อช่วยอุดรอยรั่วในพื้นที่ไร้สัญญาณตามป่าเขา แต่การที่บริษัทดาวเทียมประกาศรุกคืบเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสัญญาณมือถือตรงสู่ผู้บริโภค และหันไปจับมือกับค่ายเคเบิลอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดินเพื่อบุกพื้นที่เมืองใหญ่ ส่งผลให้ค่ายมือถือดั้งเดิมกำลังจะโดนแย่งชิงฐานลูกค้าหลักในเขตเมือง 
2. ความเสี่ยงจากการสูญเสียรายได้ค่าเช่าโครงข่าย (MVNO): ปัจจุบันค่ายมือถือดั้งเดิมมีรายได้สำคัญจากการให้บริษัทค่ายเคเบิลหรืออินเทอร์เน็ตเช่าสัญญาณเพื่อไปขายต่อ เช่น Charter Communications เช่าเครือข่ายของ Verizon อย่างไรก็ดี เมื่ออำนาจต่อรองและการควบคุมเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอยู่ในมือของบริษัทดาวเทียม LEO ร่วมกับค่ายเคเบิล ค่ายมือถือดั้งเดิมจึงเผชิญความเสี่ยงที่จะสูญเสียรายได้ค่าเช่าก้อนใหญ่นี้ไป 
3. การถูกบีบให้ต้องเร่งร่วมทุน: ค่ายมือถือดั้งเดิมถูกกดดันให้ต้องยอมลงขันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อจุดประสงค์ในการกักตุนสเปกตรัมคลื่นความถี่ภาคพื้นดินของตนเองไว้ ไม่ให้หลุดไปอยู่ในมือของบริษัทดาวเทียมที่กำลังไล่กว้านซื้อคลื่นความถี่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังต้องจำยอมเร่งอัดฉีดเงินทุนและเร่งรัดให้ดาวเทียมค่ายพันธมิตรของตนเองอย่าง AST SpaceMobile รีบส่งดาวเทียมขึ้นสู่ฟากฟ้าเพื่อนำเทคโนโลยีมาคานอำนาจ แม้ว่าดาวเทียมค่ายดังกล่าวจะยังคงเผชิญปัญหาความล่าช้าในกระบวนการปล่อยตัวก็ตาม 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5