Offshore Stock Update

อุตสาหกรรมยาเผชิญการแข่งขันหลายด้าน ทั้ง GLP-1 สิทธิบัตร และการย้ายฐานผลิตสู่สหรัฐฯ

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|22 Jul 26 9:33 AM
pharma
สรุปสาระสำคัญ

Novo Nordisk ยื่นฟ้อง Eli Lilly กรณีใช้ข้อมูลการทดลองเดิมโฆษณาเปรียบเทียบยาลดน้ำหนักโดยไม่สะท้อนขนาดยาสูงสุดใหม่ของบริษัท ขณะที่ Novartis รายงานผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าคาดจากการเติบโตของยามะเร็งและยารักษาโรคเรื้อรังรุ่นใหม่ที่เข้ามาชดเชยการหมดอายุสิทธิบัตรของ Entresto ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ายาสามัญเป็น 100%–200% ในปี 2028–2029 เพื่อบีบให้ย้ายฐานการผลิตกลับเข้าประเทศ โดย INVX ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ Eli Lilly มากที่สุดในกลุ่มยาจากความเป็นผู้นำตลาด ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และความพร้อมด้านฐานการผลิตในสหรัฐฯ

1) Novo Nordisk ฟ้อง Eli Lilly จากการโฆษณายา GLP-1


Novo Nordisk ยื่นฟ้อง Eli Lilly ต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยกล่าวหาว่าโฆษณา Zepbound และ Mounjaro ใช้ข้อมูลการทดลองที่ไม่สะท้อนขนาดยาสูงสุดของ Wegovy และ Ozempic ที่ได้รับอนุมัติในปัจจุบัน บริษัทระบุว่าการเปรียบเทียบดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า Eli Lilly มีประสิทธิภาพเหนือกว่าในทุกขนาดยา ทั้งที่งานวิจัยเดิมใช้ Wegovy และ Ozempic ในขนาดต่ำกว่าระดับสูงสุดที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน


ข้อพิพาทหลักเกี่ยวข้องกับการทดลอง SURMOUNT-5 ซึ่งพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ Zepbound ลดน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 50 ปอนด์ เทียบกับ 33 ปอนด์สำหรับ Wegovy อย่างไรก็ตาม Novo Nordisk ได้รับอนุมัติ Wegovy ขนาดสูงขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 และเริ่มทำตลาดในเดือนเมษายน บริษัทจึงมองว่าการโฆษณาที่อ้างอิงข้อมูลเดิมโดยไม่มีบริบทที่เพียงพอเป็นการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด


Novo Nordisk เรียกร้องให้ศาลสั่งยุติโฆษณาดังกล่าว ให้ Eli Lilly จัดทำโฆษณาแก้ไขความเข้าใจ และชดเชยกำไรที่ Novo Nordisk เชื่อว่าสูญเสียไป รวมถึงอาจเรียกร้องค่าเสียหายเป็นสามเท่าตามกฎหมายสหรัฐฯ ด้าน Eli Lilly ยืนยันว่าการโฆษณามีความถูกต้อง โปร่งใส และอ้างอิงการทดลองเปรียบเทียบโดยตรงที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ พร้อมระบุว่าจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่


คดีสะท้อนการแข่งขันในตลาดยาลดน้ำหนักที่สูงขึ้น


ตลาดยารักษาโรคอ้วนทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัวสู่ประมาณ $120 พันล้านต่อปีภายในปี 2030 ทำให้การแข่งขันระหว่าง Novo Nordisk และ Eli Lilly ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประสิทธิภาพของยา แต่ครอบคลุมถึงขนาดยา ช่องทางจำหน่าย กำลังการผลิต การเข้าถึงประกันสุขภาพ และการสื่อสารกับผู้บริโภค


แม้ Novo Nordisk จะเข้าสู่ตลาดก่อนด้วย Wegovy แต่ Eli Lilly สามารถเพิ่มยอดขาย Zepbound และขึ้นเป็นผู้นำตลาดในสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว 
 

nvo-lly.png


การเลือกใช้แนวทางทางกฎหมายจึงสะท้อนความพยายามของ Novo Nordisk ในการปกป้องสถานะการแข่งขันและลดความเสียเปรียบด้านภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ดี ผลทางกฎหมายยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจาก SURMOUNT-5 เป็นการทดลองเปรียบเทียบยาทั้งสองโดยตรง ขณะที่ข้อมูลที่ Novo Nordisk นำมาใช้สนับสนุนขนาดยาใหม่เป็นผลจากการทดลองคนละชุด ซึ่งไม่ใช่การเปรียบเทียบโดยตรงภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน


2) Novartis รายงานผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าคาด


Novartis รายงานยอดขายไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ $14.41 พันล้าน เพิ่มขึ้น 3% ในรูปดอลลาร์และ 1% เมื่อไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยน สูงกว่าตลาดคาดประมาณ 3% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ $5.94 พันล้าน สูงกว่าคาดประมาณ 11–12% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 41.2% เทียบกับตลาดคาดประมาณ 37.6–38.1%


ผลประกอบการได้รับแรงสนับสนุนจากยาหลักหลายรายการ ได้แก่ Kisqali ซึ่งมียอดขาย $1.70 พันล้าน เพิ่มขึ้น 43% เมื่อไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยน Kesimpta เพิ่มขึ้น 32% เป็น $1.42 พันล้าน Scemblix เพิ่มขึ้น 89% เป็น $562 ล้าน Pluvicto เพิ่มขึ้น 43% เป็น $651 ล้าน และ Leqvio เพิ่มขึ้น 59% เป็น $480 ล้าน ยาเหล่านี้ช่วยชดเชยยอดขาย Entresto ที่ลดลง 51% เมื่อไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยน จากการแข่งขันของยาสามัญหลังหมดอายุสิทธิบัตรในสหรัฐฯ


กำไรที่สูงกว่าคาดส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา รวมถึงค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด โดยค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ $2.85 พันล้าน เทียบกับคาด $3.05 พันล้าน ส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารอยู่ที่ $3.24 พันล้าน เทียบกับคาด $3.45 พันล้าน


ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดมีปัจจัยชั่วคราว


แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาดี แต่ Novartis ยังคงเป้าหมายปี 2026 โดยคาดว่ายอดขายจะเติบโตในระดับเลขหลักเดียวช่วงต้น และกำไรจากการดำเนินงานหลักจะลดลงในระดับเลขหลักเดียวช่วงต้น การไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายสะท้อนว่าผลประกอบการบางส่วนเกิดจากจังหวะการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่าย มากกว่าการปรับตัวดีขึ้นอย่างถาวร


บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสินค้าคงคลังจากการติดตั้งระบบบริหารจัดการใหม่ช่วยเพิ่มยอดขายไตรมาส 2 ประมาณ 1 จุด และการเลื่อนค่าใช้จ่ายวิจัยไปยังไตรมาส 3 ช่วยเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานหลักประมาณ 5 จุด ปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มกลับทิศในครึ่งปีหลัง จึงอาจทำให้อัตราการเติบโตของกำไรไม่แข็งแกร่งเท่ากับไตรมาส 2


ยาใหม่ช่วยลดแรงกดดันจาก Entresto


ภาพสำคัญของ Novartis คือผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เริ่มมีขนาดเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากการหมดอายุสิทธิบัตรของ Entresto โดยบริษัทประเมินว่าช่วงที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอาจผ่านไปแล้ว และคาดว่ายอดขายในครึ่งปีหลังจะเติบโตระดับกลางของเลขหลักเดียวเมื่อฐานเปรียบเทียบจาก Entresto ลดลง


Kisqali ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักในมะเร็งเต้านม โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายสูงสุดที่ $10 พันล้าน ขณะที่ Kesimpta มีโอกาสขยายตัวต่อจากการรักษาโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โดยเฉพาะตลาดนอกสหรัฐฯ ด้าน Pluvicto มีโอกาสเติบโตจากการขยายข้อบ่งใช้ไปยังผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะก่อนหน้า ซึ่งอาจเพิ่มจำนวนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 75%


Rhapsido ซึ่งเป็นยารับประทานสำหรับโรคลมพิษเรื้อรังสร้างยอดขาย $64 ล้านในไตรมาสแรกหลังเริ่มทำตลาด และได้รับการตอบรับในช่วงต้นที่ดี อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าการเติบโตจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากต้องใช้เวลาเพิ่มความครอบคลุมจากผู้ให้บริการประกันสุขภาพและรักษาระดับส่วนลดให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม


3) สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้ายาสามัญ


รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนคงภาษีนำเข้ายาสามัญไว้ที่ 0% เป็นเวลา 2 ปี ก่อนเพิ่มเป็น 100% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2028 และเป็น 200% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2029 เป้าหมายคือกระตุ้นให้บริษัทผลิตยาสามัญสร้างโรงงานและลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ


นโยบายดังกล่าวอาจเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ผลิตยาสามัญที่มีฐานการผลิตหลักในอินเดีย จีน และประเทศต้นทุนต่ำอื่น หากไม่สามารถย้ายหรือเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ได้ทันเวลา ในทางกลับกัน ผู้ผลิตที่มีโรงงานในสหรัฐฯ อยู่แล้วหรือมีฐานะการเงินเพียงพอสำหรับการลงทุนเพิ่มเติมอาจมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันมากขึ้น


สำหรับบริษัทผู้ผลิตยานวัตกรรม ผลกระทบโดยตรงยังจำกัด เนื่องจากมาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่ยาสามัญ และนโยบายสำหรับยาที่มีสิทธิบัตรยังคงเดิม อย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านภาษีและนโยบายในอนาคต โดย Novartis มีแผนลงทุนประมาณ $23 พันล้านเพื่อสร้างและขยายโรงงาน 7 แห่งในสหรัฐฯ โดยเน้นการผลิตยารักษามะเร็งแบบนำส่งรังสีเข้าสู่เป้าหมาย


มุมมองของ INVX


เรามองว่าการแข่งขันในตลาด GLP-1 มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น และอาจขยายจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่การตลาด การฟ้องร้อง และการกำกับดูแลโฆษณา บริษัทที่มีข้อมูลการทดลองเปรียบเทียบโดยตรง ผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ และกำลังการผลิตเพียงพอจะมีความได้เปรียบมากกว่า


โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อ Eli Lilly มากที่สุดในกลุ่มยา เนื่องจากบริษัทยังคงเป็นผู้นำตลาดยารักษาโรคอ้วนในสหรัฐฯ และมียาที่มีประสิทธิที่สูง ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีฐานการผลิตและแผนขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานและนโยบายการค้าในระยะกลาง อย่างไรก็ดี ควรติดตามความเสี่ยงจากการแข่งขัน คดีโฆษณา 

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
NYS/LLY.N
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5