
ความเคลื่อนไหวของ Nvidia ในระยะหลังคือปฏิกิริยาลูกโซ เริ่มจากแรงกดดันต้นทุนหน่วยความจำที่ทำให้ต้องปรับขึ้นราคา ต่อเนื่องไปสู่คำถามเรื่องมาร์จิ้นในงบไตรมาสนี้ ขยายไปสู่การป้องกันส่วนแบ่งตลาดชิปเฉพาะทางจากคู่แข่งทั้งเกาหลีใต้และจีน และกลยุทธ์ระยะยาวคือการลงทุนเชิงโครงสร้างเพื่อควบคุมระบบนิเวศน์และห่วงโซ่อุปทาน เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ Nvidia ในระยะสั้นจากผลประกอบการและระยะยาวจะการเปลี่ยนเป็น Full-Stack AI ที่จะควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำที่จะสร้างความสามารถในการแข่งขันที่เลียนแบบและคู่แข่งใหม่เข้าตลาดได้ยาก โดยมองว่าราคาเป้าหมายของ Nvidia จะอยู่ในกรอบ $280-$310
ปรับราคามากกว่า 15% ส่งผ่านต้นทุนเพื่อรักษาอัตราการทำกำไร
ราคาของชิป AI Server เช่น Vera Rubin และ Grace Blackwell จะปรับราคาขึ้นมากกว่า 15% มีผลต้นปี 2027 โดยมีสาเหตุหลักจากราคาชิปหน่วยความจำ (Samsung, SK Hynix, Micron) เพิ่มสูงขึ้น ที่ส่งผลให้ต้นทุน HBM4 (+100%) ที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ระดับ 75% ทั้งนี้สะท้อนอำนาจต่อรองที่เพิ่มขึ้นของ Samsung, SK Hynix และ Micron กลยุทธ์การปรับราคาขึ้นนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับ TSMC ที่จะปรับราคาการผลิตและบริการเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2027 เช่นกัน
...มาร์จิ้นเป็นตัวแปรชี้ขาดของงบ 2Q มากกว่ายอดขาย
เราประเมินว่าผลประกอบการของ Nvidia จะดีกว่าที่คาดและปรับประมาณการขึ้นจากแรงหนุน Blackwell และอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย เรามองว่าตลาดไม่ได้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอุปสงค์ของชิป AI ซึ่งอาจจะมีแรงผลักดันราคาหุ้นไม่มากนัก แต่ประเด็นที่ตลาดจับตาคือทิศทางรายได้ของชิป Rubin ที่เริ่มการส่งมอบและอัตราการทำกำไรขั้นที่เผชิญแรงกดดันจากต้นทุน HBM4 ที่เพิ่มขึ้นราว 100% และค่าบริการ TSMC ที่เพิ่ม 10% ทั้งนี้นักลงทุนจึงควรจับตาสิ่งที่ผู้บริหารพูดเรื่องกลยุทธ์ราคาและแนวโน้มของอัตราการทำกำไร โดยมองว่าหากอัตราการทำกำไรมากกว่า 75% ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ในช่วง 4 ไตรมาสหลังสุด แม้ว่ากำไรของ Nvidia ดีกว่าที่คาด 3-6% แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 1-6%

Nvidia ยังไม่อยากเสียตลาดจีน
Nvidia เตรียมส่งมอบชิปรุ่นใหม่แบบล็อตเล็กสำหรับลูกค้าจีนภายในสิ้นปี เป็นชิปประเภท Language Processing Unit ที่ผ่านกฎการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าทางการจีนจะอนุมัติคำสั่งซื้อหรือไม่ ถ้าหากจีนอนุมัติจะเป็นภาพบวกของ Nvidia ในระยะสั้น ทั้งนี้เรามองว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ตลาดไม่ได้คาดหวังมากนักเพราะจีนมีแผนสนับสนุนการใช้ชิปภายในประเทศมาระยะหนึ่งแล้วและเริ่มมีการพัฒนาระบบนิเวศน์ของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐต่อเนื่อง นอกจากนั้นชิปเฉพาะทางของ Huawei, Enflame และ Biren ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของ Nvidia ในตลาดจีน

เข้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน
Nvidia เข้าลงทุนในผู้พัฒนาพลังงานสำหรับ Data Center อย่าง Cloverleaf Infrastructure ($300m+) ต่อเนื่องจาก SB Energy ($3 พันล้านดอลลาร์) และ Lancium ($2 พันล้านดอลลาร์) เพื่อการันตีพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการขยาย Data Center ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีดีลมูลค่า $6 พันล้านดอลลาร์กับ Poolside เพื่อพัฒนาโมเดล Open-weight แข่งกับจีน เรามองว่าประเด็นนี้เป็นภาพที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วง 2H25 แล้วที่เข้าไปลงทุนใน Anthropic และ Synopsys และในปี 2026 ใน Nebius, Lumentum, Coherent, Corning, Marvell, IREN ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานชิป AI ใน 2H26 Nvidia เน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานอย่าง Cloverleaf, SB Energy, Lancium รวมถึง Start-up ที่เกี่ยวกับ AI research อย่าง และ Poolside และมีรายงานล่าสุดว่า Nvidia กำลังพิจารณาการลงทุนใน AI Startup อย่าง Perplexity มูลค่ากว่า $30B (Nvidia มีการลงทุนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วแต่ปริมาณไม่สูงมาก)

การกระจายความเสี่ยงสู่งาน AI Inference และตลาดต่างประเทศ
การเข้าไปลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีเกาหลีใต้ Rebellions กำลังสะท้อนภาพที่ตลาดชิปเฉพาะทางที่กำลังเติบโตเร็วกว่าชิป training และมีคู่แข่งหน้าใหม่โดยเฉพาะชิปในประเทศจีน เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง การเจรจากับ Rebellions อาจจะหมายถึงการซื้อเพื่อกำจัดคู่แข่งแบบเดียวกับดีล Groq และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาชิปเฉพาะทางเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐเพื่อสำหรับส่งมอบให้ลูกค้าในจีนเพราะ Nvidia ยังมองว่าตลาดจีนสำคัญ นอกจากนั้นดีลของ Poolside จะเอาไปทำร่วมกับ Nemotron ของ Nvidia เพื่อตอบโต้และแข่งขันกับ DeepSeek และ Kimi รวมถึง OpenAI และ Anthropic
มุมมองของ InnovestX
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน