Offshore Stock Update

Airbus วางเป้ากำไรปี 2029 โต 75% เร่งส่งมอบเครื่องบินและคืนเงินผู้ถือหุ้น

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|22 Jul 26 9:11 AM
airbus
สรุปสาระสำคัญ

Airbus ประกาศเป้าหมายทางการเงินระยะกลางปี 2029 โดยตั้งเป้ากำไรจากการดำเนินงานโตราว 75% จากปี 2025 พร้อมอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน €5 พันล้าน และคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นราว 60% ของกระแสเงินสดอิสระสะสม โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากธุรกิจเครื่องบินพาณิชย์ การฟื้นตัวของธุรกิจกลาโหม-เฮลิคอปเตอร์ การขยายธุรกิจบริการรายได้สูงเป็นเท่าตัว และการทยอยลดต้นทุนส่วนเกินจากการผลิต ทั้งนี้ INVX มองภาพรวมเป็นบวกต่อ Airbus และกลุ่มผู้ผลิตเครื่องยนต์ เช่น Rolls-Royce, Safran, GE Aerospace แต่ผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายแผน (ปี 2028–2029) ทำให้ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน การส่งมอบเครื่องยนต์ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด

สาระสำคัญ


Airbus ประกาศเป้าหมายทางการเงินระยะกลางที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออุปสงค์เครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินทหาร และเฮลิคอปเตอร์ โดยตั้งเป้ากำไรจากการดำเนินงานที่ปรับแล้วปี 2029 ที่ €12–13 พันล้าน เพิ่มขึ้นประมาณ 75% จาก €7.1 พันล้านในปี 2025 พร้อมตั้งเป้ารักษาอัตราการเปลี่ยนกำไรสุทธิเป็นกระแสเงินสดอิสระใกล้ 1 ในช่วง 5 ปี


คณะกรรมการบริษัทอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน €5 พันล้านภายใน 3 ปี ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กับนโยบายเพิ่มเงินปันผล โดย Airbus คาดว่าการคืนเงินแก่ผู้ถือหุ้นในช่วงปี 2026–2029 จะคิดเป็นประมาณ 60% ของกระแสเงินสดอิสระสะสม อย่างไรก็ดี บริษัทระบุว่าโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นมาตรการเฉพาะช่วงเวลา ไม่ใช่นโยบายที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นทุกปี


ธุรกิจเครื่องบินพาณิชย์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก


ธุรกิจเครื่องบินพาณิชย์จะเป็นแหล่งกำไรสำคัญที่สุด โดย Airbus ตั้งเป้าเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจนี้จาก €5.5 พันล้านในปี 2025 เป็นประมาณ €10 พันล้านในปี 2029 แรงสนับสนุนหลักมาจากการส่งมอบเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น การใช้กำลังการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และสัดส่วนเครื่องบินรุ่นที่มีขนาดใหญ่และมูลค่าสูงขึ้น


Airbus คาดว่าจำนวนการส่งมอบเครื่องบินทั้งหมดอาจสูงกว่า 1,100 ลำต่อปีภายในปี 2029 เทียบกับ 793 ลำในปี 2025 โดยมีเป้าหมายกำลังผลิตสำคัญ ได้แก่


• A320 จำนวน 70–75 ลำต่อเดือนภายในสิ้นปี 2027 และเข้าสู่ระดับ 75 ลำในช่วงต้นปี 2028
• A220 จำนวน 13 ลำต่อเดือนในปี 2028
• A350 จำนวน 12 ลำต่อเดือนในปี 2028
• A330 จำนวน 5 ลำต่อเดือนในปี 2029

 

การเพิ่มกำลังผลิต A320 จะได้รับประโยชน์จากสัดส่วน A321 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 75% ของคำสั่งซื้อคงค้างในตระกูล A320 โดย A321 มีขนาดใหญ่กว่า รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า และสร้างรายได้ต่อเที่ยวบินให้สายการบินได้สูงกว่า จึงมีแนวโน้มสร้างกำไรต่อเครื่องให้ Airbus มากกว่ารุ่นขนาดเล็ก


A350 มีโอกาสเป็นแหล่งกำไรระยะยาว


อุปสงค์เครื่องบินลำตัวกว้างฟื้นตัวต่อเนื่องตามการเดินทางระหว่างประเทศและความต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิง Airbus จึงอยู่ระหว่างศึกษาการเพิ่มกำลังผลิต A350 ให้สูงกว่า 12 ลำต่อเดือน รวมถึงพัฒนา A350 รุ่นขยายลำตัว ซึ่งอาจเรียกว่า A350-2000 เพื่อแข่งขันโดยตรงกับ Boeing 777X


ฝ่ายบริหารระบุว่ากำลังผลิต A350 ในระดับที่สูงกว่า 12 ลำต่อเดือนอย่างมีนัยสำคัญอาจอยู่ระหว่าง 12–20 ลำต่อเดือน แต่การเพิ่มกำลังผลิตเกิน 12 ลำจะต้องลงทุนสายการประกอบเพิ่มเติม เนื่องจากกำลังการผลิตในปัจจุบันรองรับได้สูงสุดประมาณ 12 ลำต่อเดือน


อย่างไรก็ดี กำไรของ A350 ในปี 2029 ยังไม่ใช่ระดับสูงสุด เนื่องจากบริษัทจะมีต้นทุนช่วงเริ่มต้นของ A350 รุ่นขนส่งสินค้า และยังมีผลกระทบจากสัญญาลูกค้ารายแรกที่ให้เงื่อนไขราคาค่อนข้างต่ำ ฝ่ายบริหารคาดว่าศักยภาพกำไรที่แท้จริงของโครงการจะเห็นชัดขึ้นในช่วงทศวรรษ 2030


A220 มุ่งสู่จุดคุ้มทุน


Airbus ตั้งเป้าให้โครงการ A220 เข้าสู่จุดคุ้มทุนระหว่างการเพิ่มกำลังผลิตเป็น 13 ลำต่อเดือนในปี 2028 โดยอาศัยการประหยัดจากขนาด การลดต้นทุนการผลิต และการปรับปรุงประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน


บริษัทยังศึกษาการพัฒนา A220 รุ่นขยายลำตัวเพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่ง โดยฝ่ายบริหารประเมินว่าสามารถใช้เครื่องยนต์ Pratt & Whitney รุ่นเดิมที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมได้ แม้ระยะทางบินอาจลดลงบางส่วนจากน้ำหนักเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น แต่สอดคล้องกับความต้องการของสายการบินที่ต้องการความจุสูงขึ้นสำหรับเส้นทางระยะสั้นถึงปานกลาง


ธุรกิจบริการสร้างรายได้ประจำและอัตรากำไรสูง


Airbus ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากธุรกิจบริการเครื่องบินพาณิชย์จากประมาณ €5 พันล้านในปี 2025 เป็น €10 พันล้านภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรเป็นตัวเลขสองหลัก


ธุรกิจดังกล่าวประกอบด้วยอะไหล่ การฝึกอบรม ระบบดิจิทัล การจัดการข้อมูลการบิน และบริการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งานของเครื่องบิน การเพิ่มจำนวนเครื่องบิน Airbus ในฝูงบินทั่วโลกจะช่วยขยายฐานรายได้ที่เกิดซ้ำ และลดการพึ่งพารายได้จากการขายเครื่องบินใหม่เพียงอย่างเดียว


บริษัทมีแผนเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องบินที่ให้บริการอยู่ประมาณ 16,000 ลำผ่านระบบ Skywise เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์การบำรุงรักษา ประสิทธิภาพการบิน และการบริหารบุคลากร นอกจากนี้ Airbus พร้อมใช้การซื้อกิจการเพื่อเร่งการขยายธุรกิจบริการ หากพบสินทรัพย์ที่เหมาะสม


กลาโหมและอวกาศเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว


Airbus ตั้งเป้ากำไรจากธุรกิจกลาโหมและอวกาศเพิ่มขึ้นจากประมาณ €0.8 พันล้านในปี 2025 เป็น €1.3 พันล้านในปี 2029 หลังการปรับโครงสร้างและลดความเสี่ยงของโครงการที่ขาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจอวกาศ


คำสั่งซื้อของธุรกิจนี้ทำสถิติสูงสุดที่ €17.7 พันล้านในปี 2025 ส่งผลให้คำสั่งซื้อคงค้างมากกว่า €50 พันล้าน ได้แรงสนับสนุนจากงบประมาณกลาโหมยุโรปที่เพิ่มขึ้น ความต้องการเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Eurofighter ระบบอากาศยานไร้คนขับ ระบบป้องกันขีปนาวุธ และดาวเทียมเพื่อความมั่นคง


Airbus มีแผนเพิ่มกำลังผลิต Eurofighter จากประมาณ 10 ลำต่อปีในอดีตเป็นมากกว่า 20 ลำในปี 2028 และเตรียมความพร้อมรองรับระดับ 30 ลำต่อปี หากได้รับคำสั่งซื้อส่งออกเพิ่มเติม


บริษัทอยู่ระหว่างจัดตั้งกิจการร่วมค้าด้านอวกาศกับ Thales และ Leonardo เพื่อเพิ่มขนาดธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่จากสหรัฐฯ และเอเชีย โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ตั้งแต่ปี 2027


ธุรกิจเฮลิคอปเตอร์เติบโตจากตลาดทหารและบริการ


Airbus ตั้งเป้ากำไรจากธุรกิจเฮลิคอปเตอร์เพิ่มขึ้นจากประมาณ €0.9 พันล้านในปี 2025 เป็น €1.2 พันล้านในปี 2029 โดยมีแรงสนับสนุนจากการเพิ่มกำลังผลิต การเติบโตของบริการหลังการขาย และคำสั่งซื้อจากภาครัฐและกองทัพ


บริษัทมีส่วนแบ่งประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดเฮลิคอปเตอร์พลเรือน ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดทหารเพิ่มขึ้นแตะ 28% ในปี 2025 จากระดับปกติราว 18–20% Airbus จึงเร่งเพิ่มกำลังผลิต H145 จากประมาณ 70 ลำในปี 2023 เป็น 120 ลำในปี 2026 และมีศักยภาพแตะใกล้ 140 ลำต่อปีในอนาคต


นอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ ระบบควบคุมฝูงโดรน และการทำงานร่วมกันระหว่างเฮลิคอปเตอร์กับอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในตลาดกลาโหม


เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนส่วนเกิน


หนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อเป้าหมายกำไรคือการลดต้นทุนส่วนเกินจากช่วงเพิ่มกำลังผลิต Airbus เคยจ้างพนักงานล่วงหน้าประมาณ 10,000 คนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายการผลิต ส่งผลให้มีต้นทุนส่วนเกินใกล้ €1 พันล้านจากการฝึกอบรม การทำงานซ้ำ และกระบวนการผลิตที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่


บริษัทคาดว่าต้นทุนส่วนเกินดังกล่าวจะทยอยลดลงในช่วงปี 2027–2029 เมื่อการผลิตเข้าสู่ระดับที่มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าลดปัญหาด้านคุณภาพภายในกระบวนการผลิตลง 50% ภายในปี 2027 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการผลิต ลดการแก้ไขงาน และเพิ่มความสามารถในการส่งมอบเครื่องบินตรงเวลา


อย่างไรก็ดี การเพิ่มกำลังผลิต A320 ในปี 2026–2027 ยังถูกจำกัดบางส่วนจากการส่งมอบเครื่องยนต์ของ Pratt & Whitney ขณะที่ A350 ยังเผชิญข้อจำกัดจากชิ้นส่วนภายในห้องโดยสาร เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และอุปกรณ์ตกแต่งภายใน


กระแสเงินสดและการจัดสรรเงินทุน


Airbus ตั้งเป้ารักษาอัตราการเปลี่ยนกำไรสุทธิเป็นกระแสเงินสดอิสระที่ประมาณ 1 ในช่วง 5 ปี แม้บริษัทจะอยู่ในช่วงลงทุนเพิ่มกำลังผลิต โดยมีข้อได้เปรียบจากการรับเงินล่วงหน้าจากลูกค้าก่อนส่งมอบเครื่องบิน ซึ่งช่วยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน


บริษัทคาดว่าเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง เพื่อรองรับการขยายกำลังผลิตและการปรับปรุงโรงงาน ขณะที่งบวิจัยและพัฒนาจะอยู่ที่ประมาณ 5% ระดับกลางของรายได้ หรือเพิ่มขึ้นสู่ประมาณ €5 พันล้านต่อปีภายในสิ้นทศวรรษ


Airbus จะยังรักษาเงินสดสุทธิขั้นต่ำประมาณ €10 พันล้าน เพื่อรองรับความผันผวนและรักษาความยืดหยุ่นสำหรับการลงทุนหรือซื้อกิจการเพิ่มเติม


เทคโนโลยีเครื่องบินรุ่นต่อไป


Airbus วางแผนตัดสินใจรูปแบบของเครื่องบินทางเดินเดียวรุ่นต่อไปภายในปี 2030 และอาจเปิดตัวโครงการในช่วงปลายทศวรรษนี้ ก่อนเริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2030


เทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการศึกษา ได้แก่ ปีกที่ยาวและบางขึ้น ปลายปีกพับได้ เครื่องยนต์แบบเปิด ระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจน วัสดุน้ำหนักเบา ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ในการผลิต Airbus ยังต้องการปรับโครงสร้างรูปแบบรายได้ เพื่อให้บริษัทได้รับส่วนแบ่งจากตลาดบำรุงรักษาและอะไหล่ตลอดอายุการใช้งานของเครื่องบินมากขึ้น


ความเสี่ยงสำคัญ


เป้าหมายปี 2029 ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าไม่มีเหตุการณ์เพิ่มเติมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก การเดินทางทางอากาศ การค้า ภาษี ห่วงโซ่อุปทาน หรือการดำเนินงานภายในบริษัท


ความเสี่ยงหลักประกอบด้วยการส่งมอบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนล่าช้า การเพิ่มกำลังผลิตไม่เป็นไปตามแผน ต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบสูงกว่าคาด ความผันผวนของค่าเงินยูโรต่อดอลลาร์ และความต้องการเดินทางที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ


Airbus ใช้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ €1 ต่อ $1.22 ในปี 2029 โดยทุกการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์ 1 จุดอาจกระทบกำไรจากการดำเนินงานประมาณ €250 ล้านในปี 2029 ทำให้ค่าเงินเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อความสามารถในการบรรลุเป้าหมาย


มุมมองของ INVX


ภาพรวมเป็นบวกต่อ Airbus และห่วงโซ่อุตสาหกรรมอากาศยาน เนื่องจากคำสั่งซื้อสูง การเพิ่มกำลังผลิต และการขยายธุรกิจบริการช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในหลายปีข้างหน้า โดย Airbus มีความน่าสนใจจากความชัดเจนของเป้าหมายปี 2029 และโครงการซื้อหุ้นคืน ขณะที่ Rolls-Royce, Safran และ GE Aerospace มีโอกาสได้รับประโยชน์จากจำนวนเครื่องบินและเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี เป้าหมายกำไรของ Airbus มีลักษณะเน้นช่วงปลายแผน โดยการเติบโตจะชัดเจนขึ้นในปี 2028–2029 หลัง A320 เข้าสู่กำลังผลิตระดับ 75 ลำต่อเดือนและต้นทุนส่วนเกินลดลง จึงควรติดตามการส่งมอบรายเดือน ความพร้อมของเครื่องยนต์ คุณภาพการผลิต และความสามารถในการควบคุมสินค้าคงคลัง

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
NYS/GE.N
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5