Offshore Stock Update

OpenAI มีแนวโน้มการชะลอแผน IPO

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|26 Jun 26 12:29 PM
p-1-91287357-openai-unveils-its-new-gpt-4-5-large-language-model (1)
สรุปสาระสำคัญ

OpenAI มีแนวโน้มเลื่อนแผน IPO ของ ไปเป็นปี 2027 เนื่องจากความเสี่ยงด้านการขาดทุนและการปรับโครงสร้างภายใน ส่งผลกระทบเชิงลบในระยะสั้นต่อผู้สนับสนุนหลักอย่าง Microsoft และ SoftBank ขณะเดียวกันก็ส่งผลบวกเชิงเปรียบเทียบต่อคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic และ Amazon ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นกว่า

สรุปแนวโน้มการชะลอแผน IPO ของ OpenAI และสถานการณ์ปัจจุบัน

1. แผนการเลื่อน IPO ไปเป็นปี 2027

  • แนวโน้มการเลื่อนแผน: OpenAI มีแนวโน้มที่จะชะลอการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกออกไปเป็นปี 2027 จากเดิมที่มีข่าวว่าปรึกษากับที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเตรียมเข้าตลาดหุ้นในช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 ของปีนี้ หรือภายในปี 2026
  • เป้าหมายมูลค่าบริษัท 1 ล้านล้านดอลลาร์: Sam Altman ยืนกรานกับที่ปรึกษาว่าต้องการให้บริษัทมีมูลค่าแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าในการระดมทุนนอกตลาดครั้งล่าสุดที่ 52 แสนล้านดอลลาร์ และปฏิเสธที่จะลดระดับมูลค่านี้ลงเพื่อแลกกับการเข้าตลาดหุ้นที่เร็วขึ้น
  • การยื่นเอกสารแบบลับ: แม้จะเลื่อนแผนออกไป แต่ OpenAI ได้ยื่นเอกสารขอทำ IPO แบบลับกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าตลาดหุ้นได้ทันทีหากสถานการณ์เอื้ออำนวย

2. สาเหตุที่เลื่อน

  • บทเรียนจากความผันผวนของ SpaceX: ตลาดหุ้นเพิ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของหุ้น SpaceX หลังจากการทำ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นกลับดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง
  • ความผันผวนของตลาดกลุ่มเทคโนโลยี: ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในสภาวะผันผวน โดยนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าบริษัทด้าน AI จะสามารถทำกำไรได้จริงตามที่คาดหวังไว้สูงลิ่วหรือไม่ ธนาคารที่ปรึกษาจึงเตือนว่าอาจไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยมากนักในเวลานี้
  • ยอดผู้ใช้เริ่มทรงตัว: ยอดผู้ใช้แอป ChatGPT ในปัจจุบันเริ่มชะลอตัวและทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 900 ล้านคน ซึ่งสร้างความประหลาดใจแก่นักลงทุนที่คาดหวังว่าจะแตะระดับ 1 พันล้านคนได้โดยง่าย

3. ผลกระทบต่อพันธมิตร

  • SoftBank ชะลอการลงทุน: การเลื่อน IPO ของ OpenAI ส่งผลให้ SoftBank Group ต้องชะลอความเร็วในการลงทุนด้าน AI ลง เนื่องจาก SoftBank ถือหุ้นใน OpenAI มูลค่าสูงถึง 9 แสนล้านดอลลาร์ และตั้งใจจะใช้หุ้นนี้เป็นหลักค้ำประกันในการกู้ยืมเงิน นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้การนำบริษัทลูกด้านดาต้าเซ็นเตอร์ SB Energy และหุ่นยนต์ Roze เข้าตลาดหุ้นต้องเลื่อนออกไปด้วย
  • แรงกดดันและปัจจัยลบต่อ Microsoft: การยืดเวลาเป็นบริษัทนอกตลาดของ OpenAI ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ Microsoft ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่และพันธมิตรหลัก เนื่องจาก Microsoft จะยังไม่สามารถรับรู้มูลค่าที่แท้จริงของเงินลงทุนมหาศาลผ่านราคาตลาดสาธารณะได้ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนในตลาดตั้งคำถามต่อความคุ้มทุนในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และชิปประมวลผลระยะยาว ประกอบกับความกังวลว่า OpenAI อาจพยายามสร้างรายได้แข่งกับบริการของ Microsoft โดยตรงเพื่อลดการพึ่งพาก่อนจะถึงกำหนดเข้าตลาดหุ้นในอนาคต

4. ความเสี่ยงที่ OpenAI ยังเผชิญ

  1. การขาดทุนเพิ่มที่เป็นผลมาจากลงทุนเพิ่ม: OpenAI ยังคงมีสภาวะขาดทุนจากการดำเนินงานจริงประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากปรับปรุงรายการพิเศษทางบัญชีออก เนื่องจากบริษัทยังมีความจำเป็นต้องเร่งอัตราการลงทุนในงบประมาณการวิจัยและพัฒนาสูงถึง 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาด รวมถึงการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน ดาต้าเซ็นเตอร์ และชิปประมวลผล
  2. ช่วงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์: บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโมเดลธุรกิจเพื่อหาช่องทางรายได้ใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เช่น การใส่โฆษณาใน ChatGPT และการทำดีลอีคอมเมิร์ซร่วมกับ Shopify และ Stripe รวมถึงการเร่งสร้างทีมขายเพื่อผลักดันสินค้าสำหรับองค์กรอย่าง Codex ไปแข่งขันกับคู่แข่ง
  3. ปรับโครงสร้างภายใน: OpenAI อยู่ในสภาวะการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนผ่านจากสถาบันไม่แสวงหากำไรสู่บริษัทเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดมูลค่าสูงกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการปรับลดโครงการย่อยที่ไม่ใช่ภารกิจหลักออกไป เช่น แอปสร้างวิดีโอ Sora

5. มุมมอง InnovestX

  • ส่งผลลบระยะสั้นต่อ MSFT และ SOFTBANK: เราประเมินว่าข่าวดังกล่าวส่งผลให้เกิด sentiment ลบต่อหุ้น Microsoft และ SoftBank Group ในระยะสั้น เนื่องจากข้อจำกัดในการรับรู้มูลค่าสินทรัพย์และการระดมทุนที่ตึงตัวขึ้น
  • ส่งผลบวกต่อ Anthropic และ AMZN: เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ Anthropic และ Amazon มากกว่า เนื่องจาก Anthropic แสดงศักยภาพการเติบโตของรายได้ประจำปีที่โดดเด่นถึง 5 เท่า สู่ระดับ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มีประสิทธิภาพการสร้างรายได้และอัตราส่วนราคาต่อยอดขายที่ดึงดูดใจกว่า ดันมูลค่ากิจการนอกตลาดแซงหน้าขึ้นไปอยู่ที่ 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อ Amazon ในฐานะผู้สนับสนุนหลักที่มีห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างแข็งแกร่ง

    ข้อสงวนสิทธิ์
    ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

    INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน 




Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5